เพียงลมลู่พัดก็ไหลลื่น

สายน้ำชุ่มชื่นก็ลื่นไหล

เสียงคลื่นกระทบจากอีกฟากไกล

เสนาะถึงธารใสในป่าลึก

เกิดเป็นท่วงทำนองชีวิต

ประโลมจิตดวงใจให้รู้สึก

จากสูงลงต่ำย่ำสำนึก

จากเงียบสู่อึกทึกนาน

จากต้นน้ำธารใสสู่ฟ้ากว้าง

จะเย็นกระจ่างอยู่เนินน่าน

ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านวันวาน

จะสะอาดสะอ้านนานเพียงใด

วิถีจิตรกรรม..

เปรียบเสมือนสายน้ำที่บ่าไหล

หลั่งล้นออกมาจากด้านใน

จากจิตจากใจจิตรกร

ใครได้วักดื่มจึงเอิบอิ่ม

สายน้ำไหลปริ่มอันไหวอ่อน

ชะล้างคราบเปื้อนให้คลายคลอน

ร้าวรอนผ่อนผันให้คลี่คลาย

ยามเงียบสงบจึ่งร่มเย็น

สายน้ำสะท้อนเห็นถึงความหมาย

นิ่งๆบางเบาเกิดเงาคล้าย

กระจกสะท้อนไว้ให้เห็นจริง

แล้วลมก็พัดให้ไหลหลีก

สายน้ำแยกฉีกไปทุกสิ่ง

ภาพเลื่อนเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง

ความจริงแตกฟองละอองไอ

ถึงวิถีจิตรกรรม..

สายน้ำรินร่ำอยู่เรื่อยไหล

จากต้นธารผ่านสู่ทะเลไกล

ยังรักการรินไหลอยู่นั่นแล้ว

(ปล. : เขียนผ่านเป็นจดหมายไปสู่พี่สองคนแห่งร้านมิตรไทย ร้านศิลปะแห่งเมืองปายเมื่อห้าปีที่แล้ว เดิมชื่อจิตรกรรม จิตรกร และเปลี่ยนชื่อบทกวีใหม่เพราะแรงบันดาลใจจากชื่อเรื่องสั้นหนึ่งของคุณปราบดา หยุ่น ที่ชื่อสิ่งที่เคลื่อนไหวในใจของผู้แพ้)


Abstract paintings by Eva Ryn Johannissen "My Father's house 7" 2004

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สวัสดีค่ะ ไปเสม็ดมาเป็นยังไงบ้าง เรายังไม่ได้เข้าไปอ่านที่คุณเขียนเรื่องเสม็ด แต่เข้าไปดูภาพมาแว้บๆ พระจันทร์สวยดี คงจะช่วยให้จิตใจดีขึ้นนะคะ
ช่วงตั้งแต่วันศุกร์ เราก็พักเหมือนกัน
แต่เป็นการพักจากโลก'ไซเบอร์' รู้สึกช่วงที่ผ่านมาจะติดไปหน่อย ซึ่งค่อนข้างผิดวิสัยคนห่างไกลเทคโนโลยีอย่างเราพอสมควร เลยต้องเริ่มถอยมาตั้งหลักใหม่ให้ชีวิตพอดีขึ้น ออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง ใช้เวลาค่ำ ๆ ทำอย่างอื่นบ้าง
...
ชอบกลอนบทนี้นะคะ
ปกตินอกจากภาพถ่าย เราก็ชอบดูภาพวาดเหมือนกัน เมื่อตอนที่ยังมีเวลาเยอะกว่านี้ ว่าง ๆ ก็ชอบนัดกับเพื่อนไปดูนิทรรศการนู่นนี่ หรือบางครั้งก็ไปคนเดียว ได้ค่อย ๆ เดินดูภาพแต่ละภาพแล้วรู้สึกจิตใจสงบดี หรือหลายภาพก็ชวนให้คิดไปไหนไกล ๆ น่าเสียดายว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลย
...
พูดถึงปาย ช่วงนี้ก็คิดถึงบ่อย ๆ เหมือนกัน ไม่รู้จักใครที่ร้านมิตรไทย แต่เคยไปอุดหนุนโปสการ์ดทั้งสองครั้งที่ไปมา เมื่อปลายปี 44 และปลายปี 47
อยากกลับไปอีก
...
ไม่ได้เข้าหลายวัน เลยคุยนู่นนี่เยอะไปหน่อย ไม่เป็นไรนะคะ

#1 By ระหว่างทาง on 2006-05-17 00:18

ตัวหนังสือ
ภาพวาด
ภาพถ่าย

............
เป็นอาหารของจิตวิญญาณ
มาดื่มกินบทกวี
คุณระหว่างทาง
โปสการ์ดที่ร้านมิตรไทย
เท่ห์ทุกแผ่น
หากกลับไปอีก เวลาเย็นจะเห็นผู้ชายและผู้หญิงหนึ่งคน นั่งทำงาน อ่านหนังสือ คุยกัน อยู่หน้าร้าน
ผู้ชายชื่อพี่สกนธ์ ที่ผู้หญิงชื่อพี่ก๋ำ
ภาพถ่ายและภาพเขียนที่ร้าน
กลั่นออกมาจากใจสองคนนี้
หากกลับไปอีกก็ลองพูดคุยกับพี่ทั้งสอง
เพราะแง่คิดและความกล้ายืนอยู่ในจุด
เปราะบางของชีวิตเขาผ่านมันมาได้อย่างสวยงาม
และหากคุณกลับไปอีกบอกเราด้วยนะ
อยากเห็นมุมบ้างมุมของปาย
ผ่านกล้องและสายตาของคุณ

คุณจูน
เราไปเสม็ดเห็นโปสการ์ดสวยๆ นึกถึงคุณนะ
อยากเอากลิ่นไอของทะเลและหาดทราย
ที่อ่าววงเดือนไปฝาก
แต่ไม่สามารถ เพราะความจริงแล้ว
เราก็ได้เพียงสัมผัสกันและกันทางตัวอักษร
ยังไม่แม้แต่เคยได้ยินเสียงคุณ
ด้วยความอัดอั้นเลยส่งมันกลับมาหาตัวเองซะหลายแผ่น
เจ้าคนรับฝากส่งคงงง เพราะปลายทางทั้งหมดมันที่เดียวกันหมกเลย
หรืออาจไม่ถึงเลย เพราะสิ่งที่เขียนลงไป
มีข้อความควรแกการฉีกทิ้งหากเจ้าบ้านอย่างชาวเกาะมาได้อ่าน
รู้สึกเหมือนมีกองเซ็นเซอร์


#3 By อากาศกวี on 2006-05-17 12:48

ดีจังค่ะ
ได้เจอและพูดคุยกับคุณศักดิ์สิริ
เราไม่เคยเห็นภาพวาด แต่ชอบงานเขียน และที่ชอบที่สุดคืองานเพลง
ไม่รู้คุณเคยฟังไหม
เพลงของเขาภาษาสวยเหมือนบทกวี
ฟังเหมือนนิทาน เหมือนภาพฝัน แต่ก็มีความจริงซ่อนอยู่
ทำนองดนตรีและเสียงร้องนุ่มนวล
และเป็นบทเพลงที่ทำให้เรายิ้มได้
แต่ก็ทำให้น้ำตาไหลได้เหมือนกัน
...
ถ้าที่เขียนค้างอยู่เสร็จเมื่อไหร่ อย่าลืมมาแบ่งกันอ่านนะคะ

#4 By ระหว่างทาง on 2006-05-17 21:33

คงยังไม่หายเหงาสินะ เรากำลังจะออกเดินทางอีกรอบ แวะมาอ่านก่อนล้อหมุน
แล้วจะแวะมาหาอีกค่ะ

#5 By Backpacker on 2006-05-17 21:42

" TO SHARE YOU GOOD FELLINGS WITH OTHERS IS THE CHARM THAT ANYONE COULD HAVE " และ "คุณอากาศกวี" ก็เป็นหนึ่งในนั้นจริงๆ.

#6 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.126.163) on 2007-05-10 09:41