ร่ายรำไปด้วยกัน

posted on 18 May 2006 21:07 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

Sometimes your joy is the source of your smile,
but sometimes your smile can be the source of your joy.

Thich Nhat Hhan

..

-1-

สิ้นเสียงร้องของหญิงสาวนามว่า ริค วชิรปิลันธิ์แต่ผู้ชมยังติดตรึงอยู่ในพิธีกรรมของเธอ การแสดงสดในวันนั้น เหมือนการบรวงสรวงหรือปลดปล่อยความเป็นมนุษย์ สภาวะการร่ายรำของเธออยู่เหนือการคิดเชิงเหตุผล ผู้ฟังต้องมนต์เธอ หัวใจเรารับฟังร่างกายและเท้าเปล่าที่เธอพริ้วตามเสียงของเธอเอง แล้วจังหวะก็นำพาจิตวิญาณให้เต้นรำไปด้วยกัน

การรับชมการแสดงหรือพิธีกรรมที่เธอร่ายรำออกมาครั้งนั้น ทำให้รู้สึกว่า การปลดปล่อยโดยการร่ำร้อง ร่ายรำ ทำให้พลังชีวิตถ่ายเทเคลื่อนไหวได้ ถ้อยคำที่เธอร้อง ทำนองที่เธอถ่ายทอด ถูกปรับจูนให้เข้ากับความละเอียดอ่อนของชีวิต

เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นการร่ายรำด้วยสภาวะภายใน มันแปลกดีในยุคนั้นแม้กระทั่งยุคนี้ เวลาผ่านมาหลายปี จากเพลงในชุดแรกชื่อ ปฐม สู่ชุดล่าสุดราชมาลัย2 โอกาสที่จะได้ยินในคลื่นวิทยุคงไม่มี แต่เสียงของเธอยังแทรกออกมาตามโฆษณาบางชิ้น แม้ไม่บอกว่าเป็นเสียงของเธอ แต่ก็รับรู้ได้ว่าเป็นเสียงของเธอ ไม่มีใครแล้วที่จะถ่ายทอดได้เท่าเธอที่ส่งมาให้มากกว่าเสียงที่เราได้ยิน ริคร้องโดยใช้หัวใจนำทางเสียง ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมาย ฟังและฟังซึมซับมันก็ทำให้เราจับใจเธอได้

-2-

การร่ายรำที่ถ่ายทอดผ่านร่างกายที่ไม่แม้สวยงาม แต่ความงดงามภายใน ความจริงจังและจริงใจในการถ่ายโอนพลังบางอย่างออกมาอย่างไม่ปิดบังอำพรางหรือแสร้งแสดงออกเรารับรู้ไม่ยากนัก นอกจากการรับรู้ได้ มันสะกดเราอยู่ ต้องฟัง ต้องดูความงดงามเหล่านั้น

หลังจากวันนั้น ลองสังเกตุนักดนตรีหรือนักร้องอีกหลายคน และบางคนก็มีเช่นนั้นบ้างเหมือนกัน

-3-

พิธีกรรมบางอย่างงดงามแม้เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายตัวหรือมือ นิ้ว มันพริ้วผ่านอากาศ และอีกครั้งที่ได้เห็น เป็นภาพการตวัดสีและมือ ปาดป้ายลงบนพื้นกระดาษสีขาวๆ เพียงครู่เกิดภาพทาง ทุ่ง ทะเลสาบ ภูเขา เป็นการร่ายรำที่เรียบง่ายแตงดงามยิ่ง สีของอาจารย์เทพศิริ สุขโสภา

ผมรักภาพของแกทุกรูป ทุกภาพไม่เคยเบื่อที่จะมอง วันๆ เดินอยู่ในบ้านอาจารย์บางครั้งมันทำเอาหลงอยู่ในห้วงแห่งความเวิ้งว้างกลางป่าที่มีสี มีแสง บางครั้งมันมืดแต่ไม่สนิท มีแสงร่ำไรๆ เพียงสักพัก แดดก็เริ่มออกอีกครั้ง เป็นบทกวีก็ได้ มันงามนัก ยืนมองภาพดีๆของอาจารย์เทพสักภาพ เหมือนการได้ฟังบทกวีดีๆสักบท หรือเพลงบรรเลงดีๆสักเพลง น้ำหูน้ำตาพาลจะไหล ใจพาลจะวิ่งเข้าไปกระโดด กระโจนลงในน้ำในภาพนั้นๆ

ร่ายรำอย่างเป็นพิธีกรรมบางอย่าง ของอาจารย์เทพ นำพาความอร่อยมาให้กับชีวิตที่ได้ชื่นชม อิ่มหนำใจ สีสันพันล้านสี กลั่นตัวและถูกผสมใหม่ในดวงตาของผู้เฝ้ามอง เป็นงานที่อาจารย์เทพค้นหาและค้นพบมันมา อาจารย์เทพจับแดดและอากาศลงไว้บนภาพอย่างมหัศจรรย์ ภูเขา ผืนฟ้าสีฟ้าอมชมพูนิดๆหวานฉ่ำหัวใจเลยเชียว แกปล่อยใจให้เริงร่ายวาดวางปางไม่เคยหยิบจับสีมาก่อน ไม่มีใครมาฉุดแกอยู่ยามอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์เริงรำ แต่สนุกหากดูแกอย่างปล่อยใจไปตามเส้น ตามเสียงของแกที่เล่าไปเขียนไป ภาพนับสิบเกิดขึ้นราวปาฎิหาร ชาวอาทิตย์อุทัยรักแกแทบยกทุกอย่างที่อยากได้ เพียงแต่ให้เริงรำร่ายเส้นสีอย่างนี้ต่อไป

ร่ายรำบนผืนภาพความงดงามปรากฏทุกครั้งไป

-4-

แล้วได้มีโอกาสเห็นการร่ายรำของพิธีกรรมชีวิตอีกครั้งที่กระท่อมสอยดาว บ้านของคุณศักดิ์สิริ มีสมสืบ กระท่อมริมน้ำสีส้มแปร้ด แดดลามเลียให้บทกวีผลิบานในกระท่อมหลังนี้มานับล้านบท ยามสงบอาจหยิบแปรง พู่กัน สี มาวาดสะบัด ปาดแดงเขียวบนเฟรมสีขาว ปร้าดเดียวบทความงามก็เกิดยามตราตรึงพึงใจ หยิบกระดาษดินสอ เดินเตะดวงดาว นอนเปล บรรยายปล่อยประอารมณ์ให้โลดลิ้ว ยามจังหวะของหัวใจเต้นตึงตัง กีต้าร์ใกล้ตัวเกาสายสี่ห้าเส้นเป็นเพลงกวีให้คนแดนไกลอย่างเราได้ฟังเสียงจากกระท่อมสอยดาวของแก

ความเคลื่อนไหวของกระท่อมร่ายรำเป็นชีวิตกลมกลืนอบอวลยวลใจ กลิ่นสี กลิ่นกวี กลิ่นเสียง เริงรำอย่างมีชีวิตชีวา นอนเล่นๆในเปลข้างบ้านก็เป็นบทกวีมากมาย

-5-

ร่ายรำเถิด หากเพียงหยิบใบมีดขึ้นมาเหลาดินสอสักด้าม เหลาอย่างร่ายรำ ความงดงามเล็กๆก็เกิด ดินสอไม้ธรรมดาปลายแหลม ริ้วรอยแทบเท่ากันทุกมุมทุกด้าน ใครก็อยากหยิบใช้และเอยชมผู้ที่เหลาได้เนียนงาม

การร่ายรำพิธีกรรมของใครบางคน ตรึงความงามไว้เป็นนิรันดร์ ไม่เลือนจากทรงจำ ภาพและลายเส้นของอาจารย์เทพทุกเส้นแม้ไม่มีลายมือชื่อกำกับ จำและรู้โดยรู้สึก บทกวีเพลงของคุณศักดิ์สิริไม่บอกก็รู้ว่าเสียงได้ส่งกระซิบผ่านมาทางดวงตาของเขา และอื่นๆอีกมากแห่งการร่ายรำทำให้หัวใจเรารับความละเอียดด่อนเหล่านั้นไว้โดยไม่ต้องจดจำ

ร่ายรำเถิด พิธีกรรมบางอย่างของชีวิตของเรา ร่ายรำไปด้วยกันปรับแต่งให้เข้าที่ ใสใจในการเคลื่อนไหวเล็กๆ ดื่มน้ำ หวีผม เขียนหนังสือ หรือเพียงกระพริบตา ความงามเกิดขึ้นเสมอ ร่ายรำเถิดร่ายรำไปด้วยกัน..


Painting by Klimt, Gustav (1862-1968) "Stoclet Frieze"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฉันชอบ ริค
จริงๆเมื่อแรกฉันโดนเพื่อนรักอย่างน้องนิวที่เคยเล่าถึงบ่อยๆ
...บีบบังคับให้ฟัง เธอชอบบังคับ
แต่เมื่อได้ฟังแล้วก็ติดใจ

บางทีฉันก็รู้สึกแปลกๆเวลาฟังเพลงของเธอ
เหมือนกำลังฟังเสียงของพื้นดินที่เงียบงันอยู่เสมอ

เพลงของ ริค ไม่อยู่ในแนวรสนิยมอันจับฉ่ายของฉัน
ฉันต้องรอให้เพลงบางเพลงเก่าได้ที จนไม่มีใครชอบมันจึงจะชอบ
หรือถ้าฉันชอบเพลงเพลงไหนแล้วมันเกิดดังแล้วคนชอบเยอะ
...ฉันจะจะเกลียดมัน เหมือนกำไลข้อเท้าหรือสร้อยหิน

แต่ เธอ ทำให้ฉันรักได้

เพื่อนฉันเรียกอาการนี้ว่า
"การกระโดดถีบสังคม"

เหล่านางรำที่"ร่ายรำ"พร้อมเพรียงกัน
ไม่มีใครรำเหมือนกับทุกกระเบียดสักคน
ฉันไปชมเขาวิหารบ่อยเมื่อทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลใกล้ๆ
ฉันชอบไปดูรูปนางรำที่นั่น บางคนบอกเธอไม่สวย
...ฉันว่าเธอสวยจะตาย ขนาดเอามาเป็นนามจออยู่พักใหญ่

ทุกคนร่ายรำด้วยท่วงทำนองของตัวเอง
บางครั้งฉันเคยอยากร่ายรำด้วยท่วงทำนองของผู้อื่น
เขียนเรื่องที่โศกเศร้าเปลี่ยวเหงาของคนเมือง
เขียนเรื่องความแปลกประหลาดที่เข้าใจยาก

สุดท้ายแล้วฉันก็พบว่า ฉัน"ร่ายรำ"ด้วยท่วงท่าของตัวเองได้ดีที่สุด
บางครั้งไม่ได้แปลว่าสวยที่สุด
แต่ฉันก็ไม่สะดุดขาตัวเองหรือเงอะงะสักครั้งเดียว
และร่ายรำด้วยความรื่นเริงใจ

ฉันเขียนเรื่องด้วยดินสอในรวดเดียวจบเสมอ
..ก่อนที่จะเคาะลงไปในช่องอากาศ
ชอบจัง ขอบคุณค่ะ

#2 By nanak on 2006-05-19 11:19


ริค วชิรปิลันธิ์
กำลังนั่งฟังเพลง ไม่ขีดไฟกับดอกทานตะวัน
ที่พี่เค้าร้องไว้อยู่

เพลงของพี่ริคมีพลัง ดุดันและบางครั้งอ่อนหวาน
ยิ่งเวลาที่เธอยืนอยู่บนเวทีแล้วร่ายรำ...
เหมือนกับดูการแสดงศิลปะ
สะกดอารมณ์ทีเดียวค่ะ
_____________________

เอาเพลงนี้มาฝากด้วย
http://www.doo-dd.com/music/play.php?id=4186

#3 By Minigal on 2006-05-19 13:15

อาจารย์เทพศิริ บ้านอยู่ใกล้ๆกัน แต่ไม่มีโอกาศไปบ้านแกสักครั้ง
เห็นแกเกือบทุกวัน แต่เจ๋งดีครับงานแก

#4 By นกฮูกดีไซน์ on 2006-05-20 09:18

ชอบ
เส้นโค้งโค้ง หรอ ?




#5 By **** * on 2006-05-20 11:49

เคยหลงเข้าไปในบทสวดของเธอที่ ภัทราวดีเธียเตอร์

นิ่งงัน และกรีดร้องไปกับเธอ

พลังที่เปล่งออกมาเป็นท่วงทำนอง

เธอทำได้จริงๆ

#6 By Backpacker on 2006-05-20 14:21

บางบทกวี บางบทเพลง บางภาพวาด หรือเพียงบางถ้อยคำ
ถ้าผู้ถ่ายทอดมีพลังเพียงพอ
อาจเป็นพลังรุนแรง
อาจเป็นพลังนุ่มนวล
เราก็อาจถูกดึงเข้าไปร่วมร่ายรำได้โดยไม่ทันรู้ตัว

#7 By ระหว่างทาง on 2006-05-20 19:04

ช่ายแล้ว...บางทีอะไรที่เป็น
..จุดเล็กๆ...
อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหญ่ๆ
และ ..ใหม่ๆก็ได้...

#8 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.126.163) on 2007-05-10 10:00