ทางเดินหมายเลขศูนย์

posted on 24 May 2006 23:07 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

..

-1-

เคยได้ฟังเรื่องเล่าจากพี่ที่นับถือคนที่ได้ฟังเรื่องเล่านี้จากพระรูปหนึ่งอีกทีในระหว่างการเดินธรรมยาตาในภาคเหนือ เรื่องมีอยู่ว่า....

ก่อนพระอาจารย์จะเดินทางจากวัดไปไกลในช่วงเวลาหนึ่งปีเพื่อไปประชุมและเจริญธรรมกับวัดทั่วสารทิศในต่างเมืองท่านได้สั่งสอนลูกศิษย์วัดว่าให้ดูแลวัดดีๆในช่วงที่ท่านไม่อยู่

"ฝึกปฏิบัติให้เหมือนกับตอนที่ฉันอยู่นะ"

พอรุ่งเช้า พระอาจารย์ก็เดินทางจากวัดไป ลูกศิษย์ก็ทำตามเรื่อยมา แต่อยู่มาวันหนึ่ง

เขาไปพบเสื้อของตัวเองถูกหนูแถะจนเป็นรู เขาพยายามคิดหาวิธีจะไม่ให้หนูมากัดเสื้อผ้าชุดอื่นๆอีก เขาจึงหาแมวมาเลี้ยง

เขาได้ลูกแมวจากหมู่บ้านใกล้ๆ เขาคิดจะเอาอะไรเลี้ยงแมวล่ะ นมแล้วกันแมวยังเล็ก เขาจึงต้องไปหานมจากในหมู่บ้านมาทุกวัน เขาคิดต่อว่า ถ้าอย่างนั้นหาวัวมาเลี้ยงดีกว่า จะได้เอานมมาให้แมวกิน เขาจึงลงทุนเลี้ยงวัวตัวหนึ่ง

พอแมวโตขึ้นเลยๆ แมวต้องการปลามากกว่านม เขาจึงอยากได้ปลามากกว่า และเขาคิดว่าถ้าต้องซื้อปลาหรือต้องไปจับทุกวันก็คงไม่ไหวมั้ง

เช้ารุ่งวันใหม่เขาลงมือขุดสระน้ำด้านข้างของวัด เป็นบ่อๆหนึ่ง เขาลงแรงเลี้ยงปลาอีกอย่าง

ตอนนี้เขาลงทุนและแรง เลี้ยงแมวหนึ่งตัว(ที่ต่อมามีลูกออกมาอีก) มีวัวอีกหนึ่งตัว มีบ่อเลี้ยงปลาอีกหนึ่งบ่อ เขาคิดว่าแมวต้องกินข้าว และเราก็มีปลาอีกหนึ่งบ่อ มีวัวอีก ถ้าเราปลูกข้าวอีกสักไร่สองไร่ก็คงดี จะได้เลี้ยงได้กินด้วยกันทั้งหมด เขาจึงลงมือปลูกข้าวอีกอย่าง

แล้วความเหนื่อยล้าก็เกิดขึ้น จึงอยากพักผ่อน เขาจึงเดินเล่นเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง ครั้งนี้เขาพบสาวงามคนหนึ่ง นั่นทำให้เขาเกิดความคิดต่ออีก เขาชอบเธอขึ้นมา ถ้ามาอยู่ด้วยกันช่วยกันดูแลในสิ่งที่เกิดขึ้นมามากมายคงดี เขาจะได้ไม่เหนื่อยมาก

เธอย้ายมาอยู่กับเขา และมีลูกด้วยกัน ตอนนี้เวลาผ่านมาปีกว่าแล้ว เลยกำหนดกลับของพระอาจารย์มาหลายเดือนแล้ว แต่ต่อมาไม่กี่วัน พระอาจารย์ก็เดินทางกลับมาที่วัด

"พวกเธอทำอะไรกันนี่"

-2-

จากหนูเพียงตัวเดียวพาลพาเป็นเหตุทำให้เรื่องบานปลายไปใหญ่ ต้องเลี้ยงแมว เลี้ยงวัว เลี้ยงปลา ปลูกข้าว มีเมียแล้วมีลูก

-3-

หลายครั้งเราหลงลืมสิ่งที่เป็นแกนหลัก เป้าหมายเดิมในชีวิตไปไกล ถ้าใครไม่คาดหวัง ชอบเดินอ้อมเพื่อเพิ่มรสชาติให้ชีวิตคงไม่เป็นปัญหาอะไรมาก แต่ถ้ารู้ว่าชีวิตต้องมีกรอบไว้บ้าง เดินทางตามเป้าหมาย หยุดเมื่อเหนื่อย พักบ้างบางครั้ง หลงทางบ้างบางครั้ง เสียเวลาบ้างบางครั้ง ช่างประไร หากมันยังอยู่ในหนทาง

แต่บางคนอย่างเราหนทางหรือเส้นทางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปสู่หนไหน

กรอบเหมือนเป็นสิ่งที่มาจำกัด แต่ถ้าเชื่อว่าคนเรามีพลังจำกัด ถ้าวิ่งไปทั่วคงหมดแรงสักวัน ไปไม่ถึงไหนก็ท้อแท้ไปหมด แต่ตีกรอบขีดเส้นไว้บ้าง ถ้ามันทำให้เราเดินดีขึ้นก็ดีไม่ใช่หรือ

-4-

อ่านหนังสือในโลกทั้งหมดทุกเล่มคงไม่ได้ อ่านในเรื่องที่เหมาะ ที่ชอบที่สุด เวลามีจำกัด เดินทางไปทุกที่ที่อยากไปคงไม่ได้ มีเงิน มีเวลา และมีแรงจำกัด ตีกรอบเป็นวงๆ ขีดเส้นเป็นเลขศูนย์ แต่งสารบัญไว้ในหน้าแรก ค้นหาในสิ่งที่เขียนไว้ด้วยเวลาที่ไม่หลงทาง

-5-

เด็กชายเปเล่ เตะฟุตบอลและรู้ว่ารักมันก็เริ่มเล่น เอาจริงกับมันมา และเขาก็เดินทางสู่ฟุตบอลโลกแล้วคว้าชัยชนะให้ประเทศบราซิลของตนในขณะอายุได้สิบเจ็ดปี

การหล่นของผลแอปเปิ้ลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ ดึงดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณและเฝ้าศึกษามันอย่างจริงจัง ทำให้นิวตันค้นพบความจริงของ "กฏแรงโน้มถ่วงของโลก" ในช่วงวัยอายุได้ 44 ปี!!

ทุกคนประสบความสำร็จเพราะทำงานอย่างหนัก ไม่ใช่โชคแน่ๆ

-6-

การค้นพบของแต่คนเกิดขึ้นเร็วช้าต่างกันไป แต่ใครบางคนยังค้นไม่พบทางที่จะเดินไปน่าเป็นห่วงกว่า เพราะหนูในชีวิตจะพาให้เดินหลงทางไปไกล หลุดพ้นกรอบที่ไม่ได้ตั้งไว้ ใครๆก็ไม่ได้คิดมาก เพราะจึงเติบโต เรียนๆ ทำงานๆ เงินๆ มีบ้าน มีลูก แล้วก็หาสิ่งที่ต้องการหาไม่เจอ

และแปลกการค้นพบบางอย่างก็ไม่ได้เคลื่อนจากที่เดิมและยิ่งใหญ่ในด้านกายภาพ แต่กลับงดงาม เติบโต เล็กๆ ค้นพบภายในในจุดเดิมแห่งการเริ่มต้น

-7-

พระอาจารย์สงสัย เกิดอะไรกันขึ้น!!

..


Painting by : Marc Chagall (1887 Witebsk - 1985 St. Paul de Vence) "Mother and child in front of Notre-Dame Original lithograph" 1952

..

..


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอบคุณค่ะ
ไม่มี"เหตุ"ก็ไม่มี"ผล"สินะคะ

ฉันคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่งของนวลศิริ เปาโรหิตย์
ออกแนวจิตวิทยา สั้นๆ
ฉันอ่านแล้วหายจากนิสัยเจ้าแง่แสนงอนเป็นปลิดทิ้ง

เมื่อก่อนฉันเป็นคนแสนงอนค่ะ
มองกลับไปตอนนั้นคิดว่าเพื่อนต้องทนเราเยอะเชียว
เมื่อก่อนฉันชอบใช้การงอนเป็นเครื่องมือพิสูจน์ว่าเพื่อนรักฉันหรือเปล่า
ถ้าเพื่อนง้อ แสดงว่าเพื่อนรัก
เจ้าน้ำตา ไม่พูดเสียเฉยๆ อะไรแบบนั้น

สักพักฉันเรียนรู้ที่จะสร้างเกราะแข็ง
ที่ไม่แข็งจริงๆ

สองสามวันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย งอแงมากเป็นพิเศษ
แล้วบอกกับเพื่อนคนหนึ่งว่า
ฉันจะอยู่แบบโลกๆแล้ว เพราะความรักที่แท้จริงไม่มีในโลก
ดูสิ ฉันเหงา
ฉันไม่มีใครมาคอยจับมือแบบในเรื่องรักที่ฉันเขียน
ฉันบอกเพื่อนว่าฉันจะหาใครก็ได้สักคน
ที่เขามีเงินซื้อผ้าห่มไฟฟ้าให้ฉันได้

ฉันไม่เชื่อในความรักอีกต่อไปแล้ว

ตกดึกแม่ค่อยๆย่องมาจับตัวฉันเบาๆ เช็ดตัวให้สร่างไข้
แล้วฉันก็กลับมาเชื่ออย่างสุดใจได้อีกครั้งว่า

..รักแท้มีจริง

เราไม่อาจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ก็จริง
แต่เราทำสิ่งเล็กๆได้ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่

แม่ชีเทเรซ่า
ตู้ป.ณ. น่าจะหายเหงา
อืม รับจดหมายสักฉบับไหมคะ

ฉันสบายดีแล้ว
บางครั้งยาแก้ปวดลดไข้ก็ดีเหมือนกัน
กินแล้วหาย งอแงดีค่ะ
การค้นพบอะไรบางอย่าง บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า
มันเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์

เคยค้นพบบางสิ่งบางอย่างในสมุดวาดภาพของพ่อ
จาก "จุดเล็กๆ จุดหนึ่ง"
มันเปลี่ยนชีวิตของคนๆ หนึ่ง
ยิ่งกว่าการได้ค้นพบความลับของจักรวาล

#3 By Krinchow And Painting (58.9.193.38) on 2006-05-25 22:31

อืม... ก็ไม่ได้เลือกหมุนชีวิตไปในทางที่สะดวกสบายมากนัก
แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินตามเส้นทางที่มีความสุขมากกว่าคะ.

#4 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.126.82) on 2007-05-10 22:57