..

..

-1-

ผมมักแยกหนังสือที่อ่านบ่อยกับนานๆอ่านที เป็นการคัดแยกตามนิสัยที่ขี้เกรียจมากกว่า เพราะบนชั้นที่อ่านบ่อยจะอยู่ฝั่งหนึ่ง หยิบบ่อยและเคยชิน ส่วนอีกฝั่งคือหนังสือนานๆครั้งอ่านทีหรือไม่ค่อยได้หยิบเลย การหยิบบ่อยและการวางจึงเป็นการคัดแยกไปในตัว

นับวันหนังสือประเภทอ่านบ่อยลุกลามข้ามเขตแดนมาอีกฝั่ง เพราะมักมีอีกหลายๆเดินตามออกมาจากร้านหนังสือและมาหมุนเวียนกันในกลุ่มนั้น

อ่านบ่อย หากแยกในกลุ่มอีกครั้ง ก็ไม่น่าจะหลากหลายอะไร ตามประเภทนักเขียนก็มีที่ชอบไม่กี่คน แบ่งเป็นรูปแบบก็ไม่กี่อย่าง บทกวี วรรณกรรม เรื่องสั้น...

นานๆอ่าน คืออีกฝั่งหนึ่งของโลก แนวคิด ปรัชญา หรือวรรณกรรมบางเล่ม ก็ชอบนะ แต่เล่มหนึ่งใช้เวลาหน่อย กว่าจะเวียนมาอีกหน

-2-

บทกวีบางเล่มบางเบา ยิ่งอ่านตัวยิ่งโหวงลอย เคลิ้มเติมฝันๆ พิบูลย์ศักดิ์ ศักดิ์สิริ ยังดี วจีจันทร์ พี่จุ้ย วัฒน์ วรรลยางกูล เติมเต็มบางส่วนที่ขาดได้

แต่ตัวอักษรของบางเล่ม แสนหนักหน่วง นอนอ่านไม่ได้ ต้องใช้สติครบถ้วน จริงจัง ใส่ใจ ถึงจะเอาอยู่

-3-

พรสวรรค์ต้องมีในนักเขียนฉันใด นักอ่านก็ต้องมีพรสวรรค์เหมือนกันฉันนั้น น้ำหนักของอักษรจะแสนหนัก แต่นักอ่านเตรียมเครื่องชั่งมาอย่างดี เหมาะแก่การรับน้ำหนัก ฐานมั่นคงก็รับไหว หนังสือบางเล่มหากไม่พร้อมเปิดอ่านฐานชีวิตไม่ถึง ถึงอ่านไปก็เก็บไปได้เพียงประโยคบอกเล่า ไม่หนักจนจมหาย ก็ลอยล่องไปในบรรยากาศ

ตั้งขอสังเกตุเรื่องของพรสวรรค์ และพรแสวง นักเตะบางคนอัจฉริยะโดยพื้นฐาน หมั่นฝึกฝนสักหน่อยก็ไปได้ไกล เปเล่คือนักบอลที่เล่นด้วยศิลปะ พริ้วไหว ไม่มีแบบฟอร์ม ไม่มีแพทเทริน์ แต่ฝั่งอังกฤษอย่างเบคแฮมลีลายังอยู่ในรูปแบบที่ถูกฝึกมาอย่างชัดเจน คือมีพรแสวงเป็นแรงผลักดัน

บางอย่างฝึกได้ บางอย่างฝึกได้แต่ต้องใช้เวลา บางอย่างฝึกได้แต่ต้องได้โอกาสจึงจะสำเร็จ บางอย่างฝึกได้แต่ต้องมีบ้างที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด

-4-

คนเรามีสมองสองซีก ซีกซ้ายทำงานเสมอเมื่อชีวิตต้องการการอธิบายเป็นเหตุและผล ต้องการคำนวณ ตัวเลข คิดเป็นขั้นเป็นตอน ต่อเนื่องตามลำดับ

ส่วนด้านขาว เต็มไปด้วยจินตนาการ ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลใดๆ

เปเล่อาจจินตนาการในการเล่นบอลอย่างไร้เหตุผล สนุกกับเกมส์ในสนาม หลบหลีก ไปตามเรื่องตามราว แต่เบคแฮมอาจวางแผนเกมส์การแข่งขัน คิดเป็นฉากๆ วางตัวให้อยู่เหนืออีกฝั่ง ใช้สมองวิเคราะห์ต่างๆนานา

-5-

บทกวีที่เป็นตัวเลข ยังไม่เคยเห็น แต่สูตรทางคณิตศาสตร์ของไอสไตล์ สวยงามและหฤโหดในขณะเดียวกัน ตัวอักษรสร้างโลกได้ ก็ทำลายล้างโลกได้ด้วยเช่นกัน

มีคนบอกว่าโสการตีส ไม่ยอมเขียนหนังสือ และไม่บอกอะไรเลย เขาประกาศว่าเป็นคนที่ "ไม่รู้"อะไรเลย และไม่เขียนอะไรทั้งนั้น การสนทนาและถกปัญหาเท่านั้นจะนำไปสู่ความจริงทางปรัชญาอย่างแท้จริง

น้ำหนักของอักษรของโสกราตีสจึงล่องลอยอยู่ในอากาศ บางความคิดเขาจึงเป็นอมตะและงดงามเมื่อคนคิดถึง

-6-

การรวมตัวของสหภาพยุโรปนำมาซึ่งความเป็นหนึ่งเดียว เงินยูโรถือกำเนิดบนความหลากหลายของชาติและประเทศเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน นับเป็นเงินที่มีสกุลที่แข็งและหนักที่สุดในยุคนี้

แต่ความจริงทางเศรษฐศาสตร์ เงินเป็นสิ่งที่นับไม่ได้ เพราะไม่มีลักษณะนามที่ชัดเจน ต่างจากหนังสือนั้นนับได้ คือหนังสือหนึ่งเล่ม แหวนหนึ่งวง หรือบ้านหนึ่งหลัง

เงินจึงเป็นสิ่งนับไม่ได้ แต่มีมูลค่าเท่านั้น เช่นเหรียญหนึ่งเหรียญอยู่ในมือ มันคือหนึ่งเหรียญ ไม่รู้ว่าเหรียญบาทหรือเหรียญห้า หรือเหรียญดอลล่าห์สหรัฐ มันไม่แน่นอน ต้องจับต้องมองเห็นเท่านั้นจึงรู้ค่าของเหรียญนั้น

-7-

ท่านอังคารอาจเขียนรูปหญิงสาว อ่อนช้อยงดงาม ใครเห็นก็อดชื่นชมในความงามนั้นไม่ได้

แต่นักกวี พรรณาความงามของหญิงสาว อาจเขียนสั้นๆ คำเดียว หรือร่ายยาวเป็นหน้าๆเล่มๆ เป็นเรื่องราวชีวิตทั้งชีวิต

นักคณิตศาตร์ อาจต้องทดเลขหารสองคูณสมการหลายหน้าจึงจะอธิบายค่าของหญิงสาวได้ ทั้งนี้อาจชี้วัดตามสถานะการเงิน รถ บ้านและจำนวนอายุวงปี

-8-

บูรพาหรือตะวันออก(ความรู้สึก เอเชีย ดอกไม้) คือฝั่งขาวของทิศเหนือ ส่วนตะวันตก(เหตุผล ยุโรป อเมริกา วัตถุ บริโภคนิยม)อยู่ด้านซ้าย โลกสมดุลย์เสมอ ซ้ายและขวา ขาวและดำ หญิงและชาย แข็งและอ่อน เหมือนหยินและหยาง

จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ท่านนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ว่าไว้ แต่จินตนาการของท่านก็นำมาซึ่งความจริงและสิ่งที่เลวร้ายให้กับฝั่งบูรพา

ตัวอักษรจะบางเบาถ้าอยู่ฝั่งขวา แต่จะหนักอึ้งเมื่อต้องใช้สมองฝั่งซ้ายวิเคราะห์ แต่ชั้นหนังสือที่บ้าน ชั้นฝั่งขาวหนักกว่าเพราะแบกรับอักษรที่ชอบไว้หลายเล่มจนชั้นรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว......


Painting by Pablo Picasso, Garçon à la pipe 1905 Oil on canvas, 100 × 81,3 cm

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากใช้สมองซีกขวามากกว่า
แต่ตอนนี้ใช้แต่ซีกซ้าย
แต่ตอนว่างๆ เราก็ชอบอ่านบทกวี
ผ่อนคลายดีเนอะ
คุณเขียนมีสาระดี..เหมือนเป็นนักเขียนเลย..

#2 By i - f i r m on 2006-05-31 09:02

ฉันเก็บหนังสือตามจบเศร้าและจบสุข
บางทีบางเล่มให้ความรู้สึกน่าพรั่นพรึง
...ฉันจะเก็บในลิ้นชักต่างหาก
ป้องกันความน่ากลัวคลานออกมาอาวะวาดกลางคืน

บางทีฉันชอบคิดอะไรเล็กๆ
แล้วมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว
ฉันแค่อยากทำขนมนิดๆหน่อยๆด้วยเตาอบ
สักพักฉันก็เริ่มมีเครื่องตีไข่ มีพิมพ์ขนมแบบโน้นแบบนี้
เริ่มอยากได้เตาอบแบบที่ใหญ่ขึ้น
ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่งานอดิเรกเหลวๆที่ทำแจกคนโน้นคนนี้

ฉันอ่านเรื่องที่คุณเขียนวันนี้ด้วยความรู้สึกเดี๋ยวเล็กเดี๋ยวใหญ่
คล้ายเวลาอ่านหนังสือของทินกร
...เพียงแต่อยู่บนรถที่วิ่งไม่เร็วเท่า
ฉันยังสามารถคิดตามไปได้ทัน อ่านป้ายข้างทางรู้เรื่อง

อืม ฉันว่าบางทีการที่ฉันเรียนทางวิทยาศาสตร์
ทำให้ฉันช่างสงสัย
เวลาอ่านอะไรฉันจะต้องคิดเล็กคิดน้อยตามไปเสมอ
บางทีมันทำฉันเมื่อยสมองทั้งๆที่อ่านการ์ตูนญี่ปุ่น

โลกทั้งโลกล้วนสัมพันธ์กับ
บางคนกล่าวว่าโกแกงได้รับอิทธิพลจากแวนโก๊ะ
แต่ฉันว่าเขาเป็นเพื่อนต่างรุ่น
ผู้เป็นแรงบันดาลใจซึ่งกันและกันต่างหาก
ตอนนี้รู้สึกว่าพื้นที่ในกะโหลกจะโล่งมากๆ
โล่งประมาณเม็ดถั่วเขียววางอยู่กลางสนามฟุตบอล .....จนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เรียกว่าสมองมันมีอยู่จริง...รึเปล่า ซีกซ้าย ขวา ยิ่งแยกไม่ได้ไปใหญ่
รูปนี้ปิกัสโซ วาด อืมม ก่อนจะเจอสไตล์ของตัวเองล่ะมั้ง...งึมๆๆงัมๆๆ..
ถึงไหนละ เมากาแฟรึเปล่าน่ะ
แล้วก็กลับไปอ่านใหม่อีกรอบ..
อ๋อ ที่บ้าน เราจัดหนังสือแบบเรียงแยกตามขนาดแล้วก็สีเข้มไปอ่อน เล่มอ่านบ่อยซุกไว้ใต้หมอน ..
ไปละ ขอโทษที่รบกวนนะเคอะ ชิ้งงง
.- -".

#4 By walk my own way ^^ on 2006-05-31 11:34

ฝนตกหนักในยามเที่ยง
แดดเที่ยงหายไปหน้าตาเฉย
สมองซีกขวากำลังทำงาน
หนักหรือเปล่าไม่รู้
รู้แต่ว่า สุขใจดี
ถ้าหนักหนาแต่สุขสันต์
ทำงานหนักตามสบายเถิดสมองของฉัน
.......................
เมื่อพูดถึงหนังสือสักเล่ม
ที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนฟังใครร่ายกวี
พิบูลศักดิ์ ละครพล ผุดขึ้นมาทันทีค่ะ
เขาได้ชื่อว่าเป้นเจ้าชายโรแมนติกแห่งวงการ
ฉันอยากดำเนินรอยตามเขาเสียจริง
แต่ไอ้เราก็โรแมนติกได้เท่านี้
เท่านี้...ใครบางคนก็เอียนจะแย่แล้ว

#5 By ตินกานต์ on 2006-05-31 12:20

ความจริงสมองทำงานเท่ากันพร้อมกัน
แย้งและอำนวยแก่กันในบางที

แต่เราขาดสติเสมอเมื่อยึดความคิด
ที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล เน้นความรู้สึก
โลกทัศน์กับชีวทัศน์เดินสวนกัน

เรายึดอารมณ์เป็นที่ตั้ง
และปรุงแต่งไปเองเสมอ

ช่วยไม่ได้ถ้ามันสุขกและสร้างสรรค์
ซีกขวาก็ต้องทำงานกันหามรุ่ง
เพราะดึกแค่ไหน
หลับลึกเท่าไหร่
ซีกขวาก็ยังทำงาน ฝันกันไปทั้งคืน

(เอนทรี่นี้ โยกย้ายไปมาซ้ายและขวา
อย่างที่คุณจูนว่า อาจเป็นแนวทดลอง
อย่างคุณวินทร์ชอบอ้าง แต่คนอ่านอาจ
เวียนเกล้าได้...)

#6 By อากาศกวี on 2006-05-31 22:18

บางเรื่องเหมาะกับสมองซีกซ้าย
อีกบางเรื่องเหมาะกับสมองซีกขวา
เราจะใช่ซีกไหนมากกว่ากัน อาจขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องพบเจอ
หรืออาจอยู่ที่เราเลือกจะพบเจอกับสิ่งไหน
...
ตอนนี้เรามีที่เก็บหนังสืออยู่สี่ที่
ที่บ้านต่างจังหวัดมีตู้เก็บหนังสืออยู่สามใบ ใบนึงเป็นหนังสือที่อ่านในช่วงแรก ๆ ของชีวิต ตั้งแต่ที่เริ่มเลือกหนังสือมาอ่านเอง อีกสองใบเป็นหนังสือที่อ่านจบแล้วและยังไม่รู้สึกอยากเอามาอ่านอีก กับหนังสือที่ยังไม่ถึงเวลาอ่าน(ยังไม่มีอารมณ์นั่นเอง) จับแยกไว้ตามผู้เขียน และประเภทหนังสือ แต่ง-แปล
ส่วนที่อยู่ตอนนี้มีตู้หนังสือเล็ก ๆ (และล้นแล้ว)อยู่ใบนึง เป็นพวกหนังสือที่กะว่าจะอ่าน อยากอ่าน และหนังสือใหม่
แล้วตอนนี้หนังสือบางส่วนเริ่มลุกลามจากตู้ไปอยู่บนชั้นอีกชั้น เป็นหนังสือใหม่กว่า และหนังสือที่หยิบมาอ่านได้ไม่รู้เบื่อ ที่ค้างชั้นอยู่นานกว่าเพื่อนและมักได้ติดสอยห้อยตามเราไปไหนบ่อย ๆ เป็นงานของคุณพิบูลศักดิ์--ห้องสีขาวใต้หลังคา

#7 By ระหว่างทาง on 2006-05-31 23:42

" ปรัชญาเป็นเพียงเรื่องความจริงโดยทั่วไป
ความคิดสร้างสรรค์ คือการมองสิ่ง
ธรรมดา ด้วยมุมมอง...ที่ไม่ธรรมดา
จินตนาการบวกความคิดอันลึกซึ้งนำมาซึ่ง...ปรัชญา. "

#8 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.126.82) on 2007-05-10 23:21