น้ำหนักของอักษรและสมองซีกขวา
posted on 30 May 2006 23:05 by lonelysyndrome in Dust-words..

..
-1-
ผมมักแยกหนังสือที่อ่านบ่อยกับนานๆอ่านที เป็นการคัดแยกตามนิสัยที่ขี้เกรียจมากกว่า เพราะบนชั้นที่อ่านบ่อยจะอยู่ฝั่งหนึ่ง หยิบบ่อยและเคยชิน ส่วนอีกฝั่งคือหนังสือนานๆครั้งอ่านทีหรือไม่ค่อยได้หยิบเลย การหยิบบ่อยและการวางจึงเป็นการคัดแยกไปในตัว
นับวันหนังสือประเภทอ่านบ่อยลุกลามข้ามเขตแดนมาอีกฝั่ง เพราะมักมีอีกหลายๆเดินตามออกมาจากร้านหนังสือและมาหมุนเวียนกันในกลุ่มนั้น
อ่านบ่อย หากแยกในกลุ่มอีกครั้ง ก็ไม่น่าจะหลากหลายอะไร ตามประเภทนักเขียนก็มีที่ชอบไม่กี่คน แบ่งเป็นรูปแบบก็ไม่กี่อย่าง บทกวี วรรณกรรม เรื่องสั้น...
นานๆอ่าน คืออีกฝั่งหนึ่งของโลก แนวคิด ปรัชญา หรือวรรณกรรมบางเล่ม ก็ชอบนะ แต่เล่มหนึ่งใช้เวลาหน่อย กว่าจะเวียนมาอีกหน
-2-
บทกวีบางเล่มบางเบา ยิ่งอ่านตัวยิ่งโหวงลอย เคลิ้มเติมฝันๆ พิบูลย์ศักดิ์ ศักดิ์สิริ ยังดี วจีจันทร์ พี่จุ้ย วัฒน์ วรรลยางกูล เติมเต็มบางส่วนที่ขาดได้
แต่ตัวอักษรของบางเล่ม แสนหนักหน่วง นอนอ่านไม่ได้ ต้องใช้สติครบถ้วน จริงจัง ใส่ใจ ถึงจะเอาอยู่
-3-
พรสวรรค์ต้องมีในนักเขียนฉันใด นักอ่านก็ต้องมีพรสวรรค์เหมือนกันฉันนั้น น้ำหนักของอักษรจะแสนหนัก แต่นักอ่านเตรียมเครื่องชั่งมาอย่างดี เหมาะแก่การรับน้ำหนัก ฐานมั่นคงก็รับไหว หนังสือบางเล่มหากไม่พร้อมเปิดอ่านฐานชีวิตไม่ถึง ถึงอ่านไปก็เก็บไปได้เพียงประโยคบอกเล่า ไม่หนักจนจมหาย ก็ลอยล่องไปในบรรยากาศ
ตั้งขอสังเกตุเรื่องของพรสวรรค์ และพรแสวง นักเตะบางคนอัจฉริยะโดยพื้นฐาน หมั่นฝึกฝนสักหน่อยก็ไปได้ไกล เปเล่คือนักบอลที่เล่นด้วยศิลปะ พริ้วไหว ไม่มีแบบฟอร์ม ไม่มีแพทเทริน์ แต่ฝั่งอังกฤษอย่างเบคแฮมลีลายังอยู่ในรูปแบบที่ถูกฝึกมาอย่างชัดเจน คือมีพรแสวงเป็นแรงผลักดัน
บางอย่างฝึกได้ บางอย่างฝึกได้แต่ต้องใช้เวลา บางอย่างฝึกได้แต่ต้องได้โอกาสจึงจะสำเร็จ บางอย่างฝึกได้แต่ต้องมีบ้างที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
-4-
คนเรามีสมองสองซีก ซีกซ้ายทำงานเสมอเมื่อชีวิตต้องการการอธิบายเป็นเหตุและผล ต้องการคำนวณ ตัวเลข คิดเป็นขั้นเป็นตอน ต่อเนื่องตามลำดับ
ส่วนด้านขาว เต็มไปด้วยจินตนาการ ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลใดๆ
เปเล่อาจจินตนาการในการเล่นบอลอย่างไร้เหตุผล สนุกกับเกมส์ในสนาม หลบหลีก ไปตามเรื่องตามราว แต่เบคแฮมอาจวางแผนเกมส์การแข่งขัน คิดเป็นฉากๆ วางตัวให้อยู่เหนืออีกฝั่ง ใช้สมองวิเคราะห์ต่างๆนานา
-5-
บทกวีที่เป็นตัวเลข ยังไม่เคยเห็น แต่สูตรทางคณิตศาสตร์ของไอสไตล์ สวยงามและหฤโหดในขณะเดียวกัน ตัวอักษรสร้างโลกได้ ก็ทำลายล้างโลกได้ด้วยเช่นกัน
มีคนบอกว่าโสการตีส ไม่ยอมเขียนหนังสือ และไม่บอกอะไรเลย เขาประกาศว่าเป็นคนที่ "ไม่รู้"อะไรเลย และไม่เขียนอะไรทั้งนั้น การสนทนาและถกปัญหาเท่านั้นจะนำไปสู่ความจริงทางปรัชญาอย่างแท้จริง
น้ำหนักของอักษรของโสกราตีสจึงล่องลอยอยู่ในอากาศ บางความคิดเขาจึงเป็นอมตะและงดงามเมื่อคนคิดถึง
-6-
การรวมตัวของสหภาพยุโรปนำมาซึ่งความเป็นหนึ่งเดียว เงินยูโรถือกำเนิดบนความหลากหลายของชาติและประเทศเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน นับเป็นเงินที่มีสกุลที่แข็งและหนักที่สุดในยุคนี้
แต่ความจริงทางเศรษฐศาสตร์ เงินเป็นสิ่งที่นับไม่ได้ เพราะไม่มีลักษณะนามที่ชัดเจน ต่างจากหนังสือนั้นนับได้ คือหนังสือหนึ่งเล่ม แหวนหนึ่งวง หรือบ้านหนึ่งหลัง
เงินจึงเป็นสิ่งนับไม่ได้ แต่มีมูลค่าเท่านั้น เช่นเหรียญหนึ่งเหรียญอยู่ในมือ มันคือหนึ่งเหรียญ ไม่รู้ว่าเหรียญบาทหรือเหรียญห้า หรือเหรียญดอลล่าห์สหรัฐ มันไม่แน่นอน ต้องจับต้องมองเห็นเท่านั้นจึงรู้ค่าของเหรียญนั้น
-7-
ท่านอังคารอาจเขียนรูปหญิงสาว อ่อนช้อยงดงาม ใครเห็นก็อดชื่นชมในความงามนั้นไม่ได้
แต่นักกวี พรรณาความงามของหญิงสาว อาจเขียนสั้นๆ คำเดียว หรือร่ายยาวเป็นหน้าๆเล่มๆ เป็นเรื่องราวชีวิตทั้งชีวิต
นักคณิตศาตร์ อาจต้องทดเลขหารสองคูณสมการหลายหน้าจึงจะอธิบายค่าของหญิงสาวได้ ทั้งนี้อาจชี้วัดตามสถานะการเงิน รถ บ้านและจำนวนอายุวงปี
-8-
บูรพาหรือตะวันออก(ความรู้สึก เอเชีย ดอกไม้) คือฝั่งขาวของทิศเหนือ ส่วนตะวันตก(เหตุผล ยุโรป อเมริกา วัตถุ บริโภคนิยม)อยู่ด้านซ้าย โลกสมดุลย์เสมอ ซ้ายและขวา ขาวและดำ หญิงและชาย แข็งและอ่อน เหมือนหยินและหยาง
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ท่านนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ว่าไว้ แต่จินตนาการของท่านก็นำมาซึ่งความจริงและสิ่งที่เลวร้ายให้กับฝั่งบูรพา
ตัวอักษรจะบางเบาถ้าอยู่ฝั่งขวา แต่จะหนักอึ้งเมื่อต้องใช้สมองฝั่งซ้ายวิเคราะห์ แต่ชั้นหนังสือที่บ้าน ชั้นฝั่งขาวหนักกว่าเพราะแบกรับอักษรที่ชอบไว้หลายเล่มจนชั้นรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว......
Painting by Pablo Picasso, Garçon à la pipe 1905 Oil on canvas, 100 × 81,3 cm
..

แต่ตอนนี้ใช้แต่ซีกซ้าย
แต่ตอนว่างๆ เราก็ชอบอ่านบทกวี
ผ่อนคลายดีเนอะ
#1 By ~(^ ^o) น้องรั่วแห่งชาติ (o^ ^)~ on 2006-05-30 23:22