เข็มทิศของชายชรา
posted on 03 Jun 2006 20:29 by lonelysyndrome in Dust-words..

..
..
-1-
ฝนจางหายตั้งแต่เช้ามืด ฟ้ายามเช้าจึงใสกระจ่างโล่ง วันนี้อยากไปดื่มกาแฟกับคนๆหนึ่งแล้วจึงชวนเขาไปนั่งดื่มและคุยกัน
เขาคนนั้นคือผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งที่น่านับถือ ไม่ใช่ญาติแต่ถือว่าสนิทกว่าญาติเสียอีก เป็นคนที่สอนให้คิดนอกกรอบ คิดด้วยความคิดของตนเอง เขาชอบดูดาว ดวงจันทร์และนก การได้สังเกตธรรมชาติเป็นเรื่องใกล้ตัวแต่เรามักไม่ใส่ใจมัน แต่เขาชอบดูสิ่งเหล่านี้ แหงนหน้ามองท้องฟ้าไปวันๆ ฟังแล้วน่าเศร้า แต่เปล่าหรอก บนท้องฟ้ามีเรื่องราวเยอะแยะมากมาย ยิ่งยามคืนที่มืดสนิท ดวงดาวน่าพิสมัยเป็นที่สุด
-2-
มีสองสิ่งที่เขาขาดไม่ได้คือกาแฟและบุหรี่ สองสิ่งนี้บันทอนต่อสุขภาพโดยตรง แต่กลับบำรุงจิตใจให้เขามีชีวิตต่อไปอย่างรื่นรมย์ สุขภาพของเขาจึงไม่ค่อยแข็งแรง วันนี้ดูชราลงกว่าปีที่แล้วขึ้นเยอะ
-3-
สิ่งที่ชายชราผู้นี้สอนและใช้ได้เสมอในด้านการทำงานศิลปะ คือสร้างสรรค์ที่ต้องมีทั้ง Form และ Function คือต้องคำนึงถึงรูปทรง ความสวยงามและการใช้งาน ถ้าสวยแต่หยิบจับทำอะไรไม่ได้ก็ไม่มีความหมาย เขาเป็นศิลปินโดยธรรมชาติ แก้ว ถ้วยชากาแฟของเขา เหมาะสำหรับการดื่มกินและดื่มด่ำ เขารักการค้นหาและเป็นนักสังเกตการณ์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัว ดวงดาวก็นับเป็นเรื่องใกล้ตัวด้วยแกว่าอย่างนั้น
-4-
ที่บ้านเขาเลี้ยงหมาอยู่ตัวหนึ่งชื่อเจ้า Goody นอกจากหมาที่บ้านแล้ว หมานอกบ้านแกก็สนิทไปหมด ที่ร้านกาแฟ ร้านขายของ ร้านขายกับข้าว แกสนิทกับทั้งคนขายและหมาของคนขาย คนในเมืองที่เราอยู่อาศัยรักแกทุกคน เพราะแกเป็นมิตรกับทุกคนแม้กระทั่งหมาๆ หมาจึงรักแกด้วยเช่นกัน
-5-
จากบ้านไปร้านกาแฟ เราเริ่มต้นสนทนากันอีกครั้ง
ในรถเขา ยังคงสภาพเดิม เราไม่ได้ขึ้นรถของชายชราผู้นี้มาหลายเดือนแล้ว ทุกอย่างยังคงเดิมแต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ เข็มทิศ คงไม่ถามถ้าเจ้าของเป็นคนอื่น คนยุคนี้ยังจะใช้เข็มทิศกันอยู่อีกหรือ แต่ชายชราผู้นี้ไม่ใช่คนยุคนี้นิ แกเป็นปิกัสโซ่กลับชาติมาเกิด เราเคยรู้สึกอย่างนั้น
-6-
เข็มทิศหรอ...
ชายชราผู้นี้ว่า "รู้ไหมสนามแม่เหล็กบนโลกเราเคลื่อนที่ปีละ30กิโลเมตรนะ" ไม่เคยได้ยินมาก่อน เคยแต่ได้ยินเรื่องเวลาที่มีการเคลื่อนในทุกๆปี แต่สนามแม่เหล็กนี้ยังไม่เคย แล้วแกก็เราต่อไปอย่างน่าสนใจ แล้วจะติดเข็มทิศในรถไปทำไมล่ะ ก็ยังสงสัยอยู่อีก
นอกจากเข็มทิศ ในรถเขายังเต็มไปด้วย แผนที่ ไฟฉาย เงินสำรองที่แกแอบซุกเอาไว้ สำเนาบัตรประชาชน และอื่นๆที่คนโดยทั่วไปไม่ได้สนใจ ดูมันทำให้การออกนอกบ้านแต่ละครั้งอุ่นใจได้
เขาไม่เคยขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ เมื่ออยู่ในรถแกไม่เคยประหม่า กฎจราจรสำคัญเท่าน้ำใจและความใจเย็นบนท้องถนน
-7-
มีเรื่องน่าขำสำหรับชายชราผู้นี้คือ เรื่องพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แกเคยถามว่า "ชอบเขาไปดูไหม" เราก็บอก "เคยซิ เด็กๆโน้นแล้ว" แกว่า "โถ่ เข้าไปวันนี้กับพรุ่งนี้ก็ไม่เหมือนกัน ปลามันโตขึ้นทุกวัน ออกลูกทุกวันนะ"
-8-
ชายชราว่า น้ำมันแพง รุ่นรถที่โฆษณาว่าประหยัดน้ำมัน ไม่จริงหรอก ใช้จริงๆอยู่ที่คนขับ อยู่ที่พฤติกรรมของคนขับนั้นแหละ "เห็นไฟแดงแต่ไกลยังเหยียบคันเร่งอีก ก็รู้ว่าไปแล้วต้องติด" จริงของแก เรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิต แต่ชายชราผู้นี้เห็นว่าสำคัญเสมอ
ในบ้านเขาสะอาดทุกอย่าง โต๊ะ ตู้เย็น เก้าอี้.... ชายชราถามว่า "จานที่บ้านเรากินก่อนล้างหรือล้างก่อนกิน" เป็นเรื่องง่ายๆที่ทำให้คิดได้ว่า ยังไงๆก็ต้องล้าง เพราะฉะนั้นจะกินแล้วไปล้าง หรือจะล้างแล้วเอาไปกิน ก็ต้องล้างอยู่ดี แต่สองอย่างต่างกัน เพราะจะกินแล้วไปล้างมันทำให้จานและสุขภาพของเราไม่สะอาดไปด้วย
-9-
เข็มทิศหรอ...
ถึงร้านกาแฟแล้ว เรายังไม่ได้คำตอบจากชายชราเลย จะติดเข็มทิศไว้ทำไมใช้ประโยชน์ได้อย่างนั้นหรอ เวลาเราหลงทางหรอ สมัยนี้หลงก็ถามเอาข้างทางก็ได้ ไม่ได้เดินป่านิ ไม่ได้อยู่กลางทะเลนิ เอ..หรือชีวิตต้องมีเครื่องนำทางอะไรสักอย่าง
ก่อนลงจากรถชายชราถามว่า "แล้วไม่เคยหลงทางหรอ"
ถนนหนทางเนี้ยหลงประจำ 3-4รอบหง่ะกว่าจะจำได้ ยิ่งถ้าวิ่งกลางคืนนะงัยก็หลงแน่ ทั้งๆที่กลางวันไปได้ ( ปลาทองอย่างรุนแรงเลยคะ ) ... ส่วนเจ้าถนนเส้นสายชีวิตนะเหรอ
เฮ้อ! ไม่เคยเล้ยจะได้แวะเจอเป็นเส้นตรงโดดๆบ้าง เจอทางแยกซับซ้อนวกวน มิหน่ำซ้ำนะบางครั้งยังพาหลงทางไปถึงไหนๆ แถมเอากะเค้าสิบางทีก็พาวกกลับไปที่เก่าอย่างไม่มีเหตุผลซะงั้น.
เมื่ออ่านเรื่อง Notebook ของ Nicholas Sparks จบ
ตอนแรกฉันอ่านฉบับภาษาไทยก่อน
แล้วก็ไปหาฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านซ้ำ
ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่า
ฉันกลัวฉากนั้นค่ะ
ฉันกลัวตอนที่"เธอ"ขับรถออกจากบ้าน
...แล้วเกิดจำทางกลับบ้านไม่ได้
ฉันกลัวตัวเองจะป่วยอย่างนั้น สักวันจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
ลืมแม้กระทั่งคนที่เคยรักที่สุด
ให้ฉันตายเสียยังจะดีกว่าต้องเป็นอย่าง"เธอ"ในเรื่อง
โชคดีที่เธอมีคนที่รักเธออยู่ใกล้ๆ
และคอยอ่านเรื่องในบันทึกให้ฟัง
ฉันนอกจากหลงซ้ายขวาแล้ว ฉันยังหลงทิศด้วย
สมมติใครขับรถพาฉันวนไปมาในเมืองที่ไม่คุ้นเคย
สักพักฉันจะเริ่มหลงทาง
ถ้าเขาปล่อยทิ้งข้างถนนก็เดินที่เดิมไม่ได้
ฉันนี่เสี่ยงกับภาวะแบบในหนังสือจริงๆ
เพื่อนบอกว่ามันเกิดจากการขาด"สติ"ในทุกการกระทำ
อืม...ฉันกำลังพยายามอยู่
แต่เพื่อนหมอบางคนบอกว่า
เป็นภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้บางแบบที่เป็นแต่กำเนิด
ไอเดียเรื่องเข็มทิศนี่น่าสนใจค่ะ ฉันน่าจะหามาไว้ติดตัวบ้าง
ฉันเหมือนมองเห็นพ่อฉันในชายคนนั้น คนที่เป็นเพื่อนคุณ
พ่อฉันสอนฉันขับรถและฉันก็ขับเป็นแต่เกียร์ธรรมดา
เมื่อกำลังจะถึงไฟแดง เราจะเข้าเกียร์ว่างให้รถวิ่งตามแรงเดิม
พอถึงจุดหยุด เราจะหยุดได้นิ่มมาก
ฮ่ะ ฮ่ะ แต่ฉันจอดรถไม่เก่งเหมือนพ่อเด๊ะเลยค่ะ
เพลงที่ฉันแบ่งประเภทไว้เป็นเพลงตะลึงตึงตึงอยู่เพลงหนึ่ง
..มีเนื้อเพลงที่ฉันชอบขนาดเอามาเขียนในหนังสือรุ่น
"When you get lost ,empty your head
Follow your heart and you will find your way."
ยังไม่เคยลองสักทีเวลาหลงทางจริงๆ
...เพราะฉันจะมัวแต่ตระหนกตกใจ
แต่ฉันได้ใช้บ่อยๆในการเดินทางในชีวิต
#1 By จดหมายถึงหนูนุ่น on 2006-06-03 22:10