หนึ่งวงรอบของเข็มสั้นและยาว
posted on 04 Jun 2006 20:11 by lonelysyndrome in Dust-words..

...
-1-
นัดกับรุ่นน้องเพื่อคุยเรื่องงาน สองชั่วโมงแห่งการทรมานนั่งตั้งตารอคอย มีอะไรทำเยอะแยะในบ้าน แต่เมื่อมีแขกจะมา สภาวะย่อมไม่ปกติที่จะทำอย่างอื่นอย่างใดได้เท่ากับการรอคอยแล้วเหม่อมองเข็มที่เคลื่อนเป็นวงกลมบนฝาผนัง
-2-
ก่อนที่จะเข้าใจชีวิตต้องเรียนรู้จักการรอคอยก่อน ใครคนหนึ่งว่าอย่างนั้น
ผมไม่ชอบการรอคอยยิ่งในยามที่มีเงื่อนไขของเวลา เข็มของนาฬิกาเคลื่อนที่ตลอดเวลา ลมหายใจก็เข้าและออกอย่างเปล่าเปลื้องในยามที่ยังไม่ถึงเวลาที่รอคอยมาถึง นับเป็นเรื่องทรมานชีวิตเป็นที่สุด ไม่ได้หงุดหงิดกับเวลาที่ถูกปล่อยไปเท่าความหละหลวมของคำมั่นสัญญาของคนๆหนึ่งที่พ่นออกมาใส่อากาศ
-3-
นาฬิกาบนฝาผนังไม่อยู่ข้างใครทั้งนั้น มันทำหน้าที่ของมันราวกับว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ฉันจะหยุดเดิน กี่รอบแล้วก็ไม่รู้เพียงวงรอบหนึ่งที่วินาทีทำหน้าที่ครบ และเข็มนาทีจึงเคลื่อนหนึ่งครั้ง แล้วเข็มสั้นสุดจึงเคลื่อนบ้างเมื่อเข็มยาวครบหนึ่งวงรอบ
เมื่อเข็มสั้นเคลื่อนที่กิจกรรมของชีวิตก็เคลื่อนตาม ไม่ใช่เฉพาะที่ใดในโลก เข็มสั้นเคลื่อนที่หนึ่งครั้งคนทั้งโลกก็เคลื่อนไปตามๆกัน
-4-
ชาวพุทธฝึกปฏิบัติด้วยการตามลมหายใจ บางแห่งให้นับลูกประคำที่ร้อยเป็นเส้นสาย นับวนไปวนมาไร้จุดจบแต่ถึงจุดหมายในแต่ละลูกประคำ เพื่อการปล่อยวางความคิดและหยุดให้นิ่งกับปัจจุบัน สัมผัสลมหายใจของตัวเองอย่างละเอียด สมาธิจึงเกิดขึ้น แบบนี้ก็เรียกว่าอยู่และเดินตามตัวเอง
โลกดิจิตอลจี้หลัง คนรุ่นใหม่ ให้วิ่งให้ทัน ไล่จับความฝันแบบดิจิตอลที่เคลื่อนที่แบบไม่มีวันหยุดนิ่ง
หนึ่งรอบของเข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาไม่เพียงพอต่อการทำงานบางอย่างเพื่อแลกกับตัวเลขในสมุดบัญชี
-5-
ในหนึ่งวินาทีกับหนึ่งนาทีและกับหนึ่งชั่วโมงย่อมต่างและเหมือนกัน ไอสไตน์เคยผ่านบททดสอบอันนี้มาแล้วเขาสรุปว่า บางสภาะวะหนึ่งวินาทียาวนานมาก เช่นการถูกเหล็กร้อนๆจี้ หรือแม้แต่การรอคอยคนรักที่อีกหนึ่งนาทีจึงจะมาถึง
ในทางตรงกันข้ามเวลานับเป็นชั่วโมงๆกลับสั้นและเดินเร็วผิดปกติเมื่อเราอยู่ในสภาวะแห่งความสุข เราอยากให้ยาวนานแม้เวลาผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วก็ตาม เมื่อชั่วโมงแห่งความปิติสิ้นสุดลง เราจะรู้สึกว่ามันแสนสั้นเป็นที่สุด
ไอสไตน์สรุปทฤษฏีนี้ว่า ทฤษฏีสัมพันธภาพ
-6-
เมื่อเวลาเดินทางมาถึงคนที่นัดหมายปรากฏตัว เข็มนาฬิกายังคงเคลื่อนที่ต่อๆไปอย่างไร้กาลเวลา สภาวะแห่งการพบเสมือนหยุดเวลาให้เป็นช่องว่างที่รอการเติมเต็ม ความคิดและบทสนทนาจบลง ดูเข็มนาฬิกาอีกครั้ง เข็มสั้นเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องเคลื่อนตัวอีกครั้ง
-7-
นักวิ่งในสนามกีฬาต้องการที่จะทำลายสถิติให้เกิดเวลาที่เร็วกว่าสถิติเดิมแม้เสี้ยวหนึ่งของวินาทีก็ถือว่าสำเร็จ แต่นอกสนามแข็งขันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเวลาเปลื้องเปล่าแล้วเปลื้องเปล่าอีก วงรอบของเข็มวินาทีไม่มีความหมายเท่าในสนามแข็งขัน
และตัวเลขสีแดงที่วิ่งถอยหลังอยู่กลางสี่แยก ถอยหลังทีละหนึ่งวินาที เพียงตอนนี้อยู่ที่เลขสิบ แล้วถอยหลังเป็น เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่งแล้ว มันนานมากเพียงตัวเลขที่ถอยหลังเพียงสิบวินาที หัวใจที่เจ็บปวดทำราวกับว่ามันนานนับเป็นชั่วโมง แต่เมื่อตัวเลขกลายเป็นสีเขียวที่เริ่มต้นนับ จะเท่าไรก็ไม่รู้ แต่ใครจะสนใจ ยิ่งในยามป่วยไข้ รอสัญญาณไฟให้เขียวเพื่อจะผ่านแยกนี้ไปได้ก็พอ ไม่รู้ว่าตัวเลขสีเขียวจะไปจบเมื่อไหร่ ก็ไม่มีใครสนใจแล้ว เพราะเวลาแห่งการรอคอยจบลง
-8-
วงรอบของเข็มสั้นและยาวจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเราให้ความหมายกับมันขณะที่เรายังเดินทางไม่ถึงจุดหมาย และไม่ใส่ใจที่จะดูการเคลื่อนที่ของเข็มเมื่อเราไม่ต้องการมัน
เข็มสั้นเดินวนอยู่นานหลายรอบวง คนที่นัดมาถึงหน้าบ้านพอดีกับที่สิ้นสุดการรอคอย...

เพราะการดูนาฬิกาเป็นเข็มไม่เป็น
ก็เป็นหนึ่งในลักษณะผิดปกติของ Learning Disability
ฉันใส่นาฬิกาเป็นตัวเลขตั้งแต่เด็กๆเพราะดูนาฬิกามีเข็มไม่เป็น
เพิ่งดูเป็นตอนประมาณมัธยมต้นแล้วค่ะ
คิดว่าน่าจะอาศัยการจำเอา
นาฬิกาดิจิตอลมักจะไม่สวย
เมื่อเรียนจบและไม่ต้องใช้นาฬิกามากมาย
ฉันก็เลิกใส่นาฬิกาข้อมือและเปลี่ยนเป็นสร้อยข้อมือ
เพื่อให้จำได้ง่ายๆว่า ด้านไหนซ้ายหรือด้านไหนขวา
เวลาเรามีทุกข์ เวลาผ่านไปช้า
แต่ในความสุข เวลาผ่านไปเหมือนเรากระพริบตาครั้งเดียว
คุณเคยอ่านเรื่องชีวิตในช่วงหลังของไอสไตน์หรือเปล่าคะ
หนังสือบางเล่มบอกว่าเขามีชีวิตที่เงียบเหงา
และเล่นตลกร้ายกับชื่อเสียงของตัวเองตลอดเวลา
อาจจะเพราะเวลาพริบตาเดียวที่มีคนที่เขารักเคียงใกล้ได้ผ่านไปแล้ว
ที่เหลือของชีวิตจึงเป็นเพียงเวลาอันยาวนานห่างไกล
#1 By จดหมายถึงหนูนุ่น on 2006-06-04 20:56