ไม่มีวันผิดหวังถ้าจะเริ่มต้นใหม่
posted on 08 Jun 2006 20:21 by lonelysyndrome in Dust-words..
..
-1-
"If today were the last day of my life, would I want to do what I am about to do today?"
Steve Jobs, CEO of Apple
-2-
ในปี 1976 ขณะที่สตีฟ จอบส์อายุ 21 ปี คิดค้นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกกับเพื่อนรักของเขา(สตีฟ วอซเนียก)ในโรงรถที่บ้านของครอบครัวเขาเองหลังจากนั้นหนึ่งปีเขานำ Apple II ออกสู่ตลาดสำเร็จ และกลายมาเป็นบริษัทมหาชนในปี 1980 แต่เครื่องรุ่น Apple III ในปีนั้นกลับสำเร็จน้อยกว่าเดิม
ปี 1984 เครื่องแมคอินทอชรุ่นแรกก็ปรากฏสู่สายตาชาวโลก ความนิยมมีมากขึ้นจนต้องเลิกผลิต Apple II และส่งเสริมพัฒนาเครื่องรุ่นแมคเพียงอย่างเดียวจนถึงทุกวันนี้
แต่เพียงปีเดียวหลังจากนั้น 1985 เขากลับถูกลดบทบาทในบริษัท จากปัญหาความขัดแย้งภายใน ก็เพราะความที่เป็นนักบุญ นักสร้างสรรค์เขาศึกษา จิตวิญญาณนักนวัตกรรมของเขาไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ทำเงิน ทำให้ต้องพ้นจากบริษัทที่ตัวเองเป็นคนก่อตั้งในที่สุด
หลังออกจากแอปเปิล จอบส์พยายามก่อตั้งบริษัทคอมพิวเติร์อีกครั้ง ครั้งนี้เขาทำสำเร็จอีกครั้งในชื่อ NeXT
แต่แล้วแอปเปิลก็ซื้อกิจการบริษัทเน็กซ์ คอมพิวเตอร์ด้วยราคา 402 ล้านUSD เพื่อนำจอบส์กลับสู่บ้านเก่าอีกครั้งในปี 1996 และเป็น iCEO ตำแหน่งสูงสุดในปี 1997 อีกหนหลังจากแอปเปิลเสียความมั่นใจกับผู้บริหารชุดเก่า
-3-
"รักในสิ่งที่ทำและเชื่อมั่นในสิ่งนั้น" จอบส์กล่าวอย่างนี้ทุกครั้งเมื่อพูดถึงมุมมองในการดำเนินชีวิต เขามักกล่าวในการบรรยายพิเศษว่า "ตราบใดที่ยังรักในสิ่งที่ทำ จงแทนที่ความหนักหนาของความสำเร็จ มาเป็นความเบิกบานใจที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่"
-4-
การเริ่มต้นใหม่ จอบส์พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่เขารักเสมอ คำว่า "พร้อมที่จะเริ่มต้น"เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก นัยยะของการพร้อมที่จะเริ่มต้นคือ การปล่อยในสิ่งที่มีอยู่และสร้างมากับมือด้วยซ้ำให้หลุดลอยไปสู่อีกมือหรือแม้ในอากาศ ปล่อยให้ลอยไปและไปเริ่มต้นกับส่งที่"รัก"ใหม่จากสองมือที่ว่างเปล่า แต่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งที่รักว่าจะทำมันสำเร็จได้อีก
-5-
จากเครื่องคอมพิวเตอร์ใหญ่โต กลายมาเป็นเครื่องแมคอินทอชได้จากความรัก(สนุก)ของเขาจากการเริ่มต้นที่ค้นพบว่า นกหวีดของเล่นที่แถมมากับอาหารเช้าทำจากธัญพืชยี่ห้อหนึ่ง นำมาดัดแปลงเล็กน้อยและสามารถทำให้เกิดเสียงความถี่ 2,600เฮิร์ทในระบบโทรศัพท์ทางไกล ไม่รอช้า เขาเริ่มธุรกิจผลิตกล่อง "บลูบอ็กซ์" จากแนวความคิดดังกล่าว
ในช่วงแรกๆ ของชีวิต จอบส์มีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหยุดเรียนกลางคัน เพราะคิดว่าไม่เหมาะกับสาขาที่เรียน ซึ่งใน ระหว่างนั้นก็ได้ไปลงเรียนในบางวิชาที่สนใจ อาทิ ศิลปะการคัดลายมือ และลายเส้นตัวอักษร ที่ทำให้เรียนรู้เรื่องจำนวนช่องว่างระหว่างตัวอย่างที่นำมาผสมกัน ซึ่งนั่นเป็นที่มาของคอมพิวเตอร์แมคอิน ทอชตัวแรกในอีก 10 ปีถัดมา ร่วมกับ สตีเฟน วอซแนค เพื่อนที่ทำงานให้กับฮิวเลตต์-แพ็คการ์ด ด้วยกันในช่วงฤดูร้อน
เขามักกล่าวว่า "ถ้าผมขาดเรียนวิชานั้นไปเพียงวิชาเดียวที่วิทยาลัยรีด เครื่องแมคอินทอชคงจะไม่มีรูปแบบอักษรหลากหลาย และปราศจากฟอนต์ที่มีการแบ่งระยะห่างอย่างถูกสัดส่วนเช่นนี้" วิชาที่ว่าคือวิชาหัดคัดตัวอักษรหรือการคัดลายมือนั่นเอง
-6-
ชีวิตของชายชื่อจอบส์เหมือนนักคิดและคนช่างฝัน เป็นนักฝันที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ความฝันเฟื่อง เจ้าอารมณ์ด้วยซ้ำที่ทำให้ความถือดีเป็นบุคลิกนี้มีเสน่ห์ที่สร้างความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ไม่กี่ปีที่ผ่านมาปี 2004 เขาพบว่าตัวเองป่วยด้วยโรคมะเร็งในตับอ่อน
เขาย่างเข้าสู่วัย 33 ในการบรรยายครั้งหนึ่งเขาฝากข้อคิดข้อหนึ่งว่า
"หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ยังต้องการจะทำอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไหม" หลังจากถามตัวเองอยู่หลายวัน คำตอบที่เขาได้ทุกครั้งยังคงเป็น ไม่ นั่นทำให้เขารู้ว่ายังต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างอยู่
-7-
"ตราบใดที่ยังรักในสิ่งที่ทำ จงแทนที่ความหนักหนาของความสำเร็จ มาเป็นความเบิกบานใจที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่"
..
Painting : "starry night over the rhone at arles" by Vincent van Gogh,September 1888
ข้อมูลและประวัติของสตีฟ จอบส์ มาจากเวป wikipedia
อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ

เป็นคำพูดที่ประทับใจมากเลยครับ
#1 By 魔法のオオカミ on 2006-06-08 20:55