..

..

-1-

"If today were the last day of my life, would I want to do what I am about to do today?"

Steve Jobs, CEO of Apple

-2-

ในปี 1976 ขณะที่สตีฟ จอบส์อายุ 21 ปี คิดค้นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกกับเพื่อนรักของเขา(สตีฟ วอซเนียก)ในโรงรถที่บ้านของครอบครัวเขาเองหลังจากนั้นหนึ่งปีเขานำ Apple II ออกสู่ตลาดสำเร็จ และกลายมาเป็นบริษัทมหาชนในปี 1980 แต่เครื่องรุ่น Apple III ในปีนั้นกลับสำเร็จน้อยกว่าเดิม

ปี 1984 เครื่องแมคอินทอชรุ่นแรกก็ปรากฏสู่สายตาชาวโลก ความนิยมมีมากขึ้นจนต้องเลิกผลิต Apple II และส่งเสริมพัฒนาเครื่องรุ่นแมคเพียงอย่างเดียวจนถึงทุกวันนี้

แต่เพียงปีเดียวหลังจากนั้น 1985 เขากลับถูกลดบทบาทในบริษัท จากปัญหาความขัดแย้งภายใน ก็เพราะความที่เป็นนักบุญ นักสร้างสรรค์เขาศึกษา จิตวิญญาณนักนวัตกรรมของเขาไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ทำเงิน ทำให้ต้องพ้นจากบริษัทที่ตัวเองเป็นคนก่อตั้งในที่สุด

หลังออกจากแอปเปิล จอบส์พยายามก่อตั้งบริษัทคอมพิวเติร์อีกครั้ง ครั้งนี้เขาทำสำเร็จอีกครั้งในชื่อ NeXT

แต่แล้วแอปเปิลก็ซื้อกิจการบริษัทเน็กซ์ คอมพิวเตอร์ด้วยราคา 402 ล้านUSD เพื่อนำจอบส์กลับสู่บ้านเก่าอีกครั้งในปี 1996 และเป็น iCEO ตำแหน่งสูงสุดในปี 1997 อีกหนหลังจากแอปเปิลเสียความมั่นใจกับผู้บริหารชุดเก่า

-3-

"รักในสิ่งที่ทำและเชื่อมั่นในสิ่งนั้น" จอบส์กล่าวอย่างนี้ทุกครั้งเมื่อพูดถึงมุมมองในการดำเนินชีวิต เขามักกล่าวในการบรรยายพิเศษว่า "ตราบใดที่ยังรักในสิ่งที่ทำ จงแทนที่ความหนักหนาของความสำเร็จ มาเป็นความเบิกบานใจที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่"

-4-

การเริ่มต้นใหม่ จอบส์พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่เขารักเสมอ คำว่า "พร้อมที่จะเริ่มต้น"เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก นัยยะของการพร้อมที่จะเริ่มต้นคือ การปล่อยในสิ่งที่มีอยู่และสร้างมากับมือด้วยซ้ำให้หลุดลอยไปสู่อีกมือหรือแม้ในอากาศ ปล่อยให้ลอยไปและไปเริ่มต้นกับส่งที่"รัก"ใหม่จากสองมือที่ว่างเปล่า แต่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งที่รักว่าจะทำมันสำเร็จได้อีก

-5-

จากเครื่องคอมพิวเตอร์ใหญ่โต กลายมาเป็นเครื่องแมคอินทอชได้จากความรัก(สนุก)ของเขาจากการเริ่มต้นที่ค้นพบว่า นกหวีดของเล่นที่แถมมากับอาหารเช้าทำจากธัญพืชยี่ห้อหนึ่ง นำมาดัดแปลงเล็กน้อยและสามารถทำให้เกิดเสียงความถี่ 2,600เฮิร์ทในระบบโทรศัพท์ทางไกล ไม่รอช้า เขาเริ่มธุรกิจผลิตกล่อง "บลูบอ็กซ์" จากแนวความคิดดังกล่าว

ในช่วงแรกๆ ของชีวิต จอบส์มีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหยุดเรียนกลางคัน เพราะคิดว่าไม่เหมาะกับสาขาที่เรียน ซึ่งใน ระหว่างนั้นก็ได้ไปลงเรียนในบางวิชาที่สนใจ อาทิ ศิลปะการคัดลายมือ และลายเส้นตัวอักษร ที่ทำให้เรียนรู้เรื่องจำนวนช่องว่างระหว่างตัวอย่างที่นำมาผสมกัน ซึ่งนั่นเป็นที่มาของคอมพิวเตอร์แมคอิน ทอชตัวแรกในอีก 10 ปีถัดมา ร่วมกับ สตีเฟน วอซแนค เพื่อนที่ทำงานให้กับฮิวเลตต์-แพ็คการ์ด ด้วยกันในช่วงฤดูร้อน

เขามักกล่าวว่า "ถ้าผมขาดเรียนวิชานั้นไปเพียงวิชาเดียวที่วิทยาลัยรีด เครื่องแมคอินทอชคงจะไม่มีรูปแบบอักษรหลากหลาย และปราศจากฟอนต์ที่มีการแบ่งระยะห่างอย่างถูกสัดส่วนเช่นนี้" วิชาที่ว่าคือวิชาหัดคัดตัวอักษรหรือการคัดลายมือนั่นเอง

-6-

ชีวิตของชายชื่อจอบส์เหมือนนักคิดและคนช่างฝัน เป็นนักฝันที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ความฝันเฟื่อง เจ้าอารมณ์ด้วยซ้ำที่ทำให้ความถือดีเป็นบุคลิกนี้มีเสน่ห์ที่สร้างความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ไม่กี่ปีที่ผ่านมาปี 2004 เขาพบว่าตัวเองป่วยด้วยโรคมะเร็งในตับอ่อน

เขาย่างเข้าสู่วัย 33 ในการบรรยายครั้งหนึ่งเขาฝากข้อคิดข้อหนึ่งว่า

"หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ยังต้องการจะทำอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไหม" หลังจากถามตัวเองอยู่หลายวัน คำตอบที่เขาได้ทุกครั้งยังคงเป็น ไม่ นั่นทำให้เขารู้ว่ายังต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างอยู่

-7-

"ตราบใดที่ยังรักในสิ่งที่ทำ จงแทนที่ความหนักหนาของความสำเร็จ มาเป็นความเบิกบานใจที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่"

..


Painting : "starry night over the rhone at arles" by Vincent van Gogh,September 1888
ข้อมูลและประวัติของสตีฟ จอบส์ มาจากเวป wikipedia

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

"ตราบใดที่ยังรักในสิ่งที่ทำ จงแทนที่ของความสำเหร็จ มาเป็นความเบิกบานใจที่จะพร้อมเริ่มต้นใหม่"
เป็นคำพูดที่ประทับใจมากเลยครับ

#1 By 魔法のオオカミ on 2006-06-08 20:55

สำหรับฉันแล้วคำว่าความสำเร็จ
...คือความสุขในใจในงานที่ทำ

บ่อยครั้งที่ฉันต้องตอบคำถามจำพวก
-ทำไมไม่รับราชการ กลางวันร้านจ้างคนอยู่ก็ได้

บางครั้งก็ตอบยากเหมือนกันนะคะ

ฉันชอบรอยยิ้มของคนไข้
ชอบเสียงหัวเราะ ชอบการตอบคำถาม
บางครั้งบางคนไม่ได้ป่วย แต่กำลังหาใครสักคนที่จะฟังเธอ
..ฉันก็จะฟังอย่างตั้งใจ เพราะบางทีเรื่องเล่านั้นไม่ได้ต้องการคำตอบ

เพียงแค่ฟังใครสักคนให้เธอโล่งใจ ฉันก็ถือว่ามันคือความสำเร็จ

บางคนอาจจะชอบรูปดอกทานตะวัน
แต่จะบอกความลับให้ว่า ฉันชอบรูปนี้ของฟานก็อกมากที่สุด
ชอบเพราะแปลกกว่ารูปอื่นๆ
ฉันรู้สึกลึกๆว่าเขาไม่ชอบผู้คนนักจากรูปของเขา
...ในรูปนี้ของเขามีคนสองคนค่ะ
งืบๆๆ
ซึ้งๆๆซึ้งมากมาย=w=,,,,

มีปักกิดด้วย เเง่มๆๆๆ
ขอบคุณ
ข้อความบางประโยค
เกิดกำลังใจ

หลายๆ ภาพของแวนโก๊ะ
ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ

#4 By Minigal on 2006-06-08 23:10

ชอบค่ะภาพนี้
...
ตอนนี้เราอยู่ระหว่างการเริ่มต้นทำบางอย่าง
บางอย่างที่แปลกไปกว่าที่เคย
แต่ก็เป็นบางอย่างที่เคยฝันว่าอยากทำ
...
เราแย่ตรงที่ชอบตั้งคำถามกับสิ่งที่ทำ
ความจริงมันอาจจะดีก็ได้นะ
แต่คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบมักทำให้สับสนและไขว้เขว
...
ตอนนี้สิ่งที่ทำคือไม่คาดหวัง ไม่ตั้งเป้าไกล และอาจลดคำถามให้เหลือแค่
มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ไหม
...
แต่ไม่รู้จะทำได้แค่ไหนเลย

#5 By ระหว่างทาง on 2006-06-08 23:26

วันนี้ขอรักในหลวงก่อนค่ะ

ใส่เสื้อสีเหลืองด้วยค่ะ

ฝันดีราตรีสวัสดิ์ คิดถึงค่ะ

#6 By P.Pu on 2006-06-09 00:47

อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ

#7 By nanak on 2006-06-09 18:02

You cant' do much about the lenght of your life, but you can do a lot about it's depth and width.

#8 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.121.132) on 2007-05-11 18:12

อ่านแล้วได้ความรู้มากค่ะ

#9 By มายล์ (203.113.17.157) on 2007-06-03 20:15