ชายคนหนึ่งที่เธอเฝ้ารอ

posted on 09 Jun 2006 18:51 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

..

-1-

เธอรอคอยคนที่ส่งดอกเดซี่ให้ในเวลาบ่ายสี่โมงสิบห้าของทุกวัน รอคอยที่จะพบเจอหน้า เสียงเรียกที่ประตูหน้าร้านขายของตบแต่งบ้านที่เธอเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มทิ้งกระถางดอกเดซี่ไว้ตรงนั้น วันแล้ววันเล่าเธอเฝ้ารอเพื่อพบชายคนนั้น

แต่เธอก็มีโอกาสได้ยินเพียงเสียงเรียกที่ประตู

ดอกไม้ครับ

พร้อมทิ้งดอกเดซี่ดอกเล็กๆที่อยู่ในกระถางช่อหนึ่งไว้หน้าประตู

-2-

ก่อนหน้านั้น

ชายหนุ่มพบจิตรกรสาวที่ทุ่งชานเมือง ในวันที่แดดอ่อนวันหนึ่ง ทุ่งเดซี่สีขาวเหลืองบานสะพรั่ง เธอชอบดอกเดซี่ดอกเล็กๆนี้ เธอว่าเป็นดอกทานตะวันเล็กๆของแวนโก๊ะ จิตรกรเอกเป็นแรงบันดาลใจสำหรับเธอ

จิตรกรหญิงอย่างเธอกำลังจะเปิดการแสดงงาน ภาพเขียนชุดทุ่งดอกเดซี่

อีกฝั่งหนึ่งก็มีทุ่งกว้างใหญ่สีเหลือง มีลำธารเล็กๆพาดด้วยขอนไม้กลมยาวท่อนหนึ่ง เธอพยายามข้ามลำธารเล็กด้วยท่อนไม้ที่พาดอยู่

แล้วเธอก็พลาดตกลงในลำธาร เธอพยายามคว้ากระเป๋าที่ใส่สีและพู่กัน แต่ไม่สามารถคว้าได้ทัน กระเป๋าของเธอไหลตามกระแสน้ำนั้นไป

-3-

ความบังเอิญที่ชายหนุ่มพบเห็นเธอ และกระเป๋าใบนั้นลอยไหลมาตามน้ำ เขาจึงกระโจนลงลำธารและคว้ากระเป๋าได้ทัน

จากวันนั้นเธอกลับมาที่ทุ่งอีกครั้ง เธอแทบกระโจนทิ้งจากรถจักรยานที่เธอขี่มา ภาพที่เธอเห็น คือสะพานไม้ที่ถูกสร้างพร้อมราวสะพานอย่างมั่นคง และมีกระเป๋าของเธอที่ไหลลอยหายไปตามน้ำ แขวนอยู่บนราวสะพาน

วันรุ่งขึ้นเธอจึงวาดภาพทุ่งเดซี่ให้แทนคำขอบขุณ ที่ทำสะพานไม้ให้เธอข้าม และนำมาวางทิ้งไว้บนราวสะพาน

แน่นอนชายคนนั้นเป็นคนมาต่อสะพานให้

-4-

และเขาก็เริ่มส่งดอกเดซี่ให้เธอทุกวัน

-5-

เธอรับจ้างวาดรูปเหมือนบนลานกว้างกลางเมืองในกรุงอัมสเตอร์ดัม เขาแอบดูเธอทุกวันหลังกระจกฝั่งตรงข้าม ที่อยู่บนตึกในมุมห้องที่เขาเช่าอยู่ แต่วันหนึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้น เมื่อชายอีกคนปรากฏตัวที่หน้าประตูร้านของเธอ หลังจากที่เขาได้นำดอกเดซี่มาวางไว้

เธอคิดว่าเดซี่กระถางที่เธอได้รับเขาคนนี้เป็นผู้มอบให้

-6-

เธอคิดว่าเธอได้เจอคนที่ เฝ้าคอย แล้ว

คนที่เก็บกระเป๋าพู่กันให้

คนที่ต่อสะพานไม้ให้เธอข้าม

คนที่ส่งกระถางดอกเดซี่ให้ในช่วงสี่โมงสิบห้าทุกวัน

แต่คนที่เธอคิดว่าใช่กลับนิ่งงันไม่เอยปากบอกว่า

เขาไม่ใช่ ชายคนนั้นที่เธอเฝ้ารอ

-7-

นี่คือซีนหนึ่งในหนังเกาหลีที่ต่อเนื่องอยู่จนวินาทีนี้ Daisy หนังรักเรื่องนี้ยังเดินเรื่องต่อไปแม้นเศร้าแสนในตอนจบ แต่ก็อิ่มใจในบางฉากหลายตอนที่ซ่อนไว้ในหนัง หญิงสาวยังเชื่อและปักใจต่อไปว่าเขาใช่และหลงรักเขาที่ปรากฏตัวนั้นอย่างหมดใจ แต่ชายเฝ้ารออยู่ได้เพียงแต่มองเธอและเขาอย่างเจ็บปวด

สะพานที่ชายคนหนึ่งสร้างไปสู่เธอกลับเป็นสะพานที่ต่อไว้เพื่อชายอีกคนเป็นคนข้าม

-8-

สะพานไม้ที่อยู่ในหนังสร้างความเจ็บปวดได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะในไม่ช้า ชายคนที่เธอเข้าใจผิดก็ต้องจากเธอไปอย่างยากที่จะกลับ เธอต้องกลายเป็นคน เฝ้ารอ อีกครั้ง

แล้วชายคนนั้นก็ปรากฏตัว แต่เธอก็ไม่สามารถมอบใจให้เขาได้แล้ว เพราะคนที่เธอ เฝ้ารอ เพิ่งจากเธอไป

-9-

เรื่องราวยังเดินต่อไป แต่จินตนาการและความทรงจำทำงานหวนกลับย้อนไปในอดีตของตัวเอง เรื่องบังเอิญในชีวิตแต่ละคน ทำให้การ เฝ้าคอย ที่ดูมีความหมาย เมื่อได้พบแต่เป็นการพบที่คิดว่าใช่แต่ความจริงก็อาจไม่ใช่ แต่เมื่อรู้ความจริงทีหลังย่อมเจ็บปวดกว่า

มีหลายครั้งที่คนรอบข้างตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ คือการ เฝ้ารอ คนที่เรารักจะกลับมา แต่ได้เพียงหวังและฝังใจว่าเขาใช่จริงๆ แล้วคนที่ผ่านเข้ามาใหม่ในชีวิตก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งไป

ใช่แค่เรื่องราวของความรัก คนเรามักเข้าใจอะไรผิดแล้วเฝ้าแต่รอสิ่งที่คิดผิดนั้นฝังใจอยากให้กลับมาใหม่ แท้จริงแล้วคงไม่มีบทสรุปตายตัว การพบเจอหลังจากการเฝ้ารอมานาน หากยืนอยู่ตรงหน้าเขาหรือเธอ ก็อย่าได้เผยถึงสิ่งที่เฝ้ารอ เพราะเขาอาจรู้ว่าตัวเขาเองนั้นไม่ใช่คนที่เธอเฝ้ารอ แล้วต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

นี่คือเรื่องรักจากฉากหนังยามบ่ายของชีวิตวันศุกร์อากาศดีกลางฤดูฝนที่เติมเต็มชีวิตที่ยังไม่มีใครให้ต้อง "เฝ้ารอ"

..

Jeon Ji-hyun หญิงสาวในเรื่อง

..

ปล.ไม่ขอเอยถึงฉากหนึ่งฉากใดเกี่ยวกับความสูญเสียและความตายในหนังเรื่องนี้

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยังไม่ได้ดู อยากดูมาก

#1 By Backpacker on 2006-06-09 20:10

ยังไม่ได้ดูค่ะ

แบบนี้เรียกว่าผิดฝาผิดตัวใช่ใหมคะ

ใครน่าสงสารที่สุดคะเนี่ย

วันนี้เป็นวันดีขอให้มีความสุขมากๆนะคะ

รักในหลวงมากๆ "ทรงพระเจริญ"

#2 By P.Pu on 2006-06-09 21:21

อ๋อ ยังไม่ออกโรงอีกหรอ น่าดูเหมือนกันแต่ยังไม่ได้ดู หึๆๆๆ
ได้ดูแต่ไตเติลในทีวี
มันดูโรแมนติดไงไม่รุ้อ่ะค่ะ

#3 By a girl ธรรมดา ~* on 2006-06-09 21:55


แต่ยามบ่ายในชีวิตวันศุกร์ของฉันนั้น
เต็มไปด้วยการเฝ้ารอการมาถึงของวันพรุ่งนี้

Daisy น่าดูมากค่ะ

#4 By Minigal on 2006-06-09 23:35

T3T ฟังดูแล้วเหมือนจะจบด้วยน้ำตาเช่นเคย

จีฮุนใส่แว่นแล้วน่ารักไปอีกแบบครับ

#5 By 魔法のオオカミ on 2006-06-10 00:28

ล่าหัวใจยายตัวร้าย กับ Daisy
อืมม อ่านชื่อไทยแล้วความรู้สึกอยากดูลดลง 80 เปอร์เซนต์
.
.
.
.
บางทีการเฝ้ารอใครบางคน
ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีความหมาย
แต่ก็ยังอดที่จะรอไม่ได้
โง่เนอะ ฉันน่ะ

#6 By walk my own way ^^ on 2006-06-10 12:51

เรื่องนี้เป็นวีซีดีแล้วครับ
ชอบดูหนังอยู่กับบ้าน
สบายดี

ชื่อเรื่องนั้นในภาคภาษาไทย
โปรดอย่าใส่ใจครับ
รบกวนใจเปล่าๆ
เพราะไม่เป็นอย่างที่คิด
(คนตั้งชื่ออาจสิ้นคิดก็ได้หมดมุขมั้ง)

คงหาดูได้ไม่ยากในขณะนี้
เพลงประกอบก็เพราะใช้ได้ครับ

แต่เสน่ห์ของหนังเกาหลี
ยังแนบเนียนเหมือนเดิม
ซ่อนฉากแทรกเหตุได้ทั้งเรื่อง

ฉากบางฉากก็เป็นการเฉลยในก่อนหน้า
ชอบแบบนี้ครับ
ประเด็นเรื่องง่ายๆแต่ชวนตามแบบติดๆ
ครับผม

#7 By อากาศกวี on 2006-06-10 13:01

ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ
ต้องรอ VCD แล้วละ

ปล. ชอบคำว่า lonelysyndrome จังเลย

#8 By ::NamWarn:: on 2006-06-10 15:30

อืม โป้งค่ะ หนังเศร้าอ่ะ
ร้องไห้น้ำมูกหยดอายคนเลยนะ

เรื่องมันมีอยู่ว่าอ่านเอนทรี่นี้ตั้งแต่เมื่อคืน
อ่านแล้วอยากดูหนังจริงขึ้นมาติดหมัด
ตื่นเช้ามาเปิดร้านตัวเอง
ไปดูที่ร้านเช่าวีซีดีใกล้ๆร้านก็ไม่มีให้เช่า
อืม ออกไปซื้อดีกว่า
แล้วทุกอย่างก็ go so big
เริ่มจากการชวนเพื่อนอีกสองคนไปทานข้าวกลางวัน
เพื่อเป็นการประหยัดน้ำมัน ออกไปแล้วให้ได้หลายๆงาน
ไปส่งของที่ไปรษณีย์ด้วยอีกอย่าง
แล้วเกิดคิดขึ้นมาว่าตัวเองควรจะตัดผมหน้าม้าด้วย
ฉันกับเพื่อนเลยไปร้านตัดผม
เพื่อนเห็นฉันตัดก็เลยคิดว่าควรจะตัดหน้าม้าด้วย
แล้วฝนก็ตกหนัก สาวผมม้าสามคนติดฝนอยู่ในร้าน
เพราะกลัวผมโดนฝนเสียทรง
กว่าจะกลับมาถึงร้านก็บ่ายมากๆ
...เปิดหนังดูจนจบ
และต่ออินเทอร์เน็ตมาต่อว่าเสียหน่อย

คิดอีกที บางทีชีวิตมันก็เหมือนแบบนี้
เหมือนเวลาเราเอาแบบผมไปชี้ให้ช่างดู
...เอาแบบนั้นแบบนี้
ตอนเราตัดผมมาครั้งไหนเรามักจะคิดเสมอว่า
...ไม่เหมือนแบบนี่หว่า ว้า ตัดทำไมเนี่ยเรา
อย่างเลวร้ายที่สุดคือฮัมเพลง"ฉันมาทำอะไรที่นี่"ออกไปจากร้าน

ระหว่างนั่งทานอาหาร
ฉันถามเพื่อนซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ฉันควรตัดผมม้าดีไหม
เพราะคนที่บ้านเริ่มรำคาญคำถามและเริ่มไล่ให้ไปตัดเสียที
เค้าว่า "จะได้หายอยากและจะได้เลิกถาม"
ฉันเลยเปลี่ยนมาปรึกษาเพื่อนแทน
เพื่อนอีกคนให้เหตุผลที่ฉันควรตัดว่า

"ตัดเถอะ ถึงไม่สวย เดี๋ยวมันก็ยาว"

จริงของมัน
บางทีผู้หญิงในเรื่องเธออาจจะคิดว่า
...เมื่อเธอตัดผมแล้วต้องออกมาเป็นแบบนั้น
เธอจึงปักใจเชื่อว่า
ชายที่มีบุคคลิกอบอุ่นควรเป็นคนเอาดอกเดซี่มาวางที่หน้าร้าน

เพื่อนฉันพูดถูก ถึงไม่สวยแล้วผมมันก็จะยาวออกมาใหม่
ถ้าไม่ได้ลองตัด
ฉันก็จะสงสัยไปเรื่อยๆว่าฉันไปกันได้หรือเปล่ากับผมหน้าม้า
อาจจะชั่วชีวิตของฉัน
...ที่ต้องกลายเป็นป้าแก่ๆที่อยากตัดผมหน้าม้าจนลมหายใจสุดท้าย

ชีวิตมีพรุ่งนี้เสมอ เหมือนผมที่จะยาวขึ้น
เอ..คุณจูน
ที่ว่าดูแล้วเศร้านี่
สรุปว่าชอบไหมครับ

#10 By อากาศกวี on 2006-06-10 17:50

ชอบ แต่คงไม่ดูซ้ำแล้วค่ะ

#12 By ต้อมคับ(คิระ) (124.120.103.139) on 2006-10-11 16:40

ดูจากวันเวลาผมคงเป็นคนที่ตกยุคซะจิงๆ
เพราะหนังเรื่องนี้นานมากแล้ว พอผมดู
แล้วรู้สึกอินกะหนังมากคับรู้สึกว่ามันผิด
กะที่คิดไปบ่างแต่การนำเนินเรื่องนั้นก่อ
ธรรมดาแต่ความรู้สึกของตำวละครนั้น
ทำให้ผมรู้สึกได้กับความเสียใจผิดหวัง
ที่มันพูดลำบากแต่เป็นหนังที่ดีเรื่อง 1
และอยากบอกว่าเพลงเพราะมากๆๆๆๆๆ
From...*Kira*

#13 By (คิระ) (124.120.103.139) on 2006-10-11 16:47

ชอบหนังเรื่องนี้มากคับ แบบประเถทนี้แหละ มันจะได้จำฝังใจดี ไม่มีลืมเลย เพลงเพราะมากกกกกก คับ

#14 By หมี คับ (124.121.139.197) on 2007-01-21 00:59

แม้สายลมแห่ง"ความหวาดกลัว"จะเย็นเฉียบบาดกระดูก
แต่พายุที่ชื่อว่า"คาดหวัง"ก็เป็นพายุที่คุ้มคลั่งยิ่งกว่าพายุลูกไหนในโลก
ไม่มีอะไรทรมานเท่ากับ"การรอคอย"
เหมือนที่ไม่มีการตัดสินใจไหนยากเย็นเท่ากับ"การตัดใจ"

#15 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.128.108) on 2007-05-11 20:20

ดูแล้วเศร้ามาก....

#16 By เฉยๆ (58.9.125.75) on 2008-03-24 10:46