แตงโมสีชมพู

posted on 12 Jun 2006 16:39 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

..

..

..

-1-

ในความมืดเขาก้มหน้าก้มตามุดลงไปในห้องเครื่องด้านหลังของรถโฟลค์ตู้คันหนึ่ง มันดึกมากแล้วเกินกว่าที่จะหาช่างซ่อมที่ใดในแถวนั้นได้ แล้วถนนที่เขาหยุดอยู่เป็นถนนมอเตอร์เวย์ ที่ไม่มีบ้านคนหรือใครที่พอช่วยได้ โทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือคือส่วนที่ใช้ติดต่อเพื่อนผู้ที่พยายามให้คำแนะนำ ส่วนเขาต้องเป็นผู้ลงมือซ่อมเอง น้ำมันเบนซินไหลเปื้อนตามเนื้อตัว เสื้อผ้า แต่เขาก็พยายามอยู่นานหลายชั่วโมง

ในวันนั้นเขาออกเดินทางจากบ้านที่ศรีราชาเพื่อเดินทางไปโคราชสถานที่ที่เขาทำงาน ระยะทางเส้นนี้ควรใช้เวลาอย่างมากไม่น่าเกิน 5 ชั่วโมง แต่เขาใช้มากกว่านั้นเท่าตัว เพราะเจ้ารถแก่ๆของเขาทำพิษตลอดเส้นทาง ขับไปซ่อมไปอยู่อย่างนั้น

ความจริงแก่คันนั้นเพิ่งออกจากอู่ ผ่านมือช่างอันดับต้นๆที่เชี่ยวชาญรถโฟลค์ด้วยซ้ำ ความหงุดหงิดที่จะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยน้ำมัน ขับไปก็คิดไป

-2-

คืนนั้นผ่านไป หลังจากนั้นเขาเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรถโฟลค์ของเขา มันเป็นรถโฟลค์ตู้ปี 1972 สีเขียวเครื่องยนต์เป็นเดิมๆ ที่ติดมากับรถขนาด 1600 ซีซี คนไทยนิยมเรียกรถโฟลค์คู้ประเภทนี้ว่า หัวแตงโม เพราะหน้าตาของหน้ารถกลมๆเหมือนแตงโมไม่มีผิด แต่สภาพของมันทรุดโทรมมากๆ นอกจากเครื่องแล้วตัวถังโดยรวมผุไปเกือบห้าสิบเปอร์เซนต์ หลังจากได้มันมาในราคาประมาณหกมื่นกว่าบาทและทนใช้มาเกือบปี และต้องรักษาอาการป่วยของมันอยู่ครั้ง

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงมือทำเอง

เขาค้นหาประวัติ คู่มือแมนนวลของรถรุ่นนี้ในเวปไซท์ต่างประเทศ แล้วเขาก็พบและสั่งซื้อในที่สุด เขาสั่งคู่มือชิ้นส่วนการประกอบชองรถรุ่นนี้ทีแสดงรายละเอียดทั้งคันทั้งหมดอยู่ในเท็กซ์เล่มโต

-3-

เขาไม่เคยซ่อมและไม่มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ เครื่องยนต์มาก่อน อาศัยความรู้พื้นฐานนิดๆหน่อยๆ แต่มันก็ต่างจากรถทั่วไปอยู่ดี เพราะระบบการทำงานของรถโฟลค์ต่างจากรถทั่วๆป

เขาเริ่มถอดรื้อชิ้นส่วนเครื่องยนต์ทีละส่วน ทีละชิ้นใส่ถุง ติดนัมเบอร์ ถ่ายรูป ค่อยๆถอด ทำอย่างนี้ออกมากองอยู่กับพื้น ชิ้นส่วนเล็กๆไปจนชิ้นใหญ่ ติดนัมเบอร์ไปทุกชิ้น ถ่ายรูปทุกขั้นตอน แยกประเภทเป็นส่วนๆ

ตอนนี้เหลือแต่โครงรถแล้ว ชิ้นส่วนทั้งหมดถูกกองใส่ถุงรันนัมเบอร์ไว้เรียบร้อย ทั้งหมดแยกแยะและทำตามเทกซ์บุคเล่มนั้น

เขารื้อมันออกมาโดยมีเพื่อนอีกสอง-สามคนช่วยกันจดจำในเวลาที่จะประกอบเข้าไปใหม่

การรื้อเพื่อดูครั้งนั้นเป็นการเรียนรู้จักเครื่องยนต์ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง หน้าตาเป็นอย่างไร และที่สุดแล้วเขาต้องการนำชิ้นส่วนที่สึกหรอหรือมีอายุมากแล้วเปลี่ยนเสียใหม่ มันไม่ง่ายเลย เวลาหลายเดือนที่ต้องรื้อ ต้องหาอะไหล่ที่มีอยู่ในเมืองไทย ดูข้อมูลจากเวปต่างๆ

เขาอยากเปลียนสีด้วย เดิมเป็นสีเขียว เขามีลูกสาวสองคน ลูกสาวน่าจะชอบสีชมพู เขาจึงลงมือปะผุดป้วและพ่นสีใหม่...สีชมพู

-4-

หลายเดือนแต่ไม่นานเกินรอ รถโฟลค์ตู้ หรือแตงโมสีชมพูก็เสร็จ ทั้งหมดดูใหม่เอี่ยมแทบไม่น่าเชื่อ เบาะที่เคยขาดถูกเปลี่ยนใหม่ ภายในสะอาด ภายนอกดูสดชื่น เสียงเครื่องยนต์ที่ได้รับการรักษาแล้วดูโล่งเบา

..

..

..

-5-

ภาพรถคันเก่าแทบหายไปจากหัว คันที่ผุๆพังๆ สีอึมครึมเขียว ความเร็วคงที่ไม่เกินหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งหมดกลายเป็นรถคันใหม่ตามภาพจินตนาการของเจ้าของ ทุกมุมทุกพื้นที่ของตัวรถผ่านการขัดการเคลือบลงสีด้วยมือของเขา

นับจากปีที่เขาได้รถคันเก่าๆคันนั้นมาพร้อมที่ผมได้โฟลค์เต่าสีฟ้า เราเคยเจอกันโดยบังเอิญบนถนนในเมืองศรีราชา ขับตามตูดเขาไปโดยไม่รู้ว่าเป็นของเขา เข็มไมล์บอกความเร็วที่หกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วที่ไม่ควรขับตามแต่อย่างใด แต่ก็ตามนานหลายสิบกิโลจนแซงในที่สุด สภาพตอนนั้นมันต่างจากปัจจุบันมากๆ

-6-

ผมขายรถโฟลค์เต่าคันนั้นไปและใช้มาอีกสองคัน คันสุดท้ายเป็นรถโฟลค์ตู้หัวแตงโมสีแดงแต่อาการมันแย่บ่อยๆก็เลยตัดใจขายไป แต่เขาคนนั้นยังใช้รถคันเดิมคันเก่าๆ ถนอมใช้และค่อยปรับปรุงจากสภาพย้ำแย่สุดๆกลายมาเป็นรถที่น่านั่งที่สุด เขาลงมือเอง เขาเยี่ยวยามันเอง จากความไม่รู้อะไร ตอนนี้เขารู้จักมันดี ชิ้นส่วนทุกชิ้น เหมือนตอนนี้ เวลาเครื่องยนต์มีปัญหาเหมือนเขารู้ว่าอะไรขัดข้อง เหมือนตัวเขาอยู่ในเครื่องด้วยซ้ำ จนเพื่อนแซวว่าน่าจะไปเปิดนะ ท่าจะรุ่ง แต่ผมรู้ว่าเขาไม่ได้คิดทำเป็นอาชีพ เขาทำเพื่ออยากทำเท่านั้นและทำเพราะเป็นรถของตัวเองที่อยากทำ

-7-

กลางปี 2546 โรงงานประกอบรถโฟลค์ในประเทศบลาซิลโรงงานสุดท้ายของโลกปิดตัวเองลง ครั้งนั้นถือเป็นการปิดฉากการผลิตรถโฟลค์รุ่นเต่าและรถตู้แตงโมของยุค70ของโลกลง

-8-

เมื่อโรงงานประกอบโฟลค์ปิดตัวลง ขณะเดียวกันแตงโมสีชมพูคันนั้นก็ปรากฏโฉม คันถัดๆมาก็ตามมา เป็นความสนใจในกลุ่มเพื่อนที่อยู่ด้วยกันกับเขา เกิดเป็นกลุ่มโฟลค์ตู้กลุ่มเล็กๆขึ้นมา พลัดกันซ่อมพลัดกันปรับปรุง ช่วยกันดูแล จากซากรถก็มีที่เขาซื้อมาเพื่อถอดมาเติมอีกคันให้สมบูรณ์ หลังจากหนึ่งปีผ่านไป มีรถโฟลค์ตู้หัวแตงโมปรากฏโฉมทั้งสีฟ้าขาว สีขาวไข่ไก่ และสีชมพูคันนั้น

-9-

หลังจากนั้นเป็นต้นมา มีคนถามเขาว่า ถ้าปัญหาเรื่องอะไหล่หายากหลังบลาซิลประกาศปิดโรงงานจะทำยังไง ไม่ลองเปลี่ยนเครื่องของรถรุ่นใหม่ค่ายญี่ปุ่นใส่ดูละเผื่อปัญหาจะลดลง

ไม่ล่ะ เดี๋ยวเพื่อนไม่คบ เขาตอบอย่างนั้น

-10-

เวลาที่หาทางออกไม่เจอหรือจนกับปัญหา ขาดแรงบันดาลใจอะไรก็ตามผมมักจะนึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ของเพื่อนรุ่นพี่คนนี้เสมอ ทำอะไรก็ได้ถ้าต้องการความสำเร็จให้ลงแรงและพยายามมันให้เต็มที่แม้ต้องใช้เวลา สนุกและมีความสุขกับมัน ไม่ต้องกังวลกับผลที่จะออกมาจนเกินไปเหมือนเรื่องราวของเจ้าแตงโมสีชมพูของรุ่นพี่คันนั้น

..

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จริงอย่างที่คุณบอกนะ...
ในย่อหน้าท้ายนะคะ...
...
แต่พอเจอทางตันหรือปัญหาจริงๆ...
ก็จะมึน คิดอะไรไม่ออกทุกที...
พาลให้แย่กันไปใหญ่...
แต่อย่าที่คุณบอกนะคะ...
ของมันต้องใช้เวลา...
เรื่องบางเรื่อง...
แก้ปัญหาได้ชั่วข้ามคืนที่ไหน...
เอาเป็นว่าทำให้ดีที่สุดแล้วกันเน๊อะ : )

#1 By gemini (58.9.42.94) on 2006-06-12 20:21

ค่ะ บางทีเราพบอะไรตรงระหว่างทางเยอะแยะ
จนบางทีปลายทางจะสำเร็จหรือไม่ก็คุ้มค่าที่ได้ทำ

ฉันเป็นคนใฝ่ฝันอยากมีรถเต่ามากถึงมากที่สุด
แต่โดนสกัดดาวรุ่งอยู่ร่ำไป
เพื่อนคนหนึ่งบอกฉันว่าจะร้อนเพราะไม่มีแอร์

"งั้นชั้นจะเอาไปติดแอร์"

"ติดแอร์แล้วจะวิ่งผ่านถุงพลาสติกไม่ได้
...เพราะมันจะเข้าไปติดใบพัดแล้วต้องจอดรถคอยเขี่ยออก"

จริงหรือเปล่าคะ
คือแบบอยากรู้จะได้หาไม้ยาวๆมาไว้ประจำรถ
....ฉันไม่เปลี่ยนใจอะไรง่ายๆ

นี่กำลังหยอดกระปุกอยู่เลย
กะว่าจะแอบไปปรึกษาพีชที่มี"มารชมพู"
แล้วจะแอบถอยมาเลย ฮ่ะ ฮ่ะ
รถเต่าเป็นรถในฝัน
ของคนจำนวนหนึ่ง
รวมถึงเราเองด้วย

การได้ขับรถโฟลค์เต่า
สักครั้งหนึ่งในชีวิต
ทำให้เราเข้าใจศิลปะ
และเทคโนโลยีของยุค70
ว่ามันล้ำหน้ามากแค่ไหน

เรื่องแอร์นั้นเคยมีปัญหา
แค่ว่าถ้าเปิดแล้วเครื่องจะอืดเท่านั้น
แต่ไม่ค่อยได้เปิดเพราะอากาศ
นอกเมืองดีอยู่แล้ว

ตอนนี้ก็เล็งอยู่ว่าจะหาคันใหม่
แต่ไม่รีบร้อนครับ

#3 By อากาศกวี on 2006-06-13 07:29

#4 By ::NamWarn:: on 2006-06-13 13:53

ชอบข้อ 10 จังเลยเจ้าค่ะ ฉันก็เป็นประมาณนั้น คริๆๆ เวลา เมื่อถึงทางตัน ก็นึกถึงคน คนนึงเสมอมา ((แอบคิดถึงด้วยแหละคริๆๆ))
ขอพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเอนทรี่นี้นะคะ
คือ ฉันชอบ head บลอคของคุณล่ะ
ฉันชอบตู้ไปรษณีย์
ที่ห้องฉันมีตู้ไปรษณีย์จำลองเกลื่อนห้อง
เล็กใหญ่คละกันไป
พอเห็นอะไรที่เป็นตู้ไปรษณีย์ ฉันมีอันต้องพุ่งไปหาทุกที

ล่าสุดนะ เจอหนังสือเล่มหนึ่งมีหน้าปกเป็นรูปตู้ไปรษณีย์
มองไกลๆก็ตั้งใจจะซื้อเต็มที่
แต่พอเปิดดูเนื้อใน
เป็นเรื่องเมียหลวง เมียน้อย
ประมาณเขียนแฉอะไรอย่างนั้น
ฉันล่ะเสียดายตู้ไปรษณีย์จัง
ด้วยความคิดส่วนตัว มันน่าจะไปอยู่บนปกหนังสือที่จรรโลงโลกกว่านี้

#6 By ตินกานต์ on 2006-06-13 15:54


การคาดหวังที่มากเกินไป
ทำให้บ่อยครั้งขาดแรงบันดาลใจ
ไปเสียทุกครั้ง...
เพราะผลที่ออกมาไม่ตรงตามที่คาดหวัง

แต่ก็แปลก...
ถึงแม้จะขาดแรงบันดาลใจไปเนิ่นนานแค่ไหน
แต่ก็ไม่เคยจะทอดทิ้งและเดินจาก
เพราะความสุขเกิดขึ้นเมื่อได้ทำในสิ่งที่รักทุกครั้ง

#7 By Minigal on 2006-06-14 13:05

Man is born to live and not to prepare to live.
( Boris pasternak )

#8 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.128.108) on 2007-05-11 20:41