มิใช่โดยผ่านถ้อยคำ
posted on 21 Jun 2006 10:50 by lonelysyndrome in Dust-words..

..
..
-1-
..
ทุกเช้าที่ข้าพเจ้าไปทำงาน ถนนจากบ้านไปที่ทำงานต้องผ่านภูเขาลูกหนึ่งเสมอ ข้าพเจ้ามองทุกวันแม้กระทั่งเมื่อเช้า นานวันการเฝ้ามองแต่ละวัน ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกบางอย่างกับภูเขาลูกนั้น ในแต่ละฤดูความงามของภูเขาก็ต่างกัน เมื่อการเฝ้ามองนานวันเป็นแรมปี ภูเขาเหมือนสิ่งสะท้อนบางอย่างต่อสภาพจิตใจ
ข้าพเจ้านึกถึงเรื่องราวของนักพรต หรือผู้บำเพ็ญเพียรที่เดินอยู่ตามแนวสันเขาไกลเมือง ฝึกจิตให้ทนแกร่งได้เหมือนบ้านหลังใหญ่ขุนเขาที่เขายืนอยู่ เมื่อเวลาผ่านพ้นฤดูกาลต่างๆ สภาพจิตใจได้เรียนรู้ ความอ่อนแอ เข้มแข็ง ธรรมชาติได้พยายามออกแบบสืบทอดสิ่งที่อยู่ในความซ่อนเล้นออกมา
-2-
..
หลายปีก่อนได้ไปดูงานศิลปะของศิลปินสองท่าน เป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีชื่อเสียงในหมู่ของคนทำงานศิลปะ แต่วันนั้นในงานข้าพเจ้าประทับใจมาก งานศิลปะของคนทั้งคู่แสดงออกผ่านเส้นด้ายบนผืนผ้าที่ดูเรียบง่ายแต่ทว่าต้องมนต์ต่อคนยืนมองให้หยุดพิจารณา ซึมซับถึงความงามของเส้นด้ายหลากสี ที่ขดขัดยุ่งเหยิง แต่ดูอบอุ่น ผ่านเรื่องราวของหมู่บ้าน ใต้ต้นไม้ เด็กๆ ผีเสื้อ แสงที่ปรากฏในภาพ วิจิตรจนตาของข้าพเจ้าทำหน้าที่จับภาพจนแทบกลั่นน้ำตาไม่อยู่ ความวาววามของเส้นด้ายอัศจรรย์มีมิติให้จินตนาการ
เรื่องราวถ่ายทอดฉากง่ายของชนบท มุมๆหนึ่งใต้ต้นไม้ เหมือนภาพฝันฟุ้งๆของสีน้ำ แต่เป็นเส้นสานด้ายเขียว เหลือง หลากหลายสี ทั้งหมดเป็นชุดที่ทั้งสองศิลปินใช่ชื่อที่เรียบง่ายแปลเป็นภาษาไทยว่า ชนบท แต่งานเล่าเรื่องได้อย่างงดงามไม่มีมุมไหนที่ดูเชย
ทั้งสองศึกษางานศิลปะผ่านเส้นด้ายที่เรียบง่ายและทำมันออกมาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำปรากฏมาก่อน งานของฝ่ายชายดูแฝงความลุ่มลึกและฝ่ายหญิงสาวดูนุ่มนวล เรื่องราวสอดคล้องแต่ต่างมุมมอง ต้องโทษสมองของข้าพเจ้าจดจำชื่อของทั้งสองท่านไม่ได้นอกจากความงดงามและเป็นแรงบันดาลใจต่อชีวิตหลังจากนั้นมา
-3-
งานศิลปะสะท้อนแง่มุมในธรรมชาติมีอยู่ ผ่านสายตา ความรู้สึกของคนเราตั้งแต่นานมาแล้ว การเฝ้ามองสังเกตธรรมชาติถูกถ่ายทอดปรากฏในงานของศิลปินตั้งแต่อดีต
ห้องทำงานของศิลปินมีความงดงามตกหล่นตามพื้นหรือในถังขยะเสมอๆ เศษกระดาษที่เป็นเศษเสี้ยวของความคิดกระจัดกระจายก่อนที่จะลงตัวในงานศิลปะชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ครั้งหนึ่งเคยไปเยี่ยมห้องทำงานของศิลปินสีน้ำที่ชื่อเป้สีน้ำในจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือ ห้องทำงานที่เป็นป่ากล้วยกลางป่า มีแสงแดด ทางเดิน ลำธาร เขาทำงานพร้อมดวงอาทิตย์ มีเรือนพักเป็นกระท่อมเล็กๆ ใครคนหนึ่งที่ไปด้วยกันบอกว่า เขาทำงานชุดใบตองที่นี่ ภาพสีน้ำที่มีชีวิตชีวาของต้นกล้วย การไปเยือนครั้งนั้นเป็นความบังเอิญมากกว่า เมื่อได้เห็นภาพจากสถานที่จริง ฉากลำธารและทางเดินเล็กๆในป่า ก็งดงามจริงตามที่ศิลปินสร้างสรรค์
-4-
เมื่อยุคสมัยพ้นผ่านบทสรุปในมุมมองของคนก็เกิดขึ้น ทฤษฏีต่างๆ ปรัชญาความคิดที่มีหลากหลาย บางคนเดินตามเทคโนโลยี แต่คนบางกลุ่มวิ่งเข้าหาธรรมชาติ อย่างพวกวะบิ-ซะบิเป็นต้น
-5-
ต่างฝ่ายค้นหา พัฒนา มุ่งสู่ความจริง ความงาม บางคนพยายามรักษาไว้
เมื่อวานถ้วยน้ำที่บ้านแตกหนึ่งใบ ทำให้ข้าพเจ้าหวลคิดถึงถ้วยชาเซรามิคใบหนึ่งที่เพื่อนข้าพเจ้าทำหล่นแตก ถ้วยใบที่ข้าพเจ้าทำแตกกับใบที่เพื่อนทำหล่นแตก ความรู้สึกของข้าพเจ้าแตกต่างกัน วันนั้นข้าพเจ้าโกรธและอารมณ์เสียมาก โมโหเพื่อนที่ทำถ้วยของข้าพเจ้าแตก ซึ่งเป็นใบที่รักใบหนึ่ง แต่วันนี้ข้าพเจ้าทำแตกเสียเอง
ภูเขาเมื่อเช้าสอนข้าพเจ้าว่า คนเรายึดมั่นมากก็ทำร้ายตัวเองมาก ขุนเขายืนนิ่งรับแรงลม ฝน แดด มาแสนนาน ความงามยังคงเกิดขึ้นทุกวัน ข้าพเจ้าติดยึดมั่นเพียงความงามที่มีในวัตถุจนเกินไป กระทั่ง ถ้วยใบนั้นแตก ตั้งแต่มือที่เผลอปัดถ้วยใบนั้นลอยไปในอากาศ ข้าพเจ้าก็อยากขอโทษเพื่อนที่มอบอารมณ์โกรธให้แก่เพื่อนในวันนั้น ข้าพเจ้ายอมรับมันมากขึ้นแล้วว่าไม่ควรทำเช่นนั้น
-6-
เมื่อทุกเช้าเดินทางมาถึง ขุนเขาลูกนั้นมอบสติให้กับข้าพเจ้า ความงดงามในธรรมชาติที่ออกแบบมาให้มนุษย์ยลนั้น เราเป็นเพียงผู้เฝ้าดู สะท้อนลึกเข้าสู่ภายใน เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหมาย ไม่บั่นทอนตัวเองและคนอื่นต่อไป เหมือนขุนเขาที่ส่งผ่านแต่ความปรารถนาดี
..
Water Colour by Chihiro Art Museum,Japan
..

อ่านเจอคอมเม้นต์น้องแล้วเลยเตลิดไปเฉยเลย
#1 By 魔法のオオカミ on 2006-06-21 14:45