รถคันเล็กๆ

posted on 25 Jun 2006 13:41 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

-1-

วันหนึ่งข้าพเจ้าได้ยินเพื่อนที่ทำงานคุยถึงเรื่องรถยนต์ไม่ต่ำกว่าสิบรอบ นอกจากอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว การพูดคุยถึงเรื่องรถรุ่นใหม่ เทคโนโลยีการผลิต ความล้ำหน้าของวงการรถยนต์ถือเป็นเรื่องของยุคสมัยที่ใครๆก็คุยกันทั้งนั้น

ข้าพเจ้าเคยใช้รถมือสอง สาม หรือสี่ด้วยซ้ำ ขนาดของมันก็เล็กๆเพียงนั่งสามสี่ที่ก็แน่นแล้ว แต่ก็ได้ยินสมรรถนะของรถรุ่นใหม่มาโดยตลอด เห็นสายการผลิตรถในเมืองไทยแทบทุกค่าย แต่ข้าพเจ้าก็รักรถคันเล็กๆ เก่าๆ อยู่ดี

-2-

มีผู้จัดการฝ่ายที่ข้าพเจ้าสนิทคนหนึ่ง ขณะตัวเขาอยู่หลังพวงมาลัย Camary สีเทาดำป้ายแดง ข้าพเจ้าก็ว่ามันนั่งสบายดี และเผอิญมีรถยนต์คันหนึ่งแล่นคู่กันมาแล้วแซงหน้ารถที่ข้าพเจ้านั่งอยู่ ผู้จัดการเปรยลอยๆขึ้นว่า "เมื่อไหร่จะได้ขับบ้างน่ะ" แล้วก็ทอดสายตาไปที่รถ BMW ป้ายแดงคันที่แซงหน้าไปคันนั้น

ก่อนหน้านั้นวันเดียวกันเพื่อนของข้าพเจ้าก็ได้เห็นรถผู้จัดการที่เพิ่งออกมาใหม่ ก็พูดขึ้นลอยๆว่า "เมื่อไหร่จะได้ขับ Camary แบบนั้นบ้าง" เพื่อนข้าพเจ้าคนนี้ใช้รถนิสสันรุ่นที่เพิ่งออกมาใหม่

ข้าพเจ้านั่งคิดและขำเหตุการณ์ต่อเนื่องทั้งสองว่า คนเรานี่ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีจริงๆด้วย

-3-

เมื่อยุคน้ำมันแพงข้าพเจ้าขายรถไปแล้ว หันมาใช้รถสาธารณะแทน และเพิ่งเห็นคุณค่าของการใช้รถสาธารณะมากขึ้น ได้เจอผู้คนมากขึ้น บางคนพบหน้าทุกวัน เวลาเดิม ทุกๆเช้า มันทำให้เหมือนเราได้มีเพื่อนมากขึ้นด้วย ในเมืองเล็กๆที่เราอาศัยอยู่ คนทำงานประจำจะออกเวลาตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างคนต่างยุ่ง และเมื่อเลิกงาน ตามร้านหนังสือหรือสถานที่ต่างๆ ร้านกาแฟ เราก็พบกันอีกครั้ง

ข้าพเจ้าสบายขึ้น เงินที่เคยใช้เติมน้ำมันก็สะสมเพื่อเดินทางไกลได้ในวันที่หยุดยาวๆ โลกกว้างขึ้นเยอะ ข้าพเจ้ารู้สึกอย่างนั้น

แต่บางครั้งความคิดว่ารถคันหนึ่งก็จำเป็นเหมือนกันในบางเวลา แต่พอข้าพเจ้าผ่านเวลาอย่างนั้นไป ข้าพเจ้าก็ไม่คิดอยากมีอีก ข้าพเจ้าว่าทรัพย์สินบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีตอนนี้ ข้าพเจ้าอยากสะสมการเรียนรู้ ประสบการณ์ จากการเดินทางในเวลาที่ยังมีพลังงานและเงินที่ข้าพเจ้ามี เหมือนการลงทุนเติมน้ำมัน ชาทร์แบต ให้ตัวข้าพเจ้าได้มีต้นทุนที่จะทำอะไรต่อไปในอนาคต

ทรัพย์สินบางอย่างข้าพเจ้าว่าจำเป็นแต่เพื่อนรุ่นเดียวกันอาจมองว่าไม่จำเป็น เช่น ข้าพเจ้าเลือกซื้อกีตาร์มากกว่าอยากซื้อตู้เย็น เพราะกีตาร์เราต้องใช้เวลาในการฝึกหัดมัน ต้องเรียนรู้ตั้งแต่ยังมีแรงใจฝึกมัน แต่ตู้เย็นเราไม่มีก็ไม่เห็นเป็นไร วันหน้าเราค่อยซื้อก็ได้ ซื้อเมื่อไหร่ก็ซื้อได้ไม่ต้องฝึก เช่นเดียวกันกับ จักรยาน หรือแม้แต่รถยนต์ ข้าพเจ้าต้องฝึกและใช้มันจนเป็นจึงจำเป็นต้องมี แต่รถยนต์ข้าพเจ้าเลือกขายทิ้งหลังจากได้รับประโยชน์จากมันมาพอสมควร

-4-

คนเราเลือกที่จะมีมากกว่าเลือกที่จะรักษา แต่การรักษาของที่เรามียากกว่ารักษาของที่เราต้องการ ข้าพเจ้ารักรถโฟลค์เต่ามาก ข้าพเจ้าชอบมันแม้กระทั่งเดียวนี้ แต่ข้าพเจ้าก็ดูแลมันได้ไม่กี่ปี และมีความฝันอย่างอื่นที่ต้องรักษามันเช่นกัน เมื่อไม่มีข้าพเจ้าเลือกที่จะศึกษาและดูมันตามท้องถนนแทน และเวลานี้ข้าพเจ้าก็มีความสุขกว่าที่จะต้องคอยซ่อมแซมและหาอะไหล่ ทุกข์ในเรื่องที่ข้าพเจ้าไม่ได้ฝันถึง รถโฟลค์เต่าจึงเป็น รถคันเล็กๆที่เป็นทั้งความจริงและความฝันในเวลาเดียวกัน

-5-

ใครๆก็ฝันที่จะได้รถคันใหม่ ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าข้าพเจ้าโชคดีที่ไม่ได้มีกิเลสตัวนั้นเหมือนเขา

ข้าพเจ้าอยากให้ใครที่ฝันถึงรถรุ่นใหม่คันใหญ่ๆ ค่ายยุโรปสักคน ได้เห็นภาพๆหนึ่งที่เพื่อนฟอร์เวิอร์ดเมล์มาให้ ภาพของใครคนๆหนึ่งที่ใช้รถคันเล็กๆคันหนึ่ง คนๆนั้นทุกคนรู้จักดีและอาจทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจว่ารถคันเล็กๆก็ไม่ได้ด้อยค่าหรืออะไรเลย

อย่างเช่นที่พระองค์ใช้รถคันเล็กๆคันนี้

..

....

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ...ฉันคิดถูกนะที่ยอมใช้รถคันเก่าคันแก่ราคาถูกๆของฉันมาตลอด

คงเป็นคันแรกและคนสุดท้ายของฉันเช่นกัน

ชอบมองรถรุ่นใหม่ๆสวยๆนะคะ แต่ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนเพราะไม่จำเป็น

แถมคันเก่าที่ใช้อยู่ไม่กินน้ำมันด้วยค่ะ

ประทับใจกับภาพสุดท้ายของข้อความนี้มากๆค่ะ

#1 By P.Pu on 2006-06-25 15:09

ฉันเป็นคนที่ขี้ร้อน เหงื่อโทรมได้ง่ายๆ
ปกติขับรถญี่ปุ่นที่เคยเป็นรถป้ายแดงและเริ่มเก่าแล้วในตอนนี้
มีอยู่วันหนึ่ง อากาศร้อนดับจิต
เอื้อมมือไปเร่งทั้งความเย็นและพัดลมทำความเย็น
หันไปมองรถคันข้างๆเป็นเบนซ์
...ไม่ได้รู้เรื่องสมรรถนะรถหรอกค่ะ
ในใจคิดว่า โห แอร์คงเย็นกว่ารถเราแหงมๆ
ฮึดฮัดคิดไปเองว่า รถตัวเองร้อนกว่า แย่ๆ

พลันเลนข้างๆเคลื่อนตัว ในขณะที่เลนรถเราสงบนิ่ง
รถคันที่มาแทนที่เป็นของ"ตรวจคนเข้าเมือง"
จำได้ติดตาว่าเป็นกะบะสีขาว
ที่มีคนนั่งท้ายกะบะชนิดเบียดกันเข่าชนเข่า
ร้อนๆ ไม่มีหลังคา
เขามีน้ำอยู่ขวด แบ่งๆกันกิน

ฉันเลยคิดได้ว่า ที่ฉันมีมากเกินไปด้วยซ้ำ
ไม่มีรถคันเก่า
และคันใหม่
เพราะการมองออกไปนอกหน้าต่างรถประจำทาง
ยังคงเห็นภาพที่งดงาม
กว่าการมองไปตามเลนถนน

#3 By ข้าวปุ้น on 2006-06-25 18:05

ชอบจัง

#4 By no one on 2006-06-25 18:18

คนเราเลือกที่จะมี มากกว่าเลือกที่จะรักษา

ชอบประโยคนี้จังค่ะ

#5 By hasana on 2006-06-25 22:43

รูปนี้เพื่อนส่งมาให้ทางอีเมล์
บอกว่าอย่าน้อยใจที่ใช้รถคันเล็ก

น่ารักมากค่ะ

#6 By ::NamWarn:: on 2006-06-26 00:19

อยากได้ออสตินเก่าๆ สักคันก็พอ เฮ้อ เบื่อที่จะแบกหนังสือตะลอนๆ แล้ว

#7 By Backpacker on 2006-06-26 01:09

รถคันเล็ก ๆ ก็อบอุ่นดีนะคะ

#8 By ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ on 2006-06-26 09:01

บางคนมองว่ามีรถขับสบายดี
แต่บางที ไม่มีก็สบายกว่า
ขึ้นกับความจำเป็นของแต่ละบุคคล

เพื่อนชอบมาปรึกษา เวลาจะซื้อรถ
อาจเพราะเห็นเราขับรถมา(เกือบ)ตลอด
หรือเพราะเห็นพ่อเราชอบซื้อรถ

แต่ทุกครั้งจะย้อนถามว่า
จำเป็นขนาดไหน
รถไม่มาแค่ความสบายอย่างเดียว
ความสบายพ่วงปัญหาอื่น ๆ มาด้วย
ค่าน้ำมันที่แสนแพง ค่าซ่อมบำรุง
ค่าอะไรที่นึกไม่ถึงอีกเยอะแยะ
รวมถึง ค่ารสนิยมทางสังคม
รถหรูหรา แต่งตัวแย่มาก ก็โดนมอง
ขับเบนซ์ คีบแตะ พกตังค์สองร้อยก็ไม่ไหว เกิดอุบัติเหตุกลางทาง ทำยังไง
ฯลฯ

แต่ถ้าพร้อมสำหรับปัญหาจุกจิก
รถยนต์ก็สบายกว่ารถเมล์อยู่แล้ว

แต่จะดีกว่านี้ สบายกว่านั้น
หากเรา จะมีการคมนาคมสาธารณะที่ดี

เมื่อมาอยู่ในประเทศที่การคมนาคมเข้าถึงทุกพื้นที่ เช่น ญี่ปุ่น
รถยนต์ ดูกลายเป็นสิ่งเกินความจำเป็น
และไม่สบายนัก หากคิดจะครอบครอง
นั่งรถไฟวิวสวย สบายใจกว่าเยอะเลย

#9 By friday (220.32.110.84) on 2006-06-26 19:23

ได้มาได้ไงเนี่ย อึ้งมากๆ

#10 By เนย on 2006-06-26 20:26

" ไม่มีของดีราคาถูกก็จริง
แต่มันมีเส้นคั่น....
ครงไหนสักแห่ง
ระหว่าง
ซื้อไว้ใช้ กับซื้อไว้อวด. "

#11 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.128.108) on 2007-05-11 21:17