ภาระของความรักในลมฤดูฝน

posted on 28 Jun 2006 09:54 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

..

จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก

เพราะว่าเสาของวิหารนั้น ก็ยืนอยู่ห่างกัน

และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้

คาลิล ยิบราน

ค.ศ.1883~1931

-1-

ความรักนิยามเดียวกันกับความตาย ข้าพเจ้ารู้สึกเช่นนั้น ความรักทำให้คนตาบอด และความตายทำให้คนกลัวจนไม่อยากนึกถึง คนส่วนใหญ่กลัวตายจึงเลี่ยงเสี่ยงที่จะเผชิญหน้าหรือแม้แต่พูดถึงความตาย และความรักเมื่อเข็ดหลาบก็ไม่อยากเจออีก

-2-

ข้าพเจ้าไม่อยากเขียนเรื่องความรักเท่าไหร่ เพราะความรักละเอียดอ่อนเกินกว่าจะใส่ความรู้สึกนึกคิดลงไปได้ ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะนำความรักมากล่าวถึง แต่ข้าพเจ้าเชื่อเรื่องความรัก

คนบางคนเข็ดหลาบและหมดศรัทธาต่อความรัก ข้าพเจ้ารู้สึกว่าข้อสรุปนี้ยึดติดกับบุคคลและความต้องการของตนเองจนเกินไป เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการก็ทุกข์แน่นอน

คาลิล ยิบราน กล่าวว่า จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน

ข้าพเจ้าเกลียดความรวดเร็วของโลกโทรศัพท์ สอนให้คนมากความโลเล ไม่แน่นอน หยาบและกร้านต่อเรื่องผิดสัญญา พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงคำพูดตลอดเวลา ความลังเลเข้าข่ายดื่มจากถ้วยเดียวกัน เพราะถ้วยที่แห้งเหือดลงเป็นถ้วยของเขาเช่นกัน

-3-

ความตายเป็นเรื่องสวยงาม ในแง่ทางธรรม เพราะความตายเป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครๆก็ต้องพบ แต่คนค่อนโลกหนีความตาย ไม่อยากแก่ เจ็บป่วย พยายามชะลอความตายด้วยยา และการแพทย์ ท่านพุทธทาสเข้าใจในความตายและสามารถยอมรับมันได้โดยไม่ต้องการรักษายับยั้งชีวิตแม้การแพทย์สามารถช่วยได้

-4-

ความรักก็เช่นกัน ถ้าความรักเรียบง่ายไม่ใช่ตัวบุคคล ก็งดงามเช่นกัน ปราศจากเงื่อนไข ไม่ดื่มกินจากถ้วยเดียวกัน ให้ความรักปรารถนาดีต่อกันแต่ไม่สามารถให้ความนึกคิดต่อกันได้

-5-

ตัวเปล่าเล่าเปลือยของความรักไม่เรียกร้องสิ่งใด ภาระของความรักเบาโหว่ง

-6-

แต่คนไม่ชอบความโดดเดี่ยว เช่นนกกะเต็นยืนอยู่ริมสระน้ำ ร้างคู่ พลัดถิ่น แต่หาได้ทุกข์ระทมไม่ พอใจกับท่วงท่าเหิรบินด้วยความมั่นใจ ไม่โอนเอนบนก้านบัว สงบนิ่ง มีปีกสองข้างยังต้องการอะไรอีก ใช่คนเราต้องเป็นพญาอินทรีกันทุกคนไม่ อิ่มใจและรักเรียนรู้ชีวิตอย่างอัจฉริยะ แสนปราโมทย์ปิติยิ่งที่มีชีวิตได้ในปัจจุบัน

-7-

ถ้ากะเต็นมัวแต่รื่นรมย์ในความรักกับชีวิตคู่ที่ยังมาไม่ถึง หรือเพิ่งสูญเสีย กะเต็นน้อยก็ไม่พบความสงบนิ่งในความรักที่แท้จริงได้ ยังต้องบินไปเพื่อร้องหาความรักหรือไม่ก็ละทิ้งความรักไปเลย ต้องยืนโงนเงนริมสระน้ำอย่างเสียศูนย์

-8-

เมื่อฤดูร้อนผ่านมาและผ่านไป ฝนแรกพัดสาดเข้ามาด้วยเม็ดฝน กระหน่ำหนักลงสระบัว กะเต็นทนต่อลมพายุพาตัวเองผ่านฤดูกาลแสนลำบากมาได้ ลมหนาวพัดมาอีกคราว เมื่อรู้จักที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อย่างมีความสุข ไม่สะท้านต่อแรงลมใดๆ สระบัวก็มีชีวิตชีวาเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไปให้กับกะเต็นน้อยได้ทั้งๆชีวิตยากแค้นลำเข็ญโดดเดี่ยว

-9-

ข้าพเจ้าเชื่อเรื่องความรักและชีวิตโดดเดี่ยวอย่างกะเต็นริมสระน้ำที่นำตัวเองผ่านลมฤดูฝนมาได้ด้วยเช่นกัน

..

..


Painting by Oscar-Claude Monet (November 14, 1840 - December 5, 1926), French impressionist painter


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ความรัก .... พูดยากจริงๆนะ
เพราะมีหลายประเด็น หลายอารมณ์และความรู้สึก

ความรักของแต่ละคน แต่ละคู่ ก็ไม่เหมือนกัน
เราไม่สามารถนำความรักของเรา ไปเปรียบเทียบกับความรักของใครได้
และเราไม่สามารถนำความรักของใคร มาเปรียบเทียบกับความรักของเราได้เช่นกัน

ปล. สำหรับฉัน ฉันไม่กลัวตาย ... ไม่กลัวแก่ .... แค่ไม่อยาก "หน้าแก่" .. เท่านั้นเอง

:-P

#1 By PeAcH_a_Ja on 2006-06-28 10:07

ความหมายของความรักของแต่ละคนนั้น
จะได้มาจากเรื่องราวที่ได้พบเจอและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
บางก็ว่ารักคือความสุขบางก็ว่ารักคือความทุกข์
แต่ว่าหากมองดูดีๆแล้ว ความรักของผม คงจะหมายถึง "ความสุขที่เกิดมาแล้วรักเป็น" นะครับ

#2 By 魔法のオオカミ on 2006-06-28 12:15

รัก






#3 By walk my own way ^^ on 2006-06-28 12:35

ประโยคที่ว่า
ความรักทำให้คนตาบอด
ฉันได้ยินมาเนิ่นนาน
แต่ครั้งหนึ่ง
พี่สาวคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาว่า

ความรักทำให้คนตาบอด
แต่รักแท้ทำให้คนตาสว่าง

ฉันอึ้ง และ ทึ่ง คำถ้อยความนั้น
มันจุกใจฉันจัง
ฉันตาบอดมาตลอด รอคอยวันตาสว่าง

วันหนึ่ง ในเสื้อสีดำ
สกรีนประโยคสีขาว

ความรักทำให้คนตาบอด...ดีขึ้น

ใช่ค่ะ เสื้อในโครงการหางานให้คนตาบอดของพี่อุ้ม สิริยากร
เสื้อสีดำ ตัวอักษรสีขาว
แต่ฉันรู้สึกหัวใจพองโตและเป็นสีชมพูยังไงไม่รู้นะ

ฉันกำลังคิดว่า ความรักมันมีขอบเขตกว้างขวาง
และขอบด้านหนึ่ง เขตฝั่งหนึ่งที่ฉันพบ
มันอยู่ในความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ฉันขอบคุณความรัก
ไม่ว่ามันจะเข้าในรูปแบบไหน

#4 By ตินกานต์ on 2006-06-28 13:09

ความรัก
อารมณ์
สุดหยั่งลึก

#5 By ข้าวปุ้น on 2006-06-28 14:30

1.เอื้อมคว้า
เงาเมฆ
ฉาบผิวน้ำ

2.ภาพสะท้อน
มิเคย
จับต้องได้

3.ผลัดตก
เปียกปอน
เพราะรีบร้อน

4.รอไม่ช้า
เมฆคล้อย
ฝนพร่ำ

ฉันเคยอ่านสารคดี เขามีนำเที่ยวสวนของโมเน่ด้วยค่ะ
ฉันชอบรูปดอกไม้ของเขา
มีภาพหนึ่งที่เป็นทางเดินที่มีโค้งเถากุหลาบ
แล้วเมื่อเขาเปรียบกับภาพถ่ายในสวนจริง
มันเยี่ยม ที่เขาทำให้สวนสวยเหมือนในภาพวาด
สวนที่ว่าดูเหมือนต้องเดินทางไปราวสองชัว่โมงจากปารีส

ฉันไม่เชื่อเรื่องความรัก
ไม่ใช่ฉันรู้สึกเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่บ่นว่าองุ่นเปรี้ยว
มีความรักอยู่ในโลกจริงๆ คงจะดีกว่ามันไม่มี

แต่เพราะฉันอาจจะเป็นคนบางแบบที่เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียวก็เป็นได้
หรือขี้ขลาดเกินไปที่จะเอาอะไรมาเดิมพันกับสิ่งที่ไม่มีใครเคยพบเห็น
..เช่นความรัก
"อยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อย่างมีความสุข"

ประโยคนี้ค่ะตรงใจโดนใจมากมายนัก

เพราะขณะนี้ตัวดิฉันรู้จักที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว อยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุขค่ะ

ชีวิตของดิฉันเหมือนนกกระเต็นหรือคะ แต่จะเหมือนอะไรก็ตาม ฉันก็มีความสุขค่ะ

ขอบคุณที่นำบทความนี้มาให้อ่านนะคะ

ขอให้หลับฝันดีค่ะ ราตรีสวัสดิ์

#7 By P.Pu on 2006-06-28 21:01

อ่าน
แล้ว
เก็บมาคิด

#8 By CC (203.155.186.122) on 2006-07-01 05:25

อยากให้คนที่เรารักเป็นเหมือนกิ่งไม้ จะได้บินมาเกาะยามต้องการที่พักใจ
ไม่อยากให้คนที่เรารักมีปีก เพราะเราเองก็ต้องการฟ้ากว้างๆไว้โบยบินเหมือนกัน
คิดแบบนี้น่ะค่ะ

#9 By Asana Fay on 2006-07-09 22:32

ถึงจะโดดเดี่ยวแต่อย่างน้อยยังมีเพื่อนร่วมโดดเดี่ยว ใน blog นี้ไง

#10 By pigletenjoy (158.108.88.201) on 2007-01-27 14:41

สวนของ " Monet " เข้าไปแอบล้มตัวลงนอนสัมผัสสักพัก พอหลับตาหลงก็ไม่นึกอยากจะตื่นกลับออกไปออกอีกเลย ข่มใจอยู่นานกว่าจะลืมตาและลุกขึ้นมาเก็บภาพประทับใจช่วงเวลานั้นไว้ ในยามที่รู้สึกว่างเปล่าก็จะหยิบภาพใบนั้นมาดูเติมเต็มให้ตัวเองอยู่เป็นเนืองๆ.

#11 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.128.108) on 2007-05-11 21:35