ความเปลือยเปล่าในใจ
posted on 03 Jul 2006 20:59 by lonelysyndrome in Dust-words..

..
-1-
ในออฟฟิศมีเพื่อนสาวอยู่คนหนึ่งฟอร์เวิร์ดเมล์ที่เธอได้รับมาอีกทอดหนึ่งให้ข้าพเจ้าทุกวัน สามในสี่ของจำนวนเมล์พวกนั้นเป็นภาพโป๊เปลือย
-2-
ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเดวิด (David)ที่ยืนเปลือยเปล่า ร้อน หนาว มานานห้าร้อยปีแล้ว ไมเคิลแอลเจลโล(Michelangelo)หรือ มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บัวนาร์โรตี ซีโมนี (Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni)ในชื่อที่ถูกต้อง เขาลงมือปลุกปั้น แกะสลักเดวิดในขณะอายุ 25 ปี จากหินอ่อนก้อนมหึมาที่ถูกทิ้งไว้กลางเมืองฟลอเรนซ์เป็นเวลาหลายปี จึงกลายเป็นที่ฮือฮาของชาวเมือง นอกจากเดวิดจะโด่งดังไปทั่วโลกแล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความงามของบุรุษ รวมทั้งท่วงท่าที่ศิลปินรังสรรค์ ขึ้นนั้นได้ก็รับการยอมรับว่ามีสัดส่วนสมบูรณ์แบบที่สุด
หลังจากนั้น ไมเคิลแอลเจลโลความอดทนทำงานอยู่ท่ามกลางความยากลำบากในการเขียนภาพบนโดมใต้หลังคาโบสถ์ เขียนภาพปูนเปียกยาวนานติดต่อกันสามสิบวันโดยไม่ได้หยุดพัก แหงนคอ เงยหน้า คอยหลบสีที่หยดลงดวงตาอาจถึงขั้นบอดได้
ไมเคิลแอลเจลโลเริ่มงานในฤดูร้อนปี ค.ศ.1508 โดยมีผู้ช่วย 6 คน คอยผสมสี บดปูนปาสเตอร์ และช่วยเขียนภาพเป็นบางครั้ง เขาวางแผนไว้ว่า ตลอดหลังคาโค้งตั้งแต่หน้าต่างขึ้นไป จะวาดเป็นภาพสีปูนเปียก (fresco เป็นคำจากภาษาอิตาเลียน แปลว่า แบบสดๆ) ซึ่งหมายถึง การวาดภาพให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ขณะที่ปูนปาสเตอร์ยังหมาดอยู่ ซึ่งหากผิดพลาดก็ต้องกระเทาะปาสเตอร์ออก แล้ววาดใหม่ แต่ในงานนี้ ไมเคิลแอลเจลโล เคยทำพลาดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น 4 ปีครึ่ง และยิ่งตอนเก็บงาน ในส่วนที่เป็นรายละเอียด เขาต้องพาดบันไดจากชั้นบนสุด ของนั่งร้านนี้ ไปทำงานโดยที่หน้า เกือบจะชนเพดานอยู่แล้ว
ในการวาดภาพบนเพดานสูงลิบนั้น ไมเคิลแอลเจโลอาศัยนั่งร้านไม้ ที่เขาออกแบบเอง นั่งร้านนี้สามารถเคลื่อนย้ายได้ ใช้ยืนวาดได้ และมีที่ให้เดินไปรอบๆ ได้ แม้กระนั้น เขาก็ยังรู้สึกว่าต้องตรากตรำ ทำงานบนนั่งร้านนี้ตลอดเวลา
ไมเคิลแอลเจลโล คงตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไปโดยลำพัง จนงานชิ้นมโหฬารนี้ (The Last Judgement) เสร็จสมบรูณ์ในที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ.1512 เกือบ 4 ปีครึ่งหลัง (บางข้อมูลบอกว่า 6 ปี)จากที่เขาลงนามทำสัญญา กับสันตะปาปา นั่งร้านและผ้าคลุมถูกรื้อออกไป สันตะปาปาจูเลียสและข้าราชสำนัก ได้ชมภาพวาดบนเพดานในคืนวันนักบุญ (วันที่ 31 ตุลาคม) วันถัดมามีพิธีฉลองการเปิดโบสถ์ แด่องค์สันตะปาปา ไมเคิลแอลเจลโลไม่ได้เข้าร่วมพิธี เขาร้อนใจใคร่กลับไปทำงานปั้นของเขา และเขียนเล่าให้พ่อฟังว่า " ข้าเสร็จงานภาพวาดที่โบสถ์แล้ว.....สันตะปาปาทรงพอพระทัยมาก....."
-3-
ความงดงามของสรีระในยุคหนึ่งแยกไม่ออกระหว่าง ศิลปะกับกายวิภาค และโยงใยไปทั่ว อย่างเช่นไมเคิลแอลเจลโล เป็นทั้งกวี ศิลปิน นักกายวิภาค สถาปนิก ความละเอียดอ่อนของจิตใจถ่ายทอดออกมาเป็นงานทุกอย่างออกแบบได้อย่างน่าทึ่ง เดวิดจึงงดงามยิ่ง ทั้งๆที่เป็นเพียงรูปแกะสลักหินอ่อน แต่สรีระที่ถูกสัดส่วน เส้นเลือด ผิวหนัง ดวงตา กระดูก ราวมีชีวิตที่ยืนเป็นอมตะให้คนทั่วโลกได้สัมผัส ความโป๊เปลือยไม่ว่างเปล่าสำหรับหัวใจศิลปิน นอกจากเป็นแรงบันดาลใจที่ศิลปินพยายามถ่ายทอดออกมาให้คนที่มองไม่เห็นได้ชื่นชม
ความเปลือยเปล่าของยุคสมัยนี้ ไม่คาบเกี่ยวกับ ศิลปะ ความงาม ที่นำไปสู่ความสว่าง ความสะอาดเท่าที่ควร
-4-
ข้าพเจ้าเสียเวลานั่งลบเมล์ดังกล่าวต่อวันอย่างน้อยก็เป็นนาที มันช่างว่างเปล่าเมื่อดูภาพเปลือยของยุคใยตาข่าย และก็ไม่น่าระทึกเท่ากับตัวอักษรตะกอนความคิดของน้านิวัติ กองเพียร เกจินู๊ดที่กล้าวิจารณ์ทรวดทรงองค์เอวหญิงสาวได้อย่างถึงพริกถึงขิง พูดถึง ผิวพรรณ ใบหน้า เรือนกาย กระดูก เนื้อหนัง โยงใยวรรณคดี วรรณกรรม ภาพวาด บทกวีได้อย่างมีเหตุผลที่จะมองและพูดถึงได้อย่างไม่น่าเกลียด
-5-
เพื่อนสาวอาจไม่ได้คิดมากในการฟอร์เวิดร์เมล์ภาพโป๊และคิดว่าข้าพเจ้าคงไม่เป็นคนคิดมากด้วย แค่อยากให้ดูสนุกๆ แต่ข้าพเจ้ากลับคิดมากเองหรือเธออยากให้ข้าพเจ้าคิดมากก็ไม่รู้...
แต่อยากบอกเธอว่า หญิงสาวอวบอ้วนยุคเรอเนสซองส์ (Renaissance) งามแบบอวบอิ่ม กับที่เธอส่งมาเป็นนางแบบเอวบาง ท้องแบนๆ มาให้ดูนั้น แบบเรอเนสซองส์สวยกว่าเป็นไหนๆ
..

เนี้ยนะ เพ่งพินิจความงามกายวิภาคของเค้าอยู่ตั้งนานมาก โอ้พระเจ้า!ละเมียดละมัยจริงๆ นั่งดูได้ทั้งวันเลยแหละ ช่างเป็นความสวยที่ยั่งยืนเสียจริง.
#1 By l2edๆ StyLe.,.l3 i l2 u 0 h -* ว่ะ on 2006-07-03 21:31