รอยเท้าที่ก้าวช้า

posted on 08 Jul 2006 15:27 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

..

-1-

เมื่อครั้งที่ชายชาวอินเดียคนหนึ่งชื่อ สาทิศ กุมารเดินเท้าแปดพันไมล์รอบโลกเพื่อสันติภาพและรณงค์ให้ในแต่ละประเทศหยุดการทดลองนิวเคลียร์ ตามเส้นทางเดินแต่ละสาย ชนบท หมู่บ้าน ในเมือง สาทิศเดินเท้าพูดคุยเรื่องใหญ่โตที่ดูห่างไกลจากเรื่องปากเรื่องท้อง เขาต้องการหยุดประเทศมหาอำนาจด้วยวิธีการเล็กๆ ง่ายๆ ใครๆก็อาจคิดว่าเป็นความเพ้อฝันโง่ๆ

ในขณะที่เขาเดินเท้าผ่านชนบทแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งยื่นถุงชาให้หนึ่งถุงเพื่อนำไปมอบให้กับผู้นำประเทศที่ทำการทดลองนิวเคลียร์อยู่ และฝากบอกว่า ขอให้ท่านผู้นำแห่งอำนาจ ก่อนที่ท่านจะลงมือกดปุ่มสัญญาณการทดลองนิวเคลียร์ ท่านได้โปรดดื่มชาและคิดถึงคนที่อยู่ร่วมโลกใบนี้ ท่านโปรดนั่งลงและคิดกับมันพร้อมกับชาสักถ้วย...

เท้าของสาทิศ เริ่มต้นเดินก้าวแรกจาก ตอนที่เขาได้ยินว่าเบอร์ทรันด์ รัสเซล นักคณิตศาสตร์รางวัลโนเบลถูกจับขังคุก เพราะต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ เขารู้สึกว่า หากคนแก่อายุ 90 ยังกล้าที่จะถูกคุมขังเพื่อปกป้องสันติภาพ คนหนุ่มอย่างเขาจะอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไร เขาจึงเริ่มออกเดินทาง..

-2-

โลกใบที่เราอยู่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่รู้ แต่สาทิศเดินเท้าไปทั่ว ฝ่าพายุ แดด ลม ฝน ความไม่มั่นคงในชีวิต เพื่อก้าวย่างอย่างช้าๆ และเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนความรุนแรงในโลกใบนี้ลงได้ ด้วยการเดินเท้า

-3-

รอยเท้าที่ก้าวช้าๆ เติบโตเป็นกระแสไปทั่วหลังจากสาทิศเป็นบรรณาธิการวารสารรีเซอร์เจนต์ และร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยชูมาร์คเกอร์(Schumacher College)ในอังกฤษ สอนเรื่องนิเวศน์วิทยาเชื่อมโยงต่อจิตวิญญาณเป็นหลัก ผสมผสานปรัชญาตะวันออก คนอังกฤษ ยุโรป หันมาสนใจปรัชญาตะวันออกกันมากขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ การนั่งสมาธิถือว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับคนตะวันตกรุ่นใหม่

-4-

ความเพ้อฝันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา มีคนตะวันตกจำนวนไม่น้อยเดินตามทางเดินก้าวเล็กๆช้าๆ ตามรอยสาทิศ กุมารไป

-5-

ความเชื่อเรื่องการก้าวเล็กๆเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก ท้าทายระบบการศึกษาแนวคิดสมัยใหม่ คานธีเคยกล่าวว่า "ทรัพยากรในโลกมีเพียงพอต่อคนทั้งโลก แต่ไม่เพียงพอต่อคนโลภเพียงคนเดียว" คานธีก็เป็นแรงบันดาลใจต่อสาทิศ กุมารด้วยเช่นกัน ประเทศอินเดียรอดจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษไม่ใช่ด้วยการเปลี่ยนแปลงด้วยสงครามแต่เป็นสันติวิธี

-6-

เพราะความเชื่อเรื่องการก้าวเล็กๆ สั้นๆ ช้าๆ ยังมีกระจายตามทุกมุมโลก ถ่วงสมดุลย์การก้าวแบบกระโดดอย่างกระแสหลัก โลกนี้ก็ยังมีมุมที่น่าอยู่ เหมือนหยินหยางที่อยู่ในปริมณฑลเดียวกัน แต่อยู่ในสัดส่วนของกันและกัน เหมือนคำจีนกล่าวว่าในหยินมีหยาง ในหยางมีหยิน

และเพราะรอยก้าวเล็กๆ เป็นที่มาของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ใครจะไปเชื่อว่า การเดินหนีออกจากวังอันใหญ่ยิ่ง หลีกเร้นเข้าป่า ค้นหาเพื่อพบทางสว่างในยุคที่คนยังมืดบอด ยังไม่พบแสงสว่าง จาริกแรมรอน ผ่านกาลเวลา เรียนรู้โลกภายในจนพบทางพ้นทุกข์

-7-

ดูเหมือนความเพ้อฝันจากรอยก้าวช้าๆ ปรากฏเป็นรูปร่างในปัจจุบันเยอะแยะมากมาย เป้าหมายที่แสนไกลจะถึงหรือไม่ สิ่งสำคัญคือก้าวแรกที่เราจะเริ่มออกเดิน เหมือนสาทิศ กุมาร และเจ้าชายสิทธัตถะ

..

..


Painting by : Marc Chagall (1887 Witebsk - 1985 St. Paul de Vence) "Mother and child in front of Notre-Dame Original lithograph" 1952

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่มีอะไรนอกจาก
"ดีจังค่ะ"

รู้สึกยิ่งใหญ่มาก ๆ

#1 By friday (220.32.110.84) on 2006-07-08 16:17

เพียงผีเสื้อกระพือปีกจริงๆ

#2 By @ I'm a Box @ on 2006-07-08 16:21

การลงมือทำ....คงดีที่สุด
........
ดีจังนะ
..........
.......

.....

#3 By on 2006-07-08 17:06

ความเชื่อ
ศรัทธา
โลกสวยงาม

#4 By Backpacker on 2006-07-08 18:35

ก้าวเล็กๆ สั้นๆ ช้าๆ แต่มั่นคงและมีพลังยิ่งใหญ่เนอะ
คนเสียสละแบบนี้เปรียบเสมือนแสงสว่างท่ามกลางความมืดของคนเห็นแก่ตัวนับร้อยนับพันค่ะ
ปล. ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ ชอบบล็อกนี้มากเลย

#5 By .-+^melody^+-. on 2006-07-08 20:10

เป็นย่างก้าวที่กล้าหาญจริงๆครับ

#6 By H-E-L-P-0-1 on 2006-07-09 00:53

เห็นรูปแล้วคิดถึงสมัยเรียนที่ มธ. มีวิชาศิลปะตะวันตก ต้องท่องสะ.....

#7 By เนย on 2006-07-09 19:28

ชอบคำพูดของท่านคานธีจังค่ะเรื่องทรัพยากรกะคนโลภ..ต้องเอาปให้นักการเมืองฟัง..
เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ รู้สึกว่าถึงจะเป็นอะไรเล็กๆอย่างวงคลื่นที่เกิดจากก้อนกรวดที่หล่นลงไปในน้ำ แต่มันก็อาจส่งผลกลายเป็นคลื่นใหญ่ที่ซัดเข้าหาฝั่งได้

#9 By Asana Fay on 2006-07-09 22:29

อืมม์ วิถีการต่อสู้แบบอหิงสาของคานธี
การก้าวเดินของสาทิศ กุมาร
แม้เปลี่ยนโลกทั้งโลกไม่ได้
แต่ก็ทำให้เรารับรู้ถึงพลัง และ ศรัทราอันแรงกล้า และยิ่งใหญ่..
.
.
.
.
ตอนนี้อยากให้คิม จอง อิล และ คิม ยอง นาม
จอร์จ ดับเบิลยู บุช ด้วยเอ้า
รับชาถุงนั้นไปชงดื่ม
รับน้ำชาถุงนั้นไปชงดื่ม
...แต่ ดื่มไปก็คงเท่านั้นน่ะ เสียของเปล่า.......

#10 By walk my own way ^^ on 2006-07-10 08:47

ก้าวเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่

#11 By i - f i r m on 2006-07-10 09:19

เป็นเรื่องที่ดีจังเลยค่ะ...

ขอบคุณนะคะ
ก้าวช้าๆๆ..แต่มีรายละเอียดระหว่างทางมากมาย.. เพิ่งเคยได้อ่านนะคะนี่..

ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ได้อ่าน

#14 By ~daybreak~ on 2006-07-11 17:43

ก็เพราะ "พระเจ้าไม่เคยประทานให้ใครอย่างครบถ้วน
บางอย่างเราจึงต้องเรียนรู้ที่จะสร้างด้วยตนเอง"

#15 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.128.108) on 2007-05-11 22:23