ก่อนหัวใจจะเต้นแรง
posted on 12 Jul 2006 07:36 by lonelysyndrome in Dust-words..
..
-1-
ฟ้าที่ฮอยอันนั้นสว่างและสดใสในยามกลางวัน และสวยด้วยแสงพระจันทร์ในยามกลางคืน ในเมืองเล็กๆที่เงียบสงบริมแม่น้ำโบราณ ประดับประดาด้วยโคมไฟ ตะเกียง จากบ้านเรือน ตึกเก่าโคโลเนียลสไตล์ ค่อยๆชัดขึ้นเมื่อสองเท้าเริ่มเดิน กับบทสนทนาที่ไม่คุ้นเคยนัก ทำให้การอยู่และพักในเมืองเล็กๆมีโอกาสสนทนากับตนเองมากกว่า
ฟ้าสีฟ้า ตึกสีเหลือง หัวใจคนสีอะไร หัวใจคนที่นั้นหลากสีจริงๆ ฮอยอันในช่วงชีวิตที่เหมาะเจาะ เกิดคำถามว่าเราเดินทางเพื่ออะไร บางคนเพื่อไปดู ไปเห็น ไปกิน ไปนอน ไปเรียนรู้ หรือแค่ไปใช้ชีวิตชั่วคราวแค่ทางผ่าน
ฟ้าที่นั่นกระจ่างใจให้คนเดินทางอยากกลับไปอีก หรือเป็นเพียงเหตุผลของการได้ออกไปเดินทางอีกครั้ง
..
..
-2-
มุมหนึ่งของตึกเก่า ข้าพเจ้าถ่ายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า องค์ประกอบเพียงผนังตึกสีเหลืองๆ โคมไฟแสงจันทร์ และคนเดินผ่านไปมา ขี่จักรยานบ้าง เท่านั้นแต่มันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาดีจัง ข้าพเจ้าวาดภาพเมืองเล็กๆแห่งนี้ด้วยจินตนาการจากหนังสือเดินทางโลนลี่แพลนเน็ท ได้ยากแต่เมื่อเห็นกับตาข้าพเจ้ากลับจดจำความมีเสน่ห์แห่งเมืองนี้ลงในใจ
คนบ้านเราบางคนเดินสวนกันพร้อมเปรย ก็ไม่เห็นมีอะไร แค่บ้านเก่าๆ ตึกเก่าๆ ข้าพเจ้าคิดในใจ อ้าวแล้วมาทำไม
แต่บางคนเดินสวนกันแล้วกลับบอกว่าชอบจัง ได้มาเดินเล่น ถ่ายรูป ดูนู้นนี่แค่นี้ก็คุ้มแล้ว
เสน่ห์ของเมืองอยู่ที่มุมของคนที่มอง ข้าพเจ้าเชื่ออย่างนั้น การเดินทางมันคุ้มค่ามากขึ้นทันทีเมื่อพบในสิ่งที่เราไม่คาดหวัง และเราคาดหวังอะไร ข้าพเจ้าคาดหวังที่จะไม่คาดหวังมากกว่า ทั้งคนดี คนประสงค์ร้าย เพื่อเรียนรู้สักครั้งข้าพเจ้าก็ยอม
..
..
-3-
ข้าพเจ้านั่งเล่นริมแม่น้ำทูโบนที่ไหลผ่านด้านหลังของฮอยอันในวันสุดท้ายก่อนกลับ คิดถึงชาวญี่ปุ่น คนจีนที่ขึ้นจากเรือเมื่อสี่ร้อยปีก่อน(ค.ศ.1510) ขึ้นฝั่งเมืองท่าอย่างฮอยอัน คนจีนสร้างเมือง ผสานกับตึงโคโลเนียลของฝรั่งเศส และชาวญี่ปุ่นสร้างสะพานไว้เป็นอนุสรณ์ชื่อ JapaneseBridge หรือ Lai Vien-ไล้เวี่ยน ในภาษาจีนแปลว่า สะพานมาไกล สร้างแทนความทรงจำของคนญี่ปุ่นที่มาพักอาศัยในดินแดนไกลบ้าน
วันสุดท้ายไม่คิดถึงวันพรุ่งนี้หรือวันข้างหน้าแต่อย่างใด ไม่มีงานอยู่ตรงหน้า หรือค้างอยู่ที่โต๊ะ ไม่มีเจ้านาย ไม่มีลูกน้อง รอบข้างมีเพียงคนหน้าจีนๆ พูดภาษาเวียด และฝรั่งต่างภาษา ไม่มีอดีตและไม่มีอนาคต,
ปัจจุบันงดงามตรงหน้า และนกฝูงนั้น
-4-
คิดถึงโจนาทานลีฟวิงสตันท์ นกนางนวลที่นักเขียนคนหนึ่งเล่าถึงการเหิรบินไปในห่วงอากาศ เรียนรู้ที่จะโฉบปีก ร่อนหาวเหนือท้องทะเลได้อย่างมีชีวิตชีวา ทดลองบินเรียนรู้การใช้ปีก และจังหวะของแรงลม ลืมข้อคิดเรื่องการหาอาหารเหมือนนกตัวอื่นๆ
ริมแม่น้ำทูโบนก็มีฝูงนกผ่านมา บางทีอาจมีนกแตกฝูงตัวหนึ่งบินออกไปไกลนอกทะเลลึกเพื่อชื่นชมเมฆ ทะเล และฝูงปลาในน่านน้ำลึก อยู่ไกลลิบตาจนข้าพเจ้ามองไม่เห็นนกตัวนั้น
อาจโดดเดี่ยว เดียวดายไร้เพื่อน มิตร และคู่ครอง ชีวิตเจ้านกตัวนั้นช่างอิสระและยิ่งใหญ่เกินใครจะมาออกคำสั่งให้ทำโน้นทำนี่ และต้องทำตามเพื่อรับคำชมและเงินเดือน
และโจนาทานลิฟวิงสตันท์ตัวหนึ่งได้บินเข้าสู่ห้องห้องหนึ่งที่อยู่ในหัวใจข้าพเจ้าเสียในวันนั้นทันใด
....
..
-5-
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด ข้าพเจ้าก็รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะต้องกลับบ้าน กลับไปใช้ชีวิต ใช้ภาษา ของเรา กลับคืนสู่รังที่บินจากมา
การกลับรังครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อว่าโจนาทานลิฟวิงสตันจะพาข้าพเจ้าบินออกจากรังอีกครั้ง นำไปสู่ฟ้าอีกฝั่ง ทะเลอีกผืน แผ่นดินอีกแผ่น ไกลเท่าไหร่ ข้าพเจ้ายอมอยู่ใต้ปีก ทนแรงลมที่หนาวเย็น แดดแสนร้อนยิ่ง
อีกไม่ช้าไม่นานนกโจนาทานจะพาให้หัวใจข้าพเจ้าโบกบินและเต้นแรงอีกครั้ง อีกไม่นาน
ฮอยอัน,
เวียดนาม 2549..
..
....
เคยอ่านหนังสือของคุณธีรภาพ
จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว .. เป็นอีกประเทศที่นึง
ที่อยู่ในความคิดที่อยากจะไปนะคะ .. เสียดายที่คง
ไม่ได้ไปถึงฮอยอัน ................................................
คิดว่า ฟ้าที่ฮานอย หรือ ที่เว้ .. น่าจะงามพอๆ กันกับ
ฮอยอันนะคะ
#1 By moodee on 2006-07-12 07:51