..

..

รุ่งอรุณวันใหม่

มิใช่โลกใบเดิม

ของวันวาน

Kafka on the shore,

ฮารูกิ มูราคามิ

-1-

อากาศริมทะเลเจือจารอาบรสเค็มปร่าโชยพัดปลิวติดปลายจมูก ลมโกรกพัดวู่วูบวาบเข้าทางหูด้านซ้าย หาดทรายเปียกสีเทาสะท้อนแดด แสงสุดท้ายสีส้มเรื่อฉาบผิวคลื่น กำลังจะถูกดูดกลื่นลงอีกฝั่งของทะเล

รอยบุ๋มจมกดลงผืนทรายเป็นระยะๆของการก้าว ร่องรอยเท้าบุ๋มทรายเปียกค่อยๆกลืนหายจมพร้อมๆความมืดทั่วหาด ผิวคลื่นสะท้อนมากับแรงลม สาดใส่ชายหาดสม่ำเสมอไม่ขาดตอน แม้ในเวลาที่ฟ้ามืดลงแล้ว

อากาศเย็นไม่เท่าความแรงของลม พัดสาดใส่ใบหน้าอย่างลืมเปลืองแรง กลับเปลือยเปล่าไม่ยั้งหยุด ต้นทางของแรงลมก่อเกิดจากคลื่นลูกใด หรือเพียงปลาสักตัวที่อยู่ท่ามกลางทะเลลึก แวกว่ายพลิกตัวตีครีบ วักน้ำ ส่งแรงพลังเล็กๆตีเป็นวง ก่อเป็นเกลียวคลื่นคืนเข้าสู่ฝั่ง สะดับพัดเอาลมอากาศจากกลางทะเลเข้าสู่ห้องหัวใจให้สูบฉีดเคลื่อนไหวร่างกาย

-2-

ถ้าข้างนอกชายฝั่ง ทะเลราบเรียบปราศจากแรงลมใดๆ เสากระโดงเรือลำหนึ่งคงกำลังแทรกฝูงปลาในยามกลางวัน ตีอวนนอนเฝ้าปลาหมึกหลังพระจันทร์เผยโฉม เสียงของความเงียบนิ่งงัน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ สอดรับกับแรงลมที่โบกพัดมาเป็นระยะ

..

ท้องน้ำแน่นิ่งดีเหมือนกระจกบางใส วงตาใสกว่ากระจกแผ่นที่อยู่ตรงหน้า สะท้อนลูกกลมขาวดำ เสื้อผ้าแข็งกระด้างอาบลมเค็มๆมานานหลายวัน เท้าเปลื่อยเปล่าชุ่มน้ำเปื้อนไปตามท้องกระดานไม้บนเรือ เวลานอนเท่านั้นที่เท้าเปลือยเปล่าจะแห้งสนิท ชีวิตบนคลื่นน้ำหลับสนิทได้อย่างไม่แยแสต่อคลื่นทะเลที่ใหญ่พร้อมจะซัดเข้าใส่

-3-

ท้องฟ้าคลี่คลายอีกครั้งหลังเมฆกระจายเกลื่อน ริมฝั่งทะเล เดินทวนกระแสลม ยอมเท้าและชายกางเกงเปียก ชะล้างคราบ ขัดเกลาบางสิ่งบางอย่างที่เกาะติดอยู่ในหัว สองมือเปล่าเปลือยไม่ยืดถือสิ่งอื่นใดนอกจากความว่างเปล่า แม้ภาระที่ผูกมัดอยู่ด้านหลังและอนาคต ปล่อยปละให้นิ้วปลดสัมผัสสิ่งใดๆชั่วคราวและยาวนานในวินาทีของมัน เสื้อตัวหลวมโคร่ง ปลิวสะบัดเหมือนกระแสลมอยากให้ถ่ายถอดออกไป ผู้คนรีบร้อนหายไปในชีวิตที่ว่างเปล่า ไม่มีกระทั่งหนุ่มสาวที่เคยเดินจูงมือ

ทะเลเงียบ ใจก็เงียบตาม ความเงียบและความมืดพาใจที่กระจัดกระจายให้หลอมรวมก่อเป็นก้อน ระยะทางข้างหน้าแสนเปล่าเปลี่ยว จะยืนอยู่นิ่งๆไม่ขยับเขยื้อนก็ดูเหมือนใจจะล่องลอยไปเอง ระยะก้าวไม่รีบเร่ง ชั่วโมงแห่งอดีตลบทิ้งไปเสี้ยววินาทีแรกของการก้าว

-4-

อีกฝั่งของทะเล ม่านเมืองและตึกสูง แสงไฟส่องประดับประดาทั่วท้องถนน เสียงแตรรถดังสดับสลับไปทั่ว กลุ่มควันแปดเปื้อนกระจกและตัวถังรถ เวลาหัวค่ำไม่มีที่ว่างสำหรับผิวท้องถนน ห้องน้ำในร้านอาหารก็ยังไม่ว่าง หัวก๊อกน้ำล้างมือดำคร่าก็ยังไม่ได้หยุด เสียงสนทนาทั่วปลิวไปทั้งเมือง ผ่านคลื่นเร้นทิศทาง นิ้วสัมผัสแป้นคีย์บอร์ด ดวงตาพาหัวใจท่องไปในโลกที่ว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยสีสัน ภาพ และความฝัน เคลื่อนไหวไปตามเข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกา อวัยวะทำงานไปตามหน้าที่ แต่บางครั้งกลิ่นหอมๆ รสชาดดีๆที่พร้อมเสริฟในมื้อเย็น อวัยวะบางส่วนยังต้องการ

-5-

ชายฝั่ง ความมืด ลมกระแสเดิมยังพัดตลอดเวลา ผ่านเดือน ผ่านปี ร่องรอยเท้าจมหายและเติมเต็มวันใหม่ๆตลอดเวลา ชายฝั่งของความว่างเปล่า เดินเท้าเปลือยร่อนจ้อนบนทรายผืนเปียก ความสดใหม่ของดวงจันทร์ผ่องส่องใจให้ได้แหงนคอเงยหน้า ตาเหม่อมองล่องลอย

..

ผืนฟ้าปรากฏไม่ซ้ำเมื่อวาน แต่ก็เหมือนจนคล้าย จนไม่มีวันจำได้ กี่ล้านลมหายใจ เรายังคงเดินตามร่องรอยของอดีต แม้กระทั่งป่าทึบลึกไกล ใต้ท้องมหาสมุทร ไกลบนผืนฟ้าดาวดวงน้อยนอกจักรวาลนับพันล้านไมล์ร้อยปีแสง แม้กระทั่งต่างมิติที่สัมผัสไม่ได้ยังคล้ายกับว่าได้ไปย่างเหยียบเดินเหินไปมาแล้ว ค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่เป็นอีกซีกหนึ่งของชีวิต เราก็ต่างยังขาดและพร่องอยู่อย่างขาดแคลน

-6-

เย็นย่ำค่ำคืนหนึ่งคนเดินดินธรรมดา ไม่คิดไม่ฝันไปไกลเดินอาบลมทะเลตะวันออก ห้วงเวลาคือลมหายใจ ไม่หยุดนิ่งและไม่ห่างไกลจากรอยก้าวข้างหน้า ห้วงลึกและทางลับที่แสนไกลและแสนสั้น ไม่ได้อยู่ในแผนที่ในซีกโลกหนึ่งใด หนทางที่มืดมิดในทุกฤดูกาล เราอาจเดินสวนทางกันบนหาดทรายเย็นนี้ ใครคนนั้นอาจไม่รู้ว่าอีกซีกโลกคนเราเดินทางไกลอยู่ และอีกซีกโลกก็อาจรู้ไม่ว่าหนทางเก่าแก่ภายในที่ส่วนใหญ่เดินห่างกันออกมา อีกซีกหนึ่งของชีวิตจึงยังขาดหายและพร่องอยู่ร่ำไปตามแรงกดวิ่งที่บู๋มลงริมหาดหรืออีกฝั่งหนึ่งของชีวิต

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

><
ชอบจัง
อ่านเเล้วใจสงบมากเลยล่ะครับ
อ่านตอนเเรกๆ..มัยอ่านเเล้วรุ้สึกวังเวงงี้อ่ะ=*=
ไปๆมาๆ...><,,,
ซึ้งงงง

#2 By kimja on 2006-07-17 22:54

อยากเจอคนนั้น

วินาทีที่เท้าจมลงไปในผืนทราย.. .
ก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
แล้วมองดูรอยเท้าค่อยๆ ถูกกลืนหายไป

คิดถึงทะเลและฟ้ากว้างๆ จัง

#4 By Minigal (58.9.196.98) on 2006-07-18 14:47

ช่วงนี้ฝนตกเบาๆเกือบทุกเช้าเลยค่ะ
ฉันละการเดินริมทะเลมาสัก 5 วันเห็นจะได้
ที่สงขลาทะเลติดกับเมืองเพียงนิดเดียว
คิดว่าจากบ้านฉันราวๆ 800 เมตรในการเดินแบบลัดเลาะ
บางวันถ้าคิดว่าไม่เช้าตรู่จนน่ากลัวฉันจะเดินไปทะเลจากบ้าน
บางวันเช้ามากเกินไป ก็จะขับรถไปจอดหน้าป้อมทหารเรือ
แล้วไปยึกยักออกกำลังกายประกอบเพลงเสียหน่อย
ก่อนกลับมาเดินเล่นที่ชายทะเล

เช้าวันจันทร์เป็นวันที่ชายหาดสกปรกที่สุด
เพราะเสาร์อาทิตย์มีคนมาปิคนิคกันเยอะ
บางเช้าฉันจึงเดินเก็บขยะแห้งๆไปใส่ถัง
โชคดีที่เทศบาลในจังหวัดฉัน จัดหาถังขยะไว้ไม่ไกลเลย
แต่โชคร้ายที่คนขี้เกียจเอาไปทิ้งให้ลงถังกันจัง

อ่านเรื่องที่คุณเขียนนึกเลยไปถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่าน
นาร์ซิสซัส กับ โกลด์มุนด์ ของเฮอร์มานน์ เฮสเส
ฉบับที่ฉันอ่านแปลโดยสดใส

มีประโยคหนึ่งที่ฉันชอบ จดเอาไว้
วันนี้เอามาฝากค่ะ

"เราไม่ได้ถูกกำหนดมาให้ไปด้วยกันเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
ไม่ได้มีธรรมชาติที่จะไปด้วยกันเหมือนทะเลกับแผ่นดิน
จุดหมายของเราไม่ใช่การเป็นซึ่งกันและกัน
แต่จะต้องรู้จักกัน
เราต่างเป็นส่วนตรงข้ามของกันและกัน
สิ่งนี้แหล่ะคือความสมบูรณ์"

ยังเร่ร่อนอยู่หรือเปล่า ยังสงสัย

#6 By ~daybreak~ on 2006-07-18 21:54

" ดาวบางดวงที่ส่องแสงก็มิใช่จะทอดแสงนำทางเพี่อเรา
ใจบางใจที่มีก็มิใช่จะมีไว้เพื่อรักเรา "

#7 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.128.108) on 2007-05-11 22:47