แรงกระเพื่อมของความฝัน

posted on 19 Jul 2006 07:19 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

..

..

ภาพฝันที่ผมวาดขึ้นในใจ

ถือว่าสำคัญยิ่ง

สำหรับโลกทั้งใบ

Kafka on the shore,

ฮารูกิ มูราคามิ

-1-

น้ำทะเลสีเทาแห้งหายจากชายขากางเกงไปเมื่อใดเขาไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว จากหัวหาดชายฝั่งสงบนิ่งด้านหนึ่ง ระหว่างทาง ร้านกาแฟยืนสงบนิ่งอาบสีโทนอุ่นของหลอดไฟภายในร้าน ลมยังพัดแรงเป็นระยะๆ

ประตูบานเดี่ยวถูกผลักเข้าด้วยแรงส่งจากแววตาทั้งสองข้าง อากาศข้างในอบอุ่นกว่าริมหาดด้านนอก ภายในประดับด้วยชุดเก้าอี้และโต๊ะไม้เนื้อเนียนเรียบวางเป็นชุดๆกระจายภายในร้าน มุมด้านซ้ายหน้าร้านขั้นบรรยากาศภายนอกกับภายในด้วยกระจกใสบานใหญ่ ปรากฏเก้าอี้โซฟาหุ้มผ้ากำมะหยี่ขนสั้นเรียบเตียนสีน้ำตาลอ่อนๆตัวใหญ่สองตัวหันหน้าชนกัน โต๊ะทรงกลมเตี้ยขั้นกลางระหว่างโซฟาสองตัวนั้น สีของโต๊ะกลมเหมือนถูกชโลมทาทับเติมแต้มด้วยสีน้ำตาลแดงมาแล้วเกินหนึ่งรอบ มุมนี้น่านั่งเป็นที่สุด

แสงไฟอาบเรื่อเจือกลิ่นกาแฟที่กำลังชงด้วยเครื่องหลังเคาน์เตอร์

-2-

ทรายเม็ดหยาบแตกเกลื่อนจากชายกางเกงยีนส์ที่พับขึ้นมาถึงหน้าแข้ง ตกเกลื่อนบนพื้นปาเก้ไม้แผ่นราบปราศจากลอยต่อระหว่างแผ่น เท้าที่เปลือยเปล่ารวบเขี้ยเม็ดทรายที่กระจายเกลื่อนรอบตัว รวมเป็นกองไว้ข้างโซฟา อากาศภายในร้านอุ่นพอดี ดูแล้วอีกไม่นานท้องฟ้าและผืนทะเลจะเป็นอันหนึ่งเดียวกันที่เชื่อมต่อด้วยม่านฝน

หน้าปัดนาฬิกาขึ้นไอน้ำภายในเหมือนความชื่นที่เข้าเคลือบภายในตัวเรือน แต่ก็เห็นเข็มลางๆยังเคลื่อนหมุนเป็นวงรอบจังหวะซ้ำเหมือนเดิม แต่องศาของเข็มต่างจากนาฬิกาเรือนที่แขวนติดบนฝาผนังภายในร้าน เข็มนาทีที่ข้อมือเขาช้าไปกว่าเรือนในร้านเกือบยี่สิบนาที เหมือนความหวังว่าสักวันเข็มที่วิ่งอยู่ช้ากว่าจะเคลื่อนที่ได้เร็วทันเท่าเรือนนั้น

-3-

พนักพิงโซฟานิ่มแน่นให้หลังเอนในมุมที่กำลังพอดี กาแฟร้อนเสริฟอยู่ตรงหน้า เขาไม่เคยได้เห็นไอควันโพยพุ่งขึ้นมาจากถ้วยกาแฟมากมายขนานนี้ อาจเพราะทรงถ้วยสูงทรงกระบอก ง่ายต่อการส่งแรงควันสีขาวโยนตัวม้วนบิดลอยขึ้นเป็นเกลียวหลวมๆ ลอยขึ้นมาอย่างนุ่มนวล กลุ่มไอควันหนาแน่นบริเวณปากถ้วยและม้วนตัวเป็นก้นหอยยอดแหลมเลือนหายไปในอากาศแบบนั้น

กลิ่นกาแฟปลิวขึ้นอ่อนๆติดมากับไอระเหย สบายเท้าแล้วหลังจากเท้าแห้งสนิทและปราศจากเม็ดทราย กลิ่นหอมของกาแฟร้อนค่อนถ้วย แพร่กระจายเต็มปอด มันหอมอุ่นๆอาบลึกภายในได้เป็นอย่างดี

ขยับก้นออกจากพนักพิงเล็กน้อยให้หลังตั้งตรง กระดกถ้วยอุ่นๆยกขึ้นดื่มอึกหนึ่งแล้วนิ่งคิด...

-4-

ภายนอกร้านครึ้มแทรกตัวอยู่ในความมืดของท้องฟ้า มองไม่เห็นเมฆที่อาจหนาแน่นอยู่เบื้องบน ก้านกิ่งมะพร้าวโบกพัดลู่เข้าชายฝั่ง ในความมืด มีแสงไฟดวงเล็กระยิบเหลืองทองอยู่นอกน่านน้ำ ส่งประกายเข้าฝั่งสะท้อนท้องน้ำทองพราวอย่างวอมวาว เรือลำน้อยลอยลำในที่มืดมิดเพื่อกิจบางอย่าง

-5-

เขานั่งคิด อยากออกทะเลร่อนเร เดินทางตามเกาะแก่งน้อยใหญ่ หากินกลางฝูงปลาที่เกลื่อนท้องน้ำประทังชีวิตด้วยความฝันสักอย่าง ล่องอยู่เหนือคลื่นโค้ง ผ่อนแรงด้วยผ้าใบบนกระโดงลำหนึ่งภายในเรือ อาจเข้าฝั่งเพื่อพูดคุยพบปะกับเพื่อนฝูงสักชั่วประเดียวประด่าวช่วงกลางวัน หาซื้อของจำเป็นและโยนลงท้องเรือ พาตัวเองล่องไปตามกระแสน้ำอันกว้างเวิ้งว้างต่อไป

ความฝันจะไปไหน ยังไม่แน่นอน ฝั่งหนึ่งบนเกาะสักเกาะหรือเปล่าอาจยังไม่แน่ใจ แต่เขาอาจฝั่งใจฝันอย่างนั้นไว้ ชีวิตเบาๆบนเรือลำเล็กๆ

มันอาจดูล่องลอยเลื่อนไหล แต่ก็ยังความสงบสุขในใจที่จะพาตัวตนอันแท้จริงไปเช่นนั้น แหวกว่ายน้ำเค็ม ตามหาขอบฟ้าและแผ่นดินอีกผืน เมื่อความฝันบรรลุ เท้าเปลือยเปล่าจะโยนตัวตกลงทรายเม็ดละเอียด บุ๋มฝังเป็นรอยเท้าลงส้นหนักๆ กระโดดลอยเหนือโค้งคลื่นบนฝั่งนั้น รอยเท้าแรกที่ฝันถึงก็ยังอุ่นๆอยู่ในใจ หัวคิดต่อว่ามีอีกหรือหนทางใดที่คนเรายังเดินทางไปไม่ถึง ความฝันสิ ที่คนเรายังค้นหาอยู่เรื่อยร่ำไป มุ่งมั่นกับมันอย่างไม่กลัวยากเย็นเข็ญใจ

แต่ความฝันก็ล่องลอยเลื่อนจนลับวับหายไปได้ในบางครา ความฟุ้งกระจายในความฝันหอมกว่ากาแฟอุ่นถ้วยนั้นเสียอีก ปรุงด้วยรสชาติหวานเจืออารมณ์ปรุงแต่ง แต่ความจริงก็ปรากฏแย้งจากรอยหยักย่นในหัวสมอง

คลายจินตนาการ และแรงบันดาลใจหนุนเนื่องให้เรี่ยวแรงจำเขี้ยในกายลุกล้ำข้ามพรมแดนแห่งหนามคมและความหวาดหวั่นของความจริงไปได้ระยะหนึ่ง

-6-

เขาตระหนักอีกครั้งเมื่อมองดูฝนที่โหมลงมาแล้วอยู่เบื้องนอก ผืนฟ้าเชื่อมต่อกับผืนทะเลแล้ว ไอควันจากถ้วยกาแฟระเหยหายขึ้นไปเบื้องบน ความฝันถูกจุดด้วยประกายไฟดวงน้อยที่ล่องลอยในน่านน้ำข้างนอก แม้ฝนตกอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ดวงไฟยังกระเพื่อมเต้นตามแรงโยนตัวของเกลียวคลื่น ไม่ลดละต่อความหนาวเย็น เดินหน้าอยู่ในท่ามกลางความยุ่งยาก ใต้ดวงไฟเล็กๆดวงนั้น อาจยังไม่บรรลุเป้าหมายก็ได้ แต่ความฝันก็ยังเป็นได้แค่ความฝันและดูเหมือนยิ่งห่างออกจากความเป็นจริงยิ่งขึ้น

ความฝันอาจต่างกับเป้าหมายก็ตรงนี้ เขาหยุดนิ่งคิด เขาควรเริ่มต้นวางแผนสู่เป้าหมายมากกว่าที่จะนั่งฝันและเหม่อมองออกไปอยู่อย่างนี้เรื่อยไปแม้ว่าแรงกระเพื่อมของความฝันจะยังเต้นร่ำร้องและงดงามอยู่ภายในก็ตามที

แล้วเขาก็ปรับเข็มนาทีบนหน้าปัดที่ข้อมือให้เดินเร็วขึ้นเท่าเวลาปัจจุบันในทันที..

..


Painting : "starry night over the rhone at arles" by Vincent van Gogh,September 1888 

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คนจร โอ้ คนจร
เร่แรมรอน...นอนแห่งไหน
กลางกลีบดวงดอกไม้
ฤากลางใจใครบางดวง
คนจร โอ้ คนจร
เห่คำกลอนอันอ่อนหวาน
คืนค่ำย่ำยาวนาน
กล่อมดวงมาลย์ผ่านรุ่งเช้า

อรุณสวัสดิ์ค่ะ
คุณวาดภาพด้วยตัวหนังสือจนฝันกลิ่นกาแฟส่งกลิ่นหอมแต่เช้าเชียว
ขนาดฉันคนไม่ดื่มกาแฟยังนึกอยากได้กาแฟหอมๆสักแก้ว
...แก้วคงอุ่นในมือน่าดู

บางทีเพียงได้กลิ่นฝันและชิมรสมันสักนิด
ก็ต่อแรงให้เราหายใจได้อีกหน่อยนะคะ

เพียงแค่อย่าหลงลืมหรือละเลยมันก็พอ

ในกระแสคลื่นชีวิต
เราต่างพายเรือฝ่ามรสุมกันคนละลำ
เพื่อให้ถึงฝั่ง (ฝัน)

#2 By Minigal (58.9.184.228) on 2006-07-19 08:28

ตอนนี้ก็เหมือนเรือลำน้อยๆๆที่กะลังค้นหาจุดหมายของชีวิตเหมือนกันค่ะ มีอุปสรรคบ้าง..เจอคลื่นลมในทะเลแรงๆบ้าง...แต่ก็พยายามจะฝ่าฟันไปให้ได้ค่ะ..
เรือลำนี้ฝ่าพันอุปสรรคและผ่านมรสุมร้ายมามากมายเหลือเกินค่ะ

ณ วันนี้คิดว่าไม่มีมรสุมร้ายใดๆมาทำให้เรือลำนี้โคลงเคลงได้อีกแล้วนะคะ

เพราะมันถึงฝั่งแล้วกระมังคะ ไม่คิดล่องลอยโต้คลื่นอีกต่อไปแล้วค่ะ

(เม้นนี้เกี่ยวกับบทความข้างบนป่าวคะเนี่ย อิอิ...หรือเราเพ้ออะไรออกมา)

#4 By P.Pu on 2006-07-19 14:28

รูปสวยจังค่ะ

#5 By nanak on 2006-07-19 18:36

โดนจังฮิ

#6 By kimja on 2006-07-20 06:18

แรงฝัน
..
กระเพื่อมแรง
..
สักเพียงไหน ...

#7 By moodee on 2006-07-20 08:14

บางทีความฝันกับความเป็นจริง
ไม่สามารถไปด้วยกันได้ทั้งหมด
คงต้องเรียนรู้ที่จะแชร์ทั้งสองอย่าง
ให้เหมาะสมกับกับน้ำหนักก้าวเดินของชีวิต.

#8 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.128.108) on 2007-05-11 22:54