เมืองเล็กๆที่ยังอาศัยอยู่
posted on 20 Jul 2006 07:26 by lonelysyndrome in Dust-words..
..
....
การหลับตา
ไม่ทำให้เวลานิ่งค้าง
อยู่กับที่
Kafka on the shore
ฮารูกิ มูราคามิ
-1-
เขาสะดุ้งตื่นจากภาพฝันยามดึกในร้านกาแฟ บริกรสาวส่งสัญญาณด้วยการเดินมาเก็บถ้วยที่โต๊ะ ดูจะเป็นแขกคนสุดท้ายภายในร้าน แสงไฟบางดวงปิดดับสนิทไปนานแล้ว หลังเคาน์เตอร์ส่งเสียงถ้วยแก้วกระทบกันอยู่ในอ่างล้างจาน ถ้วยสีขาวใบหนาหนักที่เป็นภาชนะใส่กาแฟและเครื่องดื่มภายในร้านกำลังจะถูกทำความสะอาดก่อนจะเรียงขึ้นชั้น
เสียงนอร่า โจนส์ ตามเสียงตีคอร์ดกีตาร์ขึ้นเพลง Shoot the moon แทรกซึมดังออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งของร้าน ซึ้งซึมซาบเขายิ่งนัก จังหวะโยกโยนส่งเสียงกีตาร์สานกับเสียงนักร้องสาว กินใจเขาเป็นที่สุด กลองตีท่อนส่งวรรคสุดท้าย ก่อนเขาจะก้าวเท้าข้างหนึ่งพ้นขอบประตูบานกระจกออกมา
-2-
ทางเดินปูอิฐลายตัวเอสสลับสีเทากับส้มเป็นทางยาว เรียบทะเลอีกฟากด้านหนึ่งของถนน โคมไฟแสงจันทร์เปิดเป็นระยะๆ พื้นอิฐเปียกหมาดยังไม่แห้งสนิท ไอร้อนจากอิฐสีส้มอุ่นเท้าไปตลอดทางเดิน เขาทวนความคิดเมื่อครู่ที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ ความแตกต่างระหว่างความฝันกับเป้าหมายก็คือการวางแผน มันเป็นบทสรุปที่ตกหล่นไปแล้วและถูกช้อนตาข่ายตากว้างตักขึ้นมาจากก้นพื้นของสมอง มันเบาบางและหนักในเวลาเดียวกัน
ระยะทางจากชายทะเลกลับสู่บ้านพักไม่ไกลกันนัก เขาชอบเวลาเงียบสงบและท้องฟ้ามืดสนิท เสียงลมและคลื่นหยอกล้อกันน่าสนุกไปตลอดเส้นทาง ช่วงกลางวันเขาคงไม่ได้มาเดินสบายๆแบบนี้ ยิ่งหลังฝนตกผู้คนเข้าสู่บ้านพักของตนกันไปหมดแล้ว ความวุ่นวายไม่ก่อเกิดในเวลานี้
-3-
เมืองเล็กๆก็น่าอยู่ยิ่งขึ้นทุกวัน เขาคิดขึ้นมาอย่างนั้น มันเหมือนโลกจำลองที่ไม่มีอะไรซ้ำซ้อน ร้านหนังสือ ร้านกาแฟ ไปรษณีย์ หอศิลป์ และทะเล เขายิ้มให้กับโลกใบเล็กๆของเขา มีไม่มากมายแต่ก็ครบอย่างที่เมืองใหญ่ๆมีกัน ในช่วงแรกของการอาศัยอยู่เขาใช้เท้าเดินสำรวจ ตรอก ซอย ถนนหนทางเล็กใหญ่ เขาเดินเท้าสำรวจให้เกิดความเคยชิน
นอกจากสถานที่แล้ว ผู้คนที่พบปะก็ถูกสำรวจและค้นพบไปด้วยเช่นกัน
-4-
สถานที่หนึ่งในความสงบเงียบ คือทุกส่วนสัดของเมือง เขารู้สึกเช่นนั้น เพราะต้องการความเงียบสงบในการทำงาน ยามเช้าก็ยังเป็นยามเช้าของธรรมชาติ มีแสงแดด มีความสดชื่นยิ่งฤดูร้อน แสงแดดส่องให้เมืองสว่างแต่เช้าตรู่ กลางวันแม้แดดแรง ก็แสงสวยเพราะเงาไม้และถนนสายเล็กๆริมหาด ในการใช้ชีวิตคนเราต้องการกำลังใจ และการทำงานก็ย่อมต้องมีแรงบันดาลใจ
คืนนี้เขาเดินข้ามผ่านช่วงความคิดตรึกตรองมาอย่างเห็นภาพชัดเจนขึ้นกว่าเก่า เหตุผลของการอยู่อาศัยที่ใดสักทีก็ย่อมต้องการเพียงแค่แรงบันดาลใจ ช่วงชีวิตคนเราค้นหาแรงบันดาลใจรอบตัว ความจริงก็เป็นแรงบันดาลใจชิ้นหนึ่ง ดวงตาเราไม่เลือกมองในความจริง แต่ก็ไม่อาจหลีกเร้นความจริงไปได้
และดวงใจเราก็มักอ่อนไหวโดยง่าย ไม่ทันตั้งตัว คอยฟุ้งซ่านไม่เป็นชิ้นดี บางทีการโยนอดีตทิ้งไปอาจดีกว่าเก็บเอาไว้ให้ทุกข์เศร้า เราไม่สามารถหยิบขึ้นมาแล้วเขวี่ยงไปสุดแรงเหมือนปาก้อนหินไปจากหน้าผา เขวี่ยงออกไปสุดแรงเกิด แต่ไม่อาจทำได้ดังนั้น เพราะสิ่งที่เรากำลังจะเขวี่ยงไปนั้นมันหนักหนาสาหัสก้อนใหญ่ยิ่งกว่าก้อนหินเล็กๆนั้นเป็นหลายสิบเท่า
-5-
Shoot the moonของนอร่า โจนส์ยังสดับกังวานในความทรงจำระยะสั้น ท่วงทำนองเนิบๆ ช้าๆ เหมือนภาพเหมือนของเมืองบนเฟรมขาหยั่ง ผ้าใบขนาดฟุตคูณฟุตที่มองไม่เห็นพื้นหลังสีขาวของตัวเฟรมแล้ว ..
สีน้ำมันหนาเตอะ ปาดป้ายเพียงไม่กี่สีตามแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ มันซอฟท์และสว่าง หวาน เป็นภาพทางเดินที่ปูด้วยอิฐสีดำและส้มเรียงเป็นตัวเอสค่อยๆเล็กลงในระยะไกลและเบลอจนเป็นสีเทาๆในสุดของภาพ ..
ด้านซ้ายเป็นกำแพงสีขาวพราวแดด เกลี้ยงเกลาประดับด้วยไม้ประดับห้อยเป็นพุ่มย้อยลงมา เล็บมือนางเล็กๆสีแดงชมพูอ่อนๆ กลิ่นของดอกสดับขึ้นพร้อมปลายพู่กันที่ตวัดขึ้นจากผ้าใบ สีหวานอ่อนๆ ย้อมบรรยากาศภายในใจให้หลงรักเมืองเล็กๆที่เขาอาศัยอยู่นี้ สีน้ำมันปรากฏเป็น บ้านเรือน ตึก ร้านค้า ดอกไม้ บันทึกด้วยสีอย่างจิตรกรอิมเพรสชั่นนิสม์วาดขึ้นมา..
และทั้งหมดสัมผัสและรู้สึกได้นอกเหนือทั้งความประทับใจ แม้ฉากเมืองที่ยืนอยู่ ไม่มีลายเซ็นใดๆของศิลปิน แต่ทุกส่วนของภาพที่วาด สีที่สะบัดขึ้นบรรเลงลงเฟรมผ้าใบนี้จะไม่สวยงามถ้าเราไม่พิศมอง เพราะเร่งรีบกับชีวิตประจำวันมากเกินไป ความไม่มีก็สวยงาม ความเงียบก็ไพเราะได้ เพราะเราเข้าใจในการอยู่อาศัยและเลือกที่จะมอง แล้วเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
.
.
Shoot the moon- Norah Jones
Painting : Cafe Terrace,Arles at Night by Ven Gogh
..

ชอบเมืองเล็ก ๆ อยากไปอยู่มาก เก็บเงินอยู่

พายแอปเปิ้ล
#1 By wazzzup on 2006-07-20 07:59