..

 

..

....

 

 

 

 

 

 

การหลับตา

ไม่ทำให้เวลานิ่งค้าง

อยู่กับที่

 

Kafka on the shore

ฮารูกิ มูราคามิ

 

-1-

 

เขาสะดุ้งตื่นจากภาพฝันยามดึกในร้านกาแฟ บริกรสาวส่งสัญญาณด้วยการเดินมาเก็บถ้วยที่โต๊ะ ดูจะเป็นแขกคนสุดท้ายภายในร้าน แสงไฟบางดวงปิดดับสนิทไปนานแล้ว หลังเคาน์เตอร์ส่งเสียงถ้วยแก้วกระทบกันอยู่ในอ่างล้างจาน ถ้วยสีขาวใบหนาหนักที่เป็นภาชนะใส่กาแฟและเครื่องดื่มภายในร้านกำลังจะถูกทำความสะอาดก่อนจะเรียงขึ้นชั้น

 

เสียงนอร่า โจนส์ ตามเสียงตีคอร์ดกีตาร์ขึ้นเพลง Shoot the moon แทรกซึมดังออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งของร้าน ซึ้งซึมซาบเขายิ่งนัก จังหวะโยกโยนส่งเสียงกีตาร์สานกับเสียงนักร้องสาว กินใจเขาเป็นที่สุด กลองตีท่อนส่งวรรคสุดท้าย ก่อนเขาจะก้าวเท้าข้างหนึ่งพ้นขอบประตูบานกระจกออกมา

 

-2-

 

ทางเดินปูอิฐลายตัวเอสสลับสีเทากับส้มเป็นทางยาว เรียบทะเลอีกฟากด้านหนึ่งของถนน โคมไฟแสงจันทร์เปิดเป็นระยะๆ พื้นอิฐเปียกหมาดยังไม่แห้งสนิท ไอร้อนจากอิฐสีส้มอุ่นเท้าไปตลอดทางเดิน เขาทวนความคิดเมื่อครู่ที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ ความแตกต่างระหว่างความฝันกับเป้าหมายก็คือการวางแผน มันเป็นบทสรุปที่ตกหล่นไปแล้วและถูกช้อนตาข่ายตากว้างตักขึ้นมาจากก้นพื้นของสมอง มันเบาบางและหนักในเวลาเดียวกัน

 

ระยะทางจากชายทะเลกลับสู่บ้านพักไม่ไกลกันนัก เขาชอบเวลาเงียบสงบและท้องฟ้ามืดสนิท เสียงลมและคลื่นหยอกล้อกันน่าสนุกไปตลอดเส้นทาง ช่วงกลางวันเขาคงไม่ได้มาเดินสบายๆแบบนี้ ยิ่งหลังฝนตกผู้คนเข้าสู่บ้านพักของตนกันไปหมดแล้ว ความวุ่นวายไม่ก่อเกิดในเวลานี้

 

-3-

 

เมืองเล็กๆก็น่าอยู่ยิ่งขึ้นทุกวัน เขาคิดขึ้นมาอย่างนั้น มันเหมือนโลกจำลองที่ไม่มีอะไรซ้ำซ้อน ร้านหนังสือ ร้านกาแฟ ไปรษณีย์ หอศิลป์ และทะเล เขายิ้มให้กับโลกใบเล็กๆของเขา มีไม่มากมายแต่ก็ครบอย่างที่เมืองใหญ่ๆมีกัน ในช่วงแรกของการอาศัยอยู่เขาใช้เท้าเดินสำรวจ ตรอก ซอย ถนนหนทางเล็กใหญ่ เขาเดินเท้าสำรวจให้เกิดความเคยชิน

 

นอกจากสถานที่แล้ว ผู้คนที่พบปะก็ถูกสำรวจและค้นพบไปด้วยเช่นกัน

 

-4-

 

สถานที่หนึ่งในความสงบเงียบ คือทุกส่วนสัดของเมือง เขารู้สึกเช่นนั้น เพราะต้องการความเงียบสงบในการทำงาน ยามเช้าก็ยังเป็นยามเช้าของธรรมชาติ มีแสงแดด มีความสดชื่นยิ่งฤดูร้อน แสงแดดส่องให้เมืองสว่างแต่เช้าตรู่ กลางวันแม้แดดแรง ก็แสงสวยเพราะเงาไม้และถนนสายเล็กๆริมหาด ในการใช้ชีวิตคนเราต้องการกำลังใจ และการทำงานก็ย่อมต้องมีแรงบันดาลใจ

 

คืนนี้เขาเดินข้ามผ่านช่วงความคิดตรึกตรองมาอย่างเห็นภาพชัดเจนขึ้นกว่าเก่า เหตุผลของการอยู่อาศัยที่ใดสักทีก็ย่อมต้องการเพียงแค่แรงบันดาลใจ ช่วงชีวิตคนเราค้นหาแรงบันดาลใจรอบตัว ความจริงก็เป็นแรงบันดาลใจชิ้นหนึ่ง ดวงตาเราไม่เลือกมองในความจริง แต่ก็ไม่อาจหลีกเร้นความจริงไปได้

 

และดวงใจเราก็มักอ่อนไหวโดยง่าย ไม่ทันตั้งตัว คอยฟุ้งซ่านไม่เป็นชิ้นดี บางทีการโยนอดีตทิ้งไปอาจดีกว่าเก็บเอาไว้ให้ทุกข์เศร้า เราไม่สามารถหยิบขึ้นมาแล้วเขวี่ยงไปสุดแรงเหมือนปาก้อนหินไปจากหน้าผา เขวี่ยงออกไปสุดแรงเกิด แต่ไม่อาจทำได้ดังนั้น เพราะสิ่งที่เรากำลังจะเขวี่ยงไปนั้นมันหนักหนาสาหัสก้อนใหญ่ยิ่งกว่าก้อนหินเล็กๆนั้นเป็นหลายสิบเท่า

 

-5-

 

Shoot the moonของนอร่า โจนส์ยังสดับกังวานในความทรงจำระยะสั้น ท่วงทำนองเนิบๆ ช้าๆ เหมือนภาพเหมือนของเมืองบนเฟรมขาหยั่ง ผ้าใบขนาดฟุตคูณฟุตที่มองไม่เห็นพื้นหลังสีขาวของตัวเฟรมแล้ว ..

 

สีน้ำมันหนาเตอะ ปาดป้ายเพียงไม่กี่สีตามแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ มันซอฟท์และสว่าง หวาน เป็นภาพทางเดินที่ปูด้วยอิฐสีดำและส้มเรียงเป็นตัวเอสค่อยๆเล็กลงในระยะไกลและเบลอจนเป็นสีเทาๆในสุดของภาพ ..

 

ด้านซ้ายเป็นกำแพงสีขาวพราวแดด เกลี้ยงเกลาประดับด้วยไม้ประดับห้อยเป็นพุ่มย้อยลงมา เล็บมือนางเล็กๆสีแดงชมพูอ่อนๆ กลิ่นของดอกสดับขึ้นพร้อมปลายพู่กันที่ตวัดขึ้นจากผ้าใบ สีหวานอ่อนๆ ย้อมบรรยากาศภายในใจให้หลงรักเมืองเล็กๆที่เขาอาศัยอยู่นี้ สีน้ำมันปรากฏเป็น บ้านเรือน ตึก ร้านค้า ดอกไม้ บันทึกด้วยสีอย่างจิตรกรอิมเพรสชั่นนิสม์วาดขึ้นมา..

 

และทั้งหมดสัมผัสและรู้สึกได้นอกเหนือทั้งความประทับใจ แม้ฉากเมืองที่ยืนอยู่ ไม่มีลายเซ็นใดๆของศิลปิน แต่ทุกส่วนของภาพที่วาด สีที่สะบัดขึ้นบรรเลงลงเฟรมผ้าใบนี้จะไม่สวยงามถ้าเราไม่พิศมอง เพราะเร่งรีบกับชีวิตประจำวันมากเกินไป ความไม่มีก็สวยงาม ความเงียบก็ไพเราะได้ เพราะเราเข้าใจในการอยู่อาศัยและเลือกที่จะมอง แล้วเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

Shoot the moon- Norah Jones


Painting : Cafe Terrace,Arles at Night by Ven Gogh
..
Motigo Webstats - Free web site statistics Personal homepage website counter

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แล้วจะมาอ่านอีกคับบบ

#1 By wazzzup on 2006-07-20 07:59

ความสงบนั้นสวยงานยิ่งกว่าการเคลื่อนไหวเนอะ~

#2 By fern on 2006-07-20 08:11

ปกติไม่เคยอ่านอะไรแนวๆนี้เลย พอได้อ่านแล้วรู้สึกว่าแปลกดีอ่านจบหลับตาเห็นภาพยังกะอยู่ในเหตุการณ์เลย ชอบตรงที่บอก่า "บางทีการโยนอดีตทิ้งไปอาจดีกว่าเก็บไว้ให้ทุกข์เศร้า" แต่ดันความทุกข์ที่ว่ามันอยู่ใกล้กับความสุขทำให้นึกถึงแล้วมันออกมาด้วยกันแงะมันไม่ออกโยนทิ้งไม่ได้ซักที

#3 By โน้ต on 2006-07-20 08:12

ถ้าภาพมีชีวิตคงจะดีมากนะคะ เมืองน่าอยู่สุดๆๆ
ฉันเพิ่งได้ซีดีของเดอะ วิลลี่
วงดนตรีคันทรี่ที่นอร่า โจนส์เคยทำงานในยุคแรกๆด้วยมาค่ะ
เพลงได้อีกอารมณ์ หากใครชอบเธอในมุมแจ๊สจะประหลาดใจ
...เหมือนร้องเล่นๆกับเพื่อนมากกว่าที่จะบรรจงละเลียดเสียง
แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบนั้น เป็นแบบของอารมณ์ในตอนนั้น

ที่ที่ฉันอยู่มีถนนสายแคบเล็กที่มีร้านของกินที่อร่อยมากๆ
ตึกรามยังเป็นแบบเก่าๆ หากได้มีโอกาสเข้าไปดูข้างใน
เราจะเห็นบ้านห้องแถวชนิดที่มีสวนอยู่ตรงกลางบ้าน
บนถนนสายนั้น
มีร้านก๋วยเตี๊ยวที่ฉันแวะกินมาตั้งแต่สมัยใส่ชุดมัธยมต้นผูกคอซอง
จนบัดนี้ ก็ยังอยู่ที่เดิม มุมเดิมๆตรงใต้โรงงิ้วและยังคงไม่สะอาดขึ้น
เหมือนพิธีกรรมอะไรสักอย่างที่เมื่อวันหยุดยาวๆมาเยือน
และเพื่อนสมัยมัธยมกลับมาเยี่ยมบ้านจากเมืองใหญ่
เราจะไปนั่งกินก๋วยเตี๊ยวที่ร้านเดิมด้วยกัน
เพื่อที่จะไปไหว้เจ้าแบบจีนต่อที่ศาลเจ้าในบริเวณเดียวกัน
เสี่ยงเซียมซีแล้วเอามาตีความกัน

บางทีฉันเคยแอบคิดว่า
เมืองที่ฉันอยู่ นาฬิกาจะเดินช้ากว่าที่อื่นๆ
ขอบคุณนะที่ทำให้เห็นภาพของเมืองเล็กๆ ที่อาศัยอยู่อย่างชัดเจน

ภาษาเขียนของคุณงดงามมากกว่าเมืองเล็กๆ เมืองนี้เสียอีก

#6 By Backpacker on 2006-07-20 09:54

อืม
ถาพเมืองสวยดีจังคับ
ความสงบเงียบคือสิ่งสวยงามจิงๆ^^
เมืองก็เหมือนผู้หญิง...

#8 By rafilmstruck on 2006-07-20 10:55

ชอบเมืองเล็ก ๆ อยากไปอยู่มาก เก็บเงินอยู่
อิ่มใจ อิ่มตา แถมเพลงเพราะอีก ขอบคุณค่ะ

#10 By nanak on 2006-07-20 21:41

เพลงนี้ทำให้นึกถึงบรรยากาศร้านอาหารเล็กๆ ไม่ไกลจากที่ทำงานนัก
ร้านคนไทย ที่ทำอาหารอิตาเลี่ยน .. อร่อยนักเชียว เขาชอบเปิดเพลง
แนวๆ นี้ ฟังแล้วอารมณ์สุนทรีย์ ทำให้ทานอาหารเยอะโดยไม่รู้ตัว ..
กี่ครั้งที่ได้ไปทาน จะบอกเพื่อนทุกที ว่าอยากมีร้านอาหารเล็กๆ น่ารัก
แบบนี้ แต่ไม่มีความสามารถในการทำอาหารที่ดีนัก .. หรือจะเป็น
ร้านกาแฟ ที่มีมุมอ่านหนังสือ เปิดเพลงคลอเบาๆ คงมีความสุขดี . .
ไม่ถึงกับเป็นเมืองเล็กๆ แต่มันคงพอเป็นมุมเล็กๆ ที่อิ่มสุข สบายใจ
ท่ามกลางเมืองใหญ่ๆ นี้ได้บ้าง
...
" ในการใช้ชีวิตคนเราต้องการกำลังใจ และ การทำงานก็ย่อมต้องมีแรง
บันดาลใจ " .. ส่วนตัวเห็นด้วย 100% เต็มเลยค่ะ

...
แปลกรึป่าวไม่รู้สิค่ะ ..
ทำไม.. เราไม่ค่อยเห็นภาพสีน้ำมันเป็นภาพที่ซอฟท์ สบายตาสักทีนะคะ

#11 By moodee on 2006-07-21 00:35

ได้พักวันอาทิตย์แค่วันเดียวเองค่ะ...วันเสาร์คือพรุ่งนี้ก็ยังต้องวิ่งรอกทำงานอยู่... เศร้าเชียวค่ะ


เข้ามาอ่านงานของคุณทีไร ทำให้รู้สึกว่า...
เหมือนตัวเองกำลังอ่านงานของกระบี่ไม้ไผ่ทุกที


#13 By Minigal (58.9.190.134) on 2006-07-22 12:19

คุณ Minigal
เสาร์แสนสุขนะครับ
กับเพลงในเอนทรีของคุณวันนี้

กระบี่ไม้ไผ่เลยหรอครับ
เค้าเป็นนักเขียนในดวงใจคนหนึ่ง
ที่เราชื่นชมฝีมือเค้านะครับ
ปลื้มใจแทนเค้านะครับ
ที่งานเขียนมีแรงหนุนส่งต่อกัน
และจะเติบโตไม่หยุดนิ่ง


#14 By อากาศกวี on 2006-07-22 16:28

หลับตาและจินตนการถึงสิ่งที่คุณบรรยาย...

กลิ่นกาแฟและไอชื้นของอิฐลอยมาจากไหนกันนะ

#15 By scytonema on 2006-07-22 18:54

โดนใจจังๆๆ ค่ะ
"บางทีการโยนอดีตทิ้งไปอาจดีกว่าเก็บไว้ให้ทุกข์เศร้า"
ทำมาแล้วและมันให้ผลดีจริงๆกับการทิ้งอดีตไปเสีย ชีวิตจากนั้นมีความสุขขึ้นค่ะ

ขอบคุณบทความดีดีค่ะ

#16 By P.Pu on 2006-07-22 22:31

อ่านบทความของคุณแล้วเหมือนได้สัมผัสกับบรรยากาศเมืองอันแสนสงบสวยงามนี่จริงๆเลย
เราชอบความสงบ แต่บางทีมันก็ทำให้เราฟุ้งซ่านเอาเหมือนกัน
ปล. ชอบเพลงของNorah Jonesมากๆเลยล่ะ

#17 By .-+^melody^+-. on 2006-07-23 19:34

เชียงใหม่ ณ บางมุม ก็มีบรรยากาศคล้ายๆกับที่คุณเล่ามาเหมือนกันค่ะ...เงียบ สงบ ไม่ค่อยวุ่นวาย..
เชียงใหม่หรอ
คุณเบียร์
จะไปอีกไม่ช้านี้หรอก
ชอบซอยวัดอุโมงค์ครับ
ชีวิตแถวนั้นมันมีชีวิตชีวาดี

#19 By อากาศกวี on 2006-07-23 21:59

เมืองเล็กๆ ความสุขแบบโตๆ
ซอยวัดอุโมงค์
ว่ากันว่าหากเขวี้ยงก้อนหินมั่วๆเข้าไปในซอยนี้ จะต้องโดนหัวเด็กวิจิตรศิลป์ ซักคนแน่ๆ
เคยอยู่เหมือนกันค่ะซอยนี้
บ้านน่ารักเต็มไปหมด
บ้านที่มีต้นไม้เยอะ ๆและ เลี้ยงหมาตัวใหญ่
ถ้าไปอย่าลืมไปแวะร้าน พาย สบาย
อยู่ติดกับวัดอุโมงค์เลย
ขนมอร่อย เจ้าของร้านใจดีค่ะ
ถ้าโกหกว่าเป็นนักศึกษามช.คุณป้าลดให้ 10-15% ค่ะ ^_^ ~

#20 By walk my own way ^^ on 2006-07-23 23:19

แวนโก๊ะ ศิลปินในดวงใจกระผมเลยทีเดียว
นอร่า โจนส์ กระผมตกหลุมรักเสียงเธอ
มุราคามิ ทำให้กระผมจมดิ่งเข้าสู่อดีต
อ่านบทความทำให้กระผมนึกถึงตอนเดินทางไปฮันนีมูน
ชอบเมืองไหนก็อ้อยอิ่ง อยู่ต่อไม่อยากกลับ
งานแสดงภาพถ่ายลงสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬา
แล้วเดินมาตรงมาบุญครอง
มีถึงสิ้นเดือนนี้ขอรับ

#21 By alienboon on 2006-07-24 00:30

คุณ wmow.
เคยอยู่แถวนั้นหรอ
ดีจัง ชีวิตรื่นรมย์ดีนะครับ
อยากอยู่เหมือนกันที่นั้น
แล้วร้านที่ว่า
อะไรอร่อยล่ะ

คุณ alienboon
ขอบคุณครับที่ตอบรายละเอียด
ศิลปินที่จัดแสดง
เคยดูมาบ้างเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
เขาจัดจ้านดีนะครับ
งานมีสีสันทุกคนในกลุ่มอุกาบาท
แล้วจะแวะไปดู

#22 By อากาศกวี on 2006-07-24 07:27

อ๊ะ พายแอปเปิ้ล
คีชผักขม
แล้วก็ สกอร์น หรือ ว่าสโคน

ยัมมี่ๆ

เสียแต่กาแฟที่นี่รสชาติ -_-"
สั่งชาแทนละกัน


เจ้าของเป็นป้าชาวอังกฤษ (รึเปล่า)
แต่เดะๆในร้าน ชาวเขาล้วนๆจ้า

#23 By walk my own way ^^ on 2006-07-24 11:07

การอยู่ในที่ไกลๆซึ่งเงียบสงบ หลีกหนีผู้คนเป็นความสำราญที่น่าหลงใหลอย่างหนึ่ง.

#24 By รานละเอียดที่หายไป (58.9.121.170) on 2007-05-12 09:27

ภาสวยมาก เพลงเพาะ

#25 By bor (125.24.69.122) on 2007-06-05 00:02

Arles ... ชอบจัง เมืองแห่งแรงบันดาลใจของศิลปินอิมเพรสชั่นนิสม์หลายคน กำลังอ่านเกี่ยวกับ Provence อยู่ และถ้าโชคดี ก็คงได้แวะไปประมาณปลายปีนี้แหละครับ

แต่จริงๆแล้ว เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าที่ไหนก็เป็นเมืองเล็กในดวงใจเราได้หากว่า

"ความไม่มีก็สวยงาม ความเงียบก็ไพเราะได้ เพราะเราเข้าใจในการอยู่อาศัยและเลือกที่จะมอง"

ขอบคุณสำหรับข้อเขียนที่งดงามครับ open-mounthed smile

#26 By แรงใจไฟฝัน on 2008-05-09 20:55