บรรยากาศที่เราเป็น
posted on 30 Sep 2006 21:02 by lonelysyndrome in Dust-words..

..
..
ใครสักคนที่คุณอาจเรียกเขาเข้ามาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ใครสักคนยามที่ตัวตนหายไปเราจะเรียกเขาเข้ามาเพื่อเติมเต็มความเหย่อหยิ่งที่เราเคยมีอยู่กลับคืนมา ใครสักคนในเวลาที่สนทนากันได้แต่นั่งรับฟัง หัวเราะ และเต็มไปด้วยอารมณ์ขันกับชีวิตอย่างไม่ยี่หระกับวันพรุ่งนี้
ใครสักคนที่ว่าคือกัลยาณมิตร คือเพื่อน คือคนที่คอยถ่วงดุลเราไม่ให้เอียงกระเท่เร่ คนรอบข้างมีมากมาย เราจะพบหรือเลือกให้เขาเป็นใครสักคนในสัดส่วนชีวิตที่ว่านั้นได้อย่างไร เราเลือกที่จะหยิบยื่นมิตรภาพเพื่อแลกกับอะไรๆได้สักเท่าไร ใครสักคนจู่ๆก็เดินพลัดหลงเข้ามา เคาะประตูร้องเรียกเราออกไป ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ คอยพร่ำสอนสะท้อน กระเทือนเหมือนผืนน้ำที่ทั้งเย็นและใส แต่ก็หนาวได้ในเวลาที่เราถูกน้ำสาดให้ตื่น
เคยอ่านเรื่องเฒ่าผจญทะเลไหม? เฮมิงเวย์ เขียนออกมาได้ราวกับบทกวีมีชีวิต อารมณ์ใครสักคนที่ว่าเหมือนได้อ่านหนังสือเล่มนั้น
คุณลุงสมิทเป็นคนหนึ่งในกัลยาณมิตรที่ว่า วันว่างจึงคอยเติมด้วยมิตรภาพเสมอ เหมือนเช้าวันหยุดอย่างวันนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าการได้นั่งคุยกัน และบทสนทนาก็เริ่มขึ้นที่ร้านกาแฟ
ช่วงนี้ข้าพเจ้าทำงานกับบริษัทใหม่มาได้ครบปีแล้ว ในเรื่องงานอะไรๆก็ลงตัวหมดแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งของชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อยก็ดูได้จากสิ่งที่รัก ที่เปลี่ยนไปคือสิ่งเหล่านั้นอยู่ห่างมือขึ้นเลยๆ หลายครั้งที่คิดจะจับกระดาษ จับสี เพื่อวาดรูปอีกครั้ง มีเพื่อนบางคนชอบรูปที่ข้าพเจ้าวาดมักถามอยู่เสมอว่ายังเขียนรูปอยู่หรือเปล่า
ดิน แป้นหมุน เตาเผา ฝุ่นจับจนไม่กล้ามอง ทุกอย่างหยุดนิ่งจนรู้สึกว่าระยะทางของเราก้าวถอยออกมาจากสิ่งต่างๆเหล่านี้ไกลขึ้น และไกลขึ้นทุกวันและรออะไรอยู่ก็ไม่รู้ที่จะกลับไปหยิบจับ
ข้าพเจ้าชอบคุยกับลุงสมิท แกมักเติมใจที่เหี่ยวๆเฉาๆให้รู้สึกสดชื่น ไอ้ความสดชื่นที่ว่าไม่ได้มาจากคำพูดใดๆของแกที่พยายามหว่านล้อมใจให้รู้สึกดีขึ้น แต่เป็นเรื่องเล่าบางอย่างที่แกคิดกับมันมาก่อนหน้านี้ พอได้ข้อสรุปก็มักนำมาเล่าให้ฟังเสมอๆ เรื่องดวงดาวบ้าง เรื่องนกบ้าง หรือเรื่องหมาที่บ้าน เรื่องต่างๆเหล่านี้ แทรกมุมมองเชื่อมไปในปมปัญหาของเราเสมอๆ แม้ไม่โดยตรงแต่ก็ทำให้รู้สึกว่าให้เราได้รู้ว่าหนทางมันมีหลายอย่าง
เหมือนครั้งหนึ่ง ถ้วยที่ปั้นบนแป้นหมุนเสียรูปทรง ทั้งๆที่มันเริ่มต้นได้สวยและใกล้เสร็จแต่พอมันบิดเบี้ยว เขากลับว่า เออ! เอาแบบนี้แหละ และแกก็เอาจริงๆ ติดหูเบี้ยวๆเข้าไปอีก เผาเสร็จ มันก็เป็นถ้วยกาแฟที่น่าใช้ใบหนึ่งและก็แปลกใครๆก็อยากได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่น ก็อาจทิ้งไปตั้งแต่ดินยังไม่แห้งเสียด้วยซ้ำ แกสรุปและสอนว่าแล้วทำไมต้องทำอย่างคนอื่นด้วยล่ะ งานบิดๆเบี้ยวๆนี่มันก็เป็นอย่างที่เราทำไม่ได้ไปเลียนแบบใคร และไม่ต้องสนว่าใครจะชอบหรือเปล่า เราทำอะไรให้คนถูกใจไปหมดไม่ได้หรอก
ความเป็นตัวเองของลุง คนในเมืองเมืองเล็กๆที่เราอยู่จึงรู้จักและมักคุ้นกับวิธีการแบบของลุง ครั้งหนึ่งเราตระเวนกินกาแฟกันในแถบที่อยู่ไปหมดทุกร้าน กาแฟสด บางร้านอาจเงียบสงบ ซึ่งขัดกับบุคลิกของลุง บางร้านหากยังไม่สนิทอาจรู้สึกผิดหูผิดตาถึงขั้นไม่ชอบหน้าเอาได้ และหลายร้านก็คุ้นและเคยมากขึ้นจนรู้ว่าการช่างซัก ช่างคุย ช่างถามนี่มันเป็นงานอดิเรกที่ลุงแกชอบเป็นอย่างยิ่ง
เคยบอกว่า เราเสียงดัง หรือถามเรื่องของที่ร้านมากไปไหม เราไปรบกวนเขาหรือเปล่า ซึ่งบางร้านก็อาจไม่คุ้นกับลูกค้าแบบนี้ แต่แกก็ไม่สนใจ เพราะความที่ไม่คิดอะไร
ถ้าเขาไม่ชอบเรา เราก็ไม่ต้องนั่งก็แค่นั้น แกว่าอย่างนั้นแล้ว ข้าพเจ้าจะทำอะไรได้ นอกจากเข้าใจ
จึงปล่อยไม่เคยขัดแกตั้งแต่บัดนั้น และไม่เคยเห็นร้านไหนไม่ยิ้มเมื่อแกทักทายตั้งแต่เดินเข้าร้าน
บางร้านแกตั้งใจไปดึกๆ เช่นร้านพิซซ่าเฮาส์ ร้านเปิดจนปิดมีลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งที่เป็นร้านเล็กๆ โต๊ะว่างเฉพาะเวลาเก็บจานของคนที่กินเสร็จและเพิ่งลุกจากโต๊ะไปเท่านั้น เชฟที่เป็นเจ้าของร้านจะมีเวลาว่างก็เกือบร้านปิด และการได้นั่งคุยกับคนที่ทำอาหารถือเป็นสิ่งที่แกชอบเป็นพิเศษ เชฟทำพิซซ่าคนนี้ไม่เคยมีเวลาว่างมานั่งคุยกับลูกค้าหรือใครๆเลย แต่สำหรับแก เขามีเวลาให้ เพราะอะไรก็เพราะเชฟคนนี้ดื่มกาแฟและทุกเช้าก็ใช้ถ้วยกาแฟของลุงนั้นเอง
วันนี้กาแฟหมดถ้วยไปแล้ว แต่บทสนทนายังชักจูงให้เราไปขับรถเล่น ชายทะเลที่หนึ่ง แกว่าแกเพิ่งพบ สงบเงียบและไม่ค่อยมีคนไปเท่าไร เราจึงตกลงไปกินลมที่นั้น
และมันก็สงบจริงๆ เป็นถนนเรียบทะเลสายเล็กสายหนึ่ง มีหมู่บ้านของคนหาปลาอาศัยอยู่ ถนนสั้นๆแต่เราก็ขับช้ายิ่งกว่าเหมือนกลัวจะสุดปลายทาง แผนที่ที่อยู่ในรถของลุงถูกกางออก เราอยู่ตรงนี้ แต่ไม่มีอยู่ในแผนที่นั้น สเกลแผนที่ขยาบเกินกว่าจะมองเห็นหมู่บ้านริมทะเลสงบๆเล็กๆแห่งนี้ ถามลุงว่าลุงอยู่ได้ไหม ถ้าจะให้มาอยู่ ถามลอยๆเหมือนไม่ต้องการคำตอบ...
โค้งเว้านี้เป็นอ่าวเล็กๆที่มีโขดหินมากเกินกว่าจะเป็นชายทะเลท่องเที่ยว หมู่บ้านริมทะเลจึงมีแต่บ้าน เรือ คนหาปลา ไม่มีร้านอาหารซีฟู๊ด ไม่มีร้านกาแฟ ไม่มีเซเว่น-อีเลฟเว่น ไม่มีมากมายในความไม่มี
อยู่ได้ถ้ามีเสบียง ในใจรู้ว่าหมายถึงบุหรี่ไมย์เซเว่นญาติสนิทของแกนั่นแหละ
ข้าพเจ้าคิดถึงเฒ่าซานติอาโกของเฮมิงเวย์อีกครั้ง ชีวิตคนเราเบื้องหลังมีเรื่องต่อสู้มากมาย วันที่ยืนอยู่นี้มีต้นทุนมาจากสิ่งที่เป็นเบื้องหลังเหล่านั้น ความพ่ายแพ้หรือชนะอาจเป็นแค่เรื่องของเกมส์ที่วัดกันขณะยังเล่นอยู่ แต่เมื่อผ่านไป หลายๆอย่างก็เลื่อนหายไปด้วย ที่หลงเหลืออยู่ก็อาจเป็นเพียงความหวังที่ยังมีอยู่ข้างหน้าซึ่งยังค้างคาและรอการสานต่อให้เสร็จสิ้น เรื่องราวบางอย่างของลุงกลับชัดเจนในแต่ละบทสนทนา เพราะความใจกว้างเปิดเผย และไม่อายที่จะบอกว่าตนแพ้อะไรมาบ้าง มิตรภาพจะโหยหาไปทำไมอีก เรื่องราวหลั่งไหลไม่รู้จักจบอยู่ตรงนี้แล้ว
ทะเล โขดหินสีดำๆ เรือประมงสีแดงฉานชัดเจนโดดออกมาจากฉากทะเลเทาๆ หมู่บ้านยังยืนอยู่ที่เดิม แต่เลือนรางลงเมื่อรถกระบะของลุงเคลื่อนที่จากถนนปลายทางสุดทะเลตรงนั้น
ข้าพเจ้าหันหน้ากลับมาที่บนถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง ทางข้างหน้านั้นไปไกลสุดที่ตรงไหนนั้นไม่อาจรู้ แต่ที่รู้ก็คือระยะทางข้างหลังนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ณ จุดที่เรายืนอยู่นี้ก็จะเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังอนาคตที่ยังเดินทางไปไม่ถึง และตรงจุดนี้เองก็พอจะรู้ได้ว่าอย่างน้อยในบรรยากาศที่เราเลือกยืนเหมือนโดดเดี่ยวแบบนี้ ก็ไม่ได้มีเราอยู่เพียงคนเดียว และถึงเราจะแพ้เราก็ไม่ได้แพ้คนเดียว
เจ็บเพื่อเข้าใจ,แอ๊ด คาราบาว
#1 By กิ๊กก๊อก on 2006-09-30 21:56