ขาดพร่องแต่ก็เต็ม

posted on 07 Oct 2006 11:43 by lonelysyndrome  in Dust-words

..

Kiss,Gustav Klimt (1862-1918)

..

ผู้ชายคนหนึ่งขาพิการ และเธอก็เดินทางมาไกลกับเขาในวันนั้น เสื้อกันหนาวตัวหนาสีแดงระกำ ที่แฟนหนุ่มสวมใส่ยิ่งทำให้ร่างที่ใหญ่อยู่แล้วกลับเหมือนแซนตาคอสตัวหนักๆ น่าวิ่งเข้าไปสวมกอด

ส่วนเธอที่มากกับเขาสวมเสื้อผ้าเบาสบาย ผ้าฝ้ายสีขาวแขนกุด เผยต้นแขนที่ดูแข็งแรง และแกร่งยิ่งในยามที่เธอเข็นรถของแฟนหนุ่มตัวโต

ยังมีเป้ที่เป็นสัมภาระให้เธอนั้นต้องแบกอีกสองสามใบ เธอจึงเลือกใช้บริการรถเข็นในสนามบินแทน

ผมยาวสีน้ำตาลกาแฟไหม้ยาวกึ่งหลังยังรวบเรียบร้อย

ขณะเธอติดต่อบุ๊คตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ในสนามบิน แฟนหนุ่มยังนั่งอยู่ข้างๆที่เธอยืน

ก่อนหน้านี้ ไม่รู้เธอเดินทางมากับเครื่องของสายการบินไหนและมาจากที่ใด แต่คิดว่าไกลและคงเป็นสัปดาห์ เดือน หรือหลายๆเดือนมาแล้ว เสื้อฝ้ายที่ดูยับๆของเธอไม่ได้ผ่านเตารีดมาอย่างน้อยก็ตั้งแต่เธอออกจากบ้าน

เธอคงดูแลเขามาตลอดทาง

ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ข้างๆเธอ สัมภาระหนักๆ ระยะทางที่มาและกำลังจะไป ไกลอีกเท่าไหร่ เธอและเขาคงเตรียมแผนการเดินทางมาล่วงหน้า คงต้องคิดมากกว่าคู่เดินทางอื่นๆเป็นแน่

ตั๋วยังไม่เรียบร้อย เธอมีเวลาดูแลเขาโดยหันมาจัดแต่งทรงผมรองทรงหยักโสก รอยแสกตรงต้นคิ้วด้านขวาดูเป็นทรงขึ้นมา นิ้วมือเธอเป็นหวีของเขาด้วย แว่นตาที่เขาสวมอยู่ก็ใสด้วยเสื้อฝ้ายนุ่มๆของเธอ

ตั๋วยังไม่เรียบร้อย

เธอคงเมื่อย เขาโอบรอบเอวเธอด้วยวงแขนที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อหนาๆตัวนั้น เธอทรุดตัวลง ค่อยๆทิ้งน้ำหนักเบาๆของเธอลงที่ตักของเขา แก้มข้างขวาเอียงแนบชิดลงบนไหล่ใกล้อกข้างซ้ายของเขา ผมที่ยาวถูกรวบมาอยู่ใต้ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาแล้ว เขากำลังเล่นผมของเธอ ลูบลงเบาๆ แก้มเธอยังแนบซบที่ไหล่ด้านซ้ายใกล้อกของเขา

เขากำลังดูแลเธอในช่วงเวลาที่หยุดนิ่งและไม่เคลื่อนไหว เขายึดครองเวลาช่วงนั้นมอบให้เธออย่างแท้จริง

ตลอดระยะทางที่ผ่านมา ชั่วโมงการเดินทางวันๆ อาจไม่จังหวะให้เธอได้พักผ่อนสั้นๆอย่างนี้ เขาคงไม่ปล่อยให้มันสูญเปล่าไปแน่ๆ เขายึดเวลาอย่างนี้ไว้ได้

เขาอยากยืดเวลาออกไปอีกด้วย เขาปลุกเธอด้วยลมหายใจ เขาถอนหายใจยาวเมื่อตั๋วเดินทางกำลังจะเสร็จ กระโปร่งสีฟ้ามีลายดอกไม้สีขาวพลิ้วบานออกเมื่อเธอยืนอีกครั้ง

เธอเก็บตั๋วใส่ลงกระเป๋าและจากเคาน์เตอร์นั้นออกมาพร้อมสัมภาระและเขาที่อยู่ในรถเข็น

เรื่องดำเนินมาถึงนี่แล้ว เป็นตอนที่กำลังจะเริ่มต้นหนังสักเรื่อง เธอกำลังจะพาเขาเดินทางไปอีกไกลเท่าไหร่และจะไปจบลงตรงไหน เรื่องราวเกิดขึ้นอีกมากมาย ระหว่างอาหารบนโต๊ะบางมื้อ ระหว่างอยู่ในร้านหนังสือ ระหว่างเดินจากโรงแรมไปขึ้นรถไฟ ยังมีเรื่องชวนติดตามต่อ

หลายๆฉากมีรายละเอียดอยู่ในจังหวะของชีวิต ความละเอียดที่ทำให้จังหวะก้าวของชีวิตดำเนินต่อไปได้ แม้ส่วนประกอบของร่างกายไม่พร้อมที่จะเดิน เขาก็มีแขนของเธอคอยประคอง และแขนเขาด้วยเช่นกันก็ประคองเธอด้วย เธอจึงนั่งลงที่ตักเขาในบางเวลา และเขาได้ยืนหรือเดินเมื่อเธอใช้แขนโอบประคอง แขนและขาไม่ใช่เรื่องยุ่งยากในชีวิตเสมอไป

เธออาจผ่านพ้นช่วงเวลาพิสูจน์ระหว่างกันมาแล้ว เหมือนรสชาติของคาปูชิโน่ที่หอมและไม่เลี่ยนลิ้น เพราะความขมที่ซ้อนภายในมีนมอุ่นๆเจือจานอยู่

เธอดูแลเขาในเวลาหนึ่ง และเมื่อเวลาหยุดนิ่งเขาก็ดูแลเธอด้วยเช่นกัน ใครๆก็ไม่ต้องคอยสงสัยว่าทำไมชายที่เดินไม่ได้จะเดินทางไกลได้เพียงนี้

เธอดูแลใช่การช่วยเหลือ เพราะการดูแลเป็นเรื่องของความพอดี เธออาจโชคดีที่เธอได้ก้าวข้ามความพิการของเขา เธอได้ใช้รายละเอียดต่างๆระหว่างกัน ที่มีโอกาสใส่ใจมากกว่าคนที่ร่างกายปกติ คล้ายกับว่ารายละเอียดถูกสะสมอยู่ตลอดทุกกริยา นำไปสู่ความรัก และความหวานของชีวิตอย่างแท้จริง

..

แม้ความพร่องของคนเราไม่มีวันเติมได้โดยสมบรูณ์ แต่มันก็ดีกว่าถ้ามันยังเติมเต็มได้ในความพร่องนั้นด้วยกันเอง

..


Stand by me,Ben E.King

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

stand by me

ความรักคือความหวานของชีวิตจริงๆ เรากำลังตกอยู่ในห้วงรักแห่งนั้น

#1 By Backpacker on 2006-10-07 13:52

เติมเต็มซึ่งกันและกัน
ใครกำลังตกหลุมรักบ้างน๊อ

#3 By nanak on 2006-10-07 14:02

ความรัก

#4 By Lolay on 2006-10-07 15:16

ชอบจัง
เคยเขียนไว้ที่หนึ่งว่า



นี่เองความรัก
ในโลกที่เราทุกคนล้วนพร่องกันทั้งนั้น
ความรักคงไม่ได้หมายความเพียงการหาใครสักคนมาเพื่อติมเราให้เต็ม
แต่อาจหมายถึงการที่มีใครสักคนยอมรับ ความพร่อง ของเรา
และเมื่อทุกคนไม่มีใครล้นพอจะเติมให้คนอื่นได้
การแบ่งปันความพร่องสิที่สำคัญ
คนพร่องสองคนที่ได้แบ่งปันความพร่องแก่กันและกันจะกลับได้เพิ่ม
ไม่ต้องเต็มแต่เท่าเทียมและสมดุลพอที่จะเดินไปพร้อมกัน



#5 By filmsick on 2006-10-07 15:28

#6 By minifat@magicmoment on 2006-10-07 16:22



คนสองคนยอมรับข้อบกพร่องของกันและกันได้ เพียงเท่านี้..ความหวานของความรักก็เกิดขึ้นได้แล้วค่ะ...

#7 By 【all about PⓤY】 on 2006-10-07 16:31

ทำให้เรากลับมาคิด


สิ่งที่เรามี


เราเติมให้เต็มได้


เท่านี้ก็พอดี เมื่อมันดีพอแล้วนี่นะ


อ้อยยิ้มให้ด้วยนะคะ

#8 By ปลายฝน (58.9.72.219) on 2006-10-07 21:51

ชอบเพลงนี้จริง เวลาแย่ๆฟังแล้วดีชะมัด

เพลงนี้ตั้งเป็นเสียงรอเรียกสายในโทรศัพท์คู่กับเพลง Moon River
เพื่อนบางคนแอบโทรมาฟังบอกว่าอย่ารับโทรศัพท์เร็ว เธออยากฟังเพลงเยอะๆ
ฉันชอบหนังเรื่องนี้ด้วย คิดถึงรีเวอร์ ฟินิกส์

อยากเขียนคอมเม้นให้งามๆ มาสองสามวันแล้ว
แต่อาการไม่ค่อยดีนัก พยายามเยียวยาตัวเองอยู่อย่างขมั่กเขม้น
อ่านการ์ตูนไปสองกอง มาเริ่มดีขึ้นเมื่ออ่าน "โมจิโปจิ"
...เป็นหนังสือที่น่ารักแล้วก็พอเหมาะพอดีไปเสียหมด
วันนี้พอไหว ยิ่งได้อ่านเรื่องที่คุณเขียนพอยิ้มออก
คิดถึงหนังสืออย่างเด็กชายหอยนางรม ขึ้นมาอีกเล่ม

สำหรับฉัน ฉันไม่กินกาแฟ
ความรักหากเป็นเครื่องดื่ม คงเหมือนชาผลไม้หอมๆ
ฝาดนิดๆ อมกลิ่นเปรี้ยวหอมในปาก
บางทีเสพติดกลิ่นมันมากกว่าการได้ดื่มชาเสียอีก

อืม ฉันไม่ได้นึกถึงความเต็มหรือพร่อง
หรือถ้าคิด มักจะชอบคิดว่าตัวเองมีไม่พอ ดีไม่พอ
แต่เมื่อตอนถึงกระบวนการนั้นแล้วฉันก็รักไปแล้ว

เวลาฟังใครเล่าอะไรดีๆเกี่ยวกับความรัก
ฉันจะมีกะใจเชื่อว่ามีจริงขึ้นมานิดนึงและยิ้มออกอีกหน่อย
ได้รู้จักคู่รักเช่นนี้ คู่นึง
เพื่อนเราคือ ฝ่ายชาย
ที่นั่งวีลแชร์เช่นกัน
เป็นเพื่อนกันที่นี่ สนิทสนมกันในระดับพูดคำหยาบ จิกกัด เต็มที่
ไม่มีอะไรแบ่งความเป็นเพื่อนของเรา
ไม่มีอะไรแบ่งเพื่อนคนนี้จากชีวิตปกติของคนอื่น
มันบอกว่า โลกนี้มีสองเรื่องที่มันทำไม่ได้
"ขึ้นบันได กับหยิบของที่สูง"
อยู่ไทยขับรถเอง
อยู่เมืองนอก ทำกับข้าว ใช้ชีวิตคนเดียวได้
ไปได้ทุกที่ ไม่เว้นสวนสนุก
นอกจากนี้ยังเป็นสุภาพบุรุษส่งเราถึงบ้านบ่อย ๆ แล้วเข็นรถตัวเองกลับบ้านต่อ
วันแยกจาก ถึงกับน้ำตาไหล
ในความเหงาของที่นี่ มันเป็นอีกคนที่คอยปลอบใจ ด้วยวิธีทุเรศ ๆ แต่ก็ดีขึ้น

กลับไปเมืองไทย พักใหญ่
เพื่อนคนนี้ พบรักกับหญิงสาวสวย น่ารักคนนึง
ใช้ชีวิตคนเดียว ไม่มีปัญหา
คิดจะมีใครอีกคน มีรัก ความมั่นใจในตัวเองถดถอย
ได้แต่ปลุก ปลอบ ผสมด่า
ในที่สุด ทั้งสองก็เป็นแฟนกันจนได้
หนทางเข้าหน้า ยังอีกยาวไกล
แต่วันนี้ ได้มีรัก ได้ก้าวข้ามความหวาดกลัวไปแล้ว

ขอเพียงก้าวข้ามความหวาดกลัว
ขอเพียงความรัก

นักสังเกตุการณ์ เก็บรายละเอียดและถ่ายทอดเรื่องความรัก
ของคนคู่ ได้เต็มอิ่มดีค่ะ ในยามที่ต่างฝ่ายต่างดูแลซึ่งกันและกัน
ชอบภาพที่แนบมาจังดูแล้ว น่ารักกว่าคู่หวาน คู่ไหนๆ ก็เป็นได้นะคะ

#11 By moodee on 2006-10-08 01:06

โหย น่ารักอ่ะ
อ่านแล้วอยากเสี่ยงอกหักอีกสักรอบ

#12 By นุ่น (124.120.237.19) on 2006-10-08 03:16

#13 By [Greentale] on 2006-10-08 08:58

ซึ้งจัง

#14 By inmymind13 on 2006-10-08 13:31

ดูรูปแล้ว เข้าใจทันที

#15 By goody on 2006-10-08 20:19

ยิ่งอ่านยิ่งหลงใหล...

#16 By เนยบิน on 2006-11-09 23:56

"...คนเรามักกลัวฝน...เพราะกลัวที่จะเปียกปอน แต่ช่างเถอะจะกลัวอะรัยกะฝน มันทำได้แค่ให้เราเปียกเท่านั้น แถมยังมีเขา...ผู้ชายที่ฉันแสนรักเปียกเป็นเพื่อนแบบนี้" แล้วเจ้าหล่อนเพื่อนคนนี้ก็ตัดสินจัย เหิรฟ้าไปตั้งรกรากที่ต่างแดนพร้อมสามีตาน้ำข้าวซะเลย.

#17 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.124.72) on 2007-05-13 19:06