-1-
ตอนกำลังเลือกตะเกียบกินก๋วยเตี๋ยวมื้อหนึ่ง บังเอิญฉุกคิดขึ้น
จำเป็นไหมต้องเลือกตะเกียบยาวเท่ากัน หลังความคิดนั้นไอร้อนรอยตัวขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยวที่รออยู่ตรงหน้า

วันเดียวกันได้รับเมล์ฉบับหนึ่งจากผู้มีประสบการณ์จากอินเดียตอบกลับมา ใช่ครับ เขาเพิ่งกลับจากการเดินทางในอินเดียสดๆร้อนๆ เส้นทางที่เขาเลือกใกล้เคียงกับเส้นทางของผมที่อยู่ในใจคือ "ราชสถาน"

แผนเดิมในใจคือ กรุงเทพฯไปลงเดลฮีและเดินทางลงไปทางตอนใต้ในราชสถานเป็นตัวยูแล้ววกกลับขึ้นมาที่เดลฮีอีกครั้งเพื่อกลับกรุงเทพฯ

แต่นักเดินทางคนนั้นเลือกเดินทางเป็นเส้นตรงไม่ต้องวกกลับขึ้นเดลฮี แต่มุ่งลงสู่มุมไบที่อยู่ทางตอนใต้ติดทะเลอาริเบียนทางฝั่งตะวันตกของอินเดียเพื่อบินกลับกรุงเทพ

ก็เป็นเส้นทางที่ดี เวลาเดินทางมีจำกัด ไม่ต้องย้อนกลับทางเก่าที่เหมือนดูหนังฉายรอบสอง ความตื่นเต้นคงไม่เท่ารอบแรก สู่ไปเห็นเมืองใหม่อีกเมืองน่าจะดีกว่า

เลยได้ข้อสรุปว่าก็ไปตามเส้นทางที่นักเดินทางคนนั้นก็แล้วกัน

แต่เมล์จากนักเดินทางผู้นั้น ตอบกลับมาแสดงความเสียใจว่าประมาณว่า
คุณอย่าไปเลยมุมไบ ไม่มีอะไรให้ดูนะที่นั่น เสียเวลาเปล่า ฟังแล้วน่าใจหายเลยต้องโทรศัพท์ไปคุย และก่อนวางยังย้ำอีกครั้งว่า เปลี่ยนเถอะ กลับทางเก่าดีแล้ว ที่ผมไปมุมไบก็ไปธุระส่วนตัวหน่ะ


บอดใบ้และมืดมัวสิครับ เปลี่ยนเส้นทางกับสายการบินแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้คงยากเพราะตั๋วออกมาแล้ว และใกล้เดินทางบวกกับช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี คงจะยาก

หลังชั่วโมงนั้นคิดอยู่ในใจนาน พลันกลับไปนึกถึงตอนเลือกตะเกียบคู่นั้น จะเป็นไรไหมถ้าไม่ต้องเท่ากัน

มุมไบไม่มีอะไรจริงหรือ
? และคิดสวนกลับทันที มันต้องมีสิน่า ไม่อะไรก็อะไรสักอย่าง ก็ยังดีกว่าดูฉากเดิมๆเหมือนขามานั่นแหละ


-2-
บางทีประสบการณ์คนอื่นก็ใช้กับเราไม่ได้ทุกครั้งไป ผมคิดว่าอย่างนั้น เพราะสถานที่กับสถานการณ์ข้างหน้าไม่มีใครคาดเดาได้

แผนเดินทางที่ผ่านมาถูกร่างคราวๆจากประสบการณ์จริงของคนอื่นบ้าง หนังสือบ้าง เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ผสมผสานเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา แต่มันก็ยังเป็นเพียงแค่แผน

ในชีวิตจริงเราก็เลือกและเราก็ตัดอะไรบางอย่างออกด้วยคำพูดคำแนะนำของคนอื่นๆอยู่ตลอดเวลา จนพบเจอกับตัวเอง บางครั้งพบว่ามันดีโดยไม่คาดคิดด้วยซ้ำเหมือนกัน

แผนชีวิตยังมีลดทอน รั้งรอเลย บางอย่างเลยล่วงไปนานหลายวันเป็นเดือน จนเป็นปี และจนลืมทำ

แผนชีวิตก็คลาดเคลื่อนไปในแต่ละวัน แต่ก็ยังพอรับได้เพราะสิ่งที่เราสูญเสียเวลาแวะตรงนั้นที่ตรงนี้ที่ เราก็ได้อะไรบางอย่างอยู่ในแต่ละครั้งไป

มีบ้างไหมแผนชีวิตใครจะเดินตรงแน่วอย่างที่คาดการณ์ไว้ อย่างที่มีใครชีแนะ อย่างที่มีคนบอกมา ว่าดีไม่ดี ควรไม่ควร มีอะไรไม่มีอะไร เมื่อถึงเวลาเรายังล่วงยังเลยเถิดไปด้วยซ้ำ


-3-
ผมกลับคิดไปถึงวันที่เดินอยู่ฮอยอัน มีคนกลุ่มหนึ่งเดินสวนทางกับเรา ฟังจับความได้ว่า
ไม่เห็นมีอะไรเลย เขากำลังบ่นถึงเมืองที่เลือกเดินทางมาคล้ายกับว่า ไม่มีอะไรน่าสนใจ เสียเวลาเปล่า

แต่ไอ้ความไม่มีอะไรสำหรับบางคน กลับมีอะไรสำหรับอีกคน ผมชอบฮอยอันในความที่ไม่มีอะไรมาแล้ว

บางคนอาจรู้สึกว่าขาด ไม่เท่า เมื่อคิดว่ามีไม่เท่าก็ย่อมเข้าใจว่าที่มีมันขาด

ผมก็ติดความคิดว่าขาดอยู่บ่อยครั้งเหมือนกัน

แม้กระทั่งจะกินก๋วยเตี๋ยวสักชาม ตะเกียบคีบเส้นก็ต้องเอาที่มันตรงๆ สองอันหัวจรดปลาย ต้องเท่ากัน แต่ที่ไหนได้ คิดดีๆแล้วเราใช้แค่ปลายตะเกียบด้านหนึ่งคีบเส้นก็เท่านั้น ปลายอีกด้านจะเท่ากันไปทำไมล่ะ ก็แค่ดูไม่เท่าเสมอกันและไม่สวยก็เท่านั้นเอง

ช่วงบางจังหวะชีวิตคนเราก็ควรจะมีมุมที่เอียงๆไปบ้าง ปล่อยปละละเลยกับชีวิตบ้างใช่ไหม เพราะรสชาติของการได้ลิ้มลองอะไรที่ขาดๆ เอียงๆ ทำให้เราได้รู้จักและสัมผัสอะไรดีขึ้นชัดเจนขึ้น

ไม่ต้องสมบูรณ์นักหรอกกับบางเรื่อง หากคิดว่าต้องเท่านั้นเท่านี้ด้วยมาตรฐานอื่นๆ เราก็จะคิดว่าไอ้ที่มีอยู่ยังขาด ยังไม่ดีพอ บางอย่างขาดๆบางก็ได้หรอก

อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาเลือกอย่างตะเกียบสักคู่ หรือกังวลกับแผนเดินทางที่ใช้แค่เที่ยวครั้งเดียว






ปล.เยี่ยมเยือนเวปของนักเดินทางผู้นั้นที่กล่าวถึงได้wutkate.com คุณวุฒิและคุณเคทมีข้อมูลดีๆเยอะ คราวที่แล้วหลวงพระบาง เวียดนาม ก็ได้ข้อมูลคุณวุฒินี่แหละครับ ที่สำคัญทุกที่มีรายละเอียดเยอะถ้าใครชอบเดินทางแบบอยากลุ้นเอาข้างหน้า ก็เก็บข้อมูลคราวๆเท่านั้นนะครับ เพราะคุณวุฒิข้อมูลเยอะมากๆ และที่ชอบคือทุกครั้งจะเดินทางไปด้วยกันกับคุณเคทเสมอ

ก็ขอบคุณคุณวุฒิมา ณ โอกาสนี้ด้วยแล้วกันครับสำหรับมุมไบ ผมก็ยังอยากไปอยู่ดี





Yellow Lemon Tree~Fools Garden

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


ดึกแล้วนะจ๊ะ
เลยยังไม่ได้อ่าน
แต่จะมาบอกว่า...

ฝันดีราตรีสวัสดิ์จ้ะ

#1 By P.Pu on 2006-12-06 00:18

เคยพาพี่จากนิวยอร์ก ไปขับรถเลียบริมทะเล
ซื้อคอร์นเฟลกไปโยนๆ ให้นกนางนวล

ขากลับ ได้ยินพี่เค้าคุยโทรศัพท์ บอกว่า ไม่เห็นจะมีอะไรเลย น่าเบื่อ

เป็นงั้นไป

ไปซานฟราน เพื่อนพยายามจะพาเข้าดาวน์ทาวน์ตลอดเวลา บอกว่ามีอะไรให้ดูเยอะ

แต่เราชอบนั่งรถนานๆ ไปตามทุ่งหญ้าบนเขา ที่มองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านหมู่บ้านเกษตรกรที่ขายพืชผักออร์แกนิกส์มากกว่า

จริงๆ ในการเดินทาง จะมีอะไรหรือไม่มีอะไร มันขึ้นอยู่กับผู้เสพมากกว่านะคะ

คงเหมือนที่คุณบอก ว่าประทับใจในความไม่มีอะไรที่ฮอยอันมาแล้ว

คิดแล้วยังอยากไปสักครั้งนะ ฮอยอันเนี่ย
ชอบแนวคิดนี้จังครับ
ผมก็เคยเจอเรื่องคล้ายๆแนวนี้มาเหมือนกัน

ผมเคยนั่งดูเด็กสองคนวิ่งแข่งกันที่หัวลำโพง
เด็กคนนึงวิ่งตรงไปที่เส้นชัยทันที
เด็กอีกคนนึงสนุกกับการวิ่งหลบผุ้คนที่อยู่ตรงหน้าไปเรื่อยๆ
สุดท้ายก็ถึงที่หมายเหมือนกัน

ความสุขของบางคนอยู่ที่ปลายทาง
แต่บางคนอยู่กับการเดินทาง
โดนเด็กสอนให้แล้วสิเรา

#3 By H-E-L-P-0-1 on 2006-12-06 02:49

คนเราความสนใจไม่เหมือนกันหรอก
เพื่อนที่เดินทางไปพร้อมกันในเส้นทางเดียวกัน
ยังเก็บยังได้อะไรต่างจากเราเลย .. ความขาด
ความเหมือนอยู่ที่แต่ละคนคิดจากสิ่งที่ได้เลือกแล้ว

ที่ที่ยังไม่เคยเยือน มันมีอะไรกับมาให้ระลึกถึงเสมอนะเราว่า
วันที่ได้ไปที่นั่น .. กลับมาเล่าแล้ว เก็บมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
...

ความคิดนี้กับการเลือกตะเกียบ .. แฮะๆ อันนี้ไม่เคยเอามา
คิดแง่นี้หรอกค่ะ .. เราน่ะถ้านั่งร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วเค้าวางตะเกียบ
ไว้ในกล่องบนโต๊ะที่มีอยู่เยอะๆ นั่น .. เราหยิบตะเกียบครั้งแรกจาก
กล่อง ครั้งละ 3 อันทุกที แล้วมันต้องมีสักอันที่มันไม่เท่ากับอีก 2 อัน
ให้หยิบออก .. มองง่ายๆ คิดง่ายๆ แบบที่เราคิดเนี่ย เพราะของที่ใช้
เป็นคู่ มันก็น่าจะเท่ากัน/เหมือนกันอย่างที่มันน่าจะเป็น เพื่อความ
สมดุลและสวยงาม แล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาหยิบ/เลือกหลายครั้ง..แค่นั้น

#4 By moodee on 2006-12-06 07:03

เป็นบทความที่ให้ข้อคิดและความรู้สึกที่ดีนะครับ บางเวลาคนเราก็ให้ความคาดหวังมานำหน้าความจริงที่จะต้องเจอ โดยไม่ทราบเลยว่าความจริงของมันมันก็เป็นอยู่เช่นนั้นตามธรรมชาติของมัน ถ้าเกินความคาดหวังก็จะมีความสุขและพอใจ แต่ถ้าไม่สมความคาดหวังก็จะบ่นแต่ว่าไม่พอใจไม่เห็นมีอะไรเลย

#5 By นายฉิม on 2006-12-06 08:20

เพลงนี้แหล่ะที่เมื่อวานหยิบมาแปล
แปลไปแปลมาได้กึ่งหนึ่งเกิดขัดใจ
ช่างกระไรคนในเพลง
คอยนิดคอยหน่อย จะไปไหนเสียแล้ว

...ว่าแล้วก็โยนดินสอ

"Isolation is not good for me" ชริ ผู้ชาย เอิ๊กๆ

อืม เหลือบางท่อนที่แปลแล้วในกระดาษ
หยิบมาฝากก็แล้วกัน

I wonder how I wonder
Why yesterday you told me
About the blue blue sky
And all that I can see is just
A yellow lemon tree
I'm turning my head up and down
I'm turning turning turning turning
Turning around
And all that I can see is just
Another lemon tree

เมื่อวันวานเธอขานว่าฟ้าสีโศก
แต่ทั้งโลกของฉันพลันกระจ่าง
ลิ้มหวานหอมดอมกลิ่นถวิลวาง
ภาพสล้างที่ร่างไว้...ไม่อาจชิม

จริงๆมีเพลงเก่าๆที่เกี่ยวกับสีเหลืองและการรอคอยอยู่อีกเพลง
เพลงประกอบหนังเก่าถึงเก่ามากชื่อ
"Tie a Yellow Ribbon Around the Old Oak Tree"
จำได้เลาๆว่าช่องเจ็ดเอามาฉายตอนเช้าช่วงปิดเทอมพอดี
เรื่องประมาณว่าคนสองคนรักกัน
แต่ผู้ชายทำผิดอะไรสักอย่างเพื่อป้องกันตัว
เขาต้องโทษติดคุก
ในขณะติดคุก ผู้หญิงก็เขียนจดหมายไปหาอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ชายก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดีว่าผู้หญิงจะเต็มใจรอวันที่ตัวเองกลับมาหรือเปล่า
ในจดหมายฉบับสุดท้ายก่อนออกจากคุก เขาเขียนไว้ว่า

"หากผู้หญิงยังคงต้องการเขา ให้ริบบิ้นสีเหลืองไว้ที่ต้นโอ๊กต้นนั้น
ต้นที่มีความรักความหลังระหว่างคนสองคน
และสามารถมองเห็นได้จากที่ไกลๆ"

...หากมองไม่เห็นจากบนรถ เขาก็จะเข้าใจ
และนั่งเลยสถานีที่เป็นเมืองของคนรักไปไม่หวนกลับ

จำได้ไม่แม่นว่าเขากลับมาโดยรถบัสหรือรถไฟ
น่าจะเป็นรถไฟ พอลับเหลี่ยมเขา เมืองทั้งเมืองก็พราวสีเหลือง
นางเอกในเรื่องกลัวว่าถ้าผูกไว้ที่ต้นไม้ต้นนั้นต้นเดียว
รถอาจจะวิ่งเร็วไปและเขาอาจจะไม่ทันเห็น
ใครๆในเมืองต่างก็ช่วยกันผูกริบบิ้นสีเหลือง
...เพื่อรอคอยการกลับมาของชายคนนั้น

นั่นแหล่ะ เรื่องรักและสีเหลืองในมุมมองที่ชอบจำของผู้หญิง

นอกเรื่องไปไกลลิบเนื่องจากอัดอั้นตันใจกับเนื้อเพลงอยู่ตั้งแต่เมื่อวาน

ดีจริง ราชสถาน เมืองสีฟ้า
ฉันอยากไป ชัยปุระ เมืองสีชมพู
...มีแต่ความอยากไป ยังไม่มีแผน

เที่ยวให้สนุก หยูกยาหาไปให้พร้อม
จำได้ว่าเพื่อนเคยส่งรูปร้านยาในอินเดียมาให้ดู
เห็นแล้วอยากเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูและยึดกิจการมากๆ
เป็นเราก็เลือกแบบคุณแหละ
มาช่วยยืนยันความคิด

มุมไบ น่าจะมีอะไร
อย่างน้อย ก็ทะเลอาราเบียน
แค่คิดจินตนาการก็พรั่งพรู
ฝากดูให้เห็นอะไร ด้วยละกัน

#8 By left-hand-write (220.32.110.84) on 2006-12-06 11:36

ความไม่สมบูรณ์ รอให้เราเติม

#9 By Lolay on 2006-12-06 12:45

ขาดไม่ขาด มันอยู่ที่ใจตั้งความคาดหวัง
บางสิ่ง ขาดๆ เกินๆ ก็ยังสวยงาม
อย่างตะเกียบคู่ที่ยาวไม่เท่ากันนั่นไง

#10 By namwarn on 2006-12-06 15:13

ผมชอบความไม่มีอะไรนะ อาจจะเพราะผมชอบในสิ่งที่คนทั่วไปเขามักไม่ชอบกัน ผมเลยมองว่าถ้าเขาเหล่านั้นบอกว่าไม่มี มันต้องมีสำหรับผม แต่ถ้าเขาบอกว่ามี มันคงไม่มีสำหรับผม
ก่อนหน้าเดินทางไปต่างประเทศผมมักจะซื้อ lonely planet มาอ่านก่อนไปเสมอ ด้วยเหตุผลว่ากลัวจะหลงและไม่ได้ทำการบ้านมาดีพอ แต่ตอนนี้ผมคงไม่แล้ว ผมคงเลือกแค่จุดหมายแล้วก็ไปให้มันรู้เอาเองว่าได้ไปเจออะไรที่เราไม่รู้มาก่อน
ผมถือได้ว่าเป็นนักขาดตัวยงเลยแบบนั้น




เพลงนี้ผมชอบมากๆครับแต่มันเกือบโดนกลืนไปในความทรงจำแล้วจนวันนี้

#12 By a tell of wind on 2006-12-06 21:49

น่ารักดีครับ

#13 By เนยบิน on 2006-12-06 23:41

... ผมวานผมคุยกับใครคนนึง ถึงการเดินทางช่วงปลายปีของผม หลวงพระบางคือจุดหมายปลายทางสุดท้ายของปีนี้ เธอบอกให้ผมรีบจองห้องพัก เพราะอาจจะเต็มเมื่อถึงวันที่ผมไป ผมคิดตามและรีบโทรหาเพื่อนร่วมทิป */* " ไม่ต้องจองหรอก ไม่เป็นไร เราคุยกันแล้วนิว่าจะไปแบบ เรือยๆ ไหลๆ ไม่ต้องฟิคว่า ที่นี้กี่วัน ที่นี้กี่วัน เพราะเราต้องผ่าน วังเวียง เวียงจันท์ก่อนที่จะถึงหลวงพระบางนะ */* นั้นซิ?

#14 By วาซาบิ on 2006-12-07 13:57

อือ จะเป็นไรไป เรายังเคยใช้ตะเกียบกลับหัวกลับหางเลย
อยากดีก็แค่โดนคนอื่นหัวเราะ
แต่มันก็ใชีคีบเส้นลงท้องได้อยู่ดี ...
เนอะ

#15 By walk my own way ^^ on 2006-12-07 19:08

อืมๆๆๆ
"ปรัชญาตะเกียบส่องทาง" cool!มากๆเลย (มุมไบนี้เจอลม ฟ้า อากาศ กลั่นแกล้งยกเลิกไป 2 รอบแล้ว.)
" จะดิ้นรนให้ถึงปลายทางไปใย
ในเมื่อการเดินทางต่างหากที่ก่อให้เกิดความทรงจำ "

#16 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.128.28) on 2007-05-15 14:14