ปีกสีขาวของนางนวล

posted on 10 Dec 2006 13:06 by lonelysyndrome  in Dust-words


นางนวลริมหาดบนเกาะสีชัง, มีค. 2549



-1-
วันนั้น
ท้องฟ้ากว้างๆปราศจากก้อนเมฆ
นกนางนวลตัวหนึ่ง
ปีกบางสีขาวนวล
โฉบปีกถลาบินวนอยู่ริมหาดบนเกาะสีชัง
วันนั้นผมเฝ้ามองปีกบางๆคู่นั้นอยู่นาน
ในขณะที่เบื้องล่าง คลื่นราบเรียบ

ผมเฝ้ามองอยู่เป็นเวลานาน
เรือประมงสีน้ำเงินกาบเรือสีแดง
ลำไม่ใหญ่ผูกเชือกโยงยึดกับชายฝั่ง
ชายผู้ใช้ชีวิตในเรือลำนั้นกำลังเก็บของอยู่บนเรือ
เงาของเรือฉาบผิวบางๆอยู่บนน้ำทะเลสีฟ้า

นางนวลตัวนั้นหายไปแล้ว
กล้องที่ติดตัวไปด้วยในวันนั้นของผม
จับภาพเอาไว้ได้เพียงภาพเดียว
ภาพบรรยากาศในวันนั้น
เหมือนเพิ่งผ่านมา
ผมจดจำอะไรๆที่ผมเห็นในวันนั้นได้เป็นอย่างดี

กับเกาะสีชังในวันนั้น
เท่าที่นึกได้ ผมไปด้วยความไม่สบายใจอะไรบางอย่าง
เป็นอย่างนี้เสมอ เมื่อหาอะไรจับยึดไม่ได้
มักให้เวลาและสภาพแวดล้อมเยี่ยวยา
และมันก็ค่อนข้างได้ผล

จากเกาะสีชัง
ผมกลับขึ้นฝั่งพร้อมภาพนกนางนวลที่กำลังบินหนึ่งภาพ
นอกนั้นมันอยู่ในความทรงจำ

อีกสิ่งหนึ่งที่ได้มาคือความสบายใจ

-2-
แต่วันนี้...
ผมกำลังคิดถึงนางนวลตัวนั้นอีกครั้ง

สองสามคืนที่ผ่านมา
จมปรักกับหลุมพรางที่อยู่ข้างๆตัว
เคยเห็นมา เคยรู้มา แต่ยังไม่เคยตกลงไป
หลังนั่งอยู่ใต้ก้นของหลุมพราง
ผมกลับแน่นิ่ง และกลบดินถมตัวเองซ้ำลงอีก
ใครบางคนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างบน
คงไม่รู้หรอกว่า มันยากที่จะป่ายปีขึ้นได้ทันที
ป่ายปีนไม่ไหวด้วยซ้ำ
นั่งเฝ้ารอผู้คนรอบข้างอยู่สักพัก
แต่กลับเหมือนถูกกดลงให้แน่นิ่งใต้หลุมนั้น

หลังนั่งลงตรึกตรองอยู่พักหนึ่ง
เริ่มที่จะปัดฝุ่นที่ติดตัว ชำระล้างบาดแผลที่แทบมองไม่เห็น
แหงนหน้ามองเบื้องบน
ผืนฟ้าที่ปรากฏอยู่ ยังคงสว่างและน่ามอง

วันนี้หลังจากลุกออกมายืนมองฟ้ากว้างๆ
กับริ้วรอยบาดแผลยังปรากฏเล็กๆเพียงข้างใน
เริ่มที่จะคิดเดินไปข้างหน้าด้วยตัวเองอีกครั้ง

และคิดถึงเจ้านางนวลตัวนั้นอีกครั้ง




ความฝัน, แอ็ด คาราบาว



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างอะไรซักเท่าไหร่ เหมือนกับว่าถูกอะไรทับลงมาบนหัวมากมายก็ไม่รู้
อยากเรียนจบภายใน 4 ปี ก็ทำไม่ได้ ต้องต่อเวลาไปอีก
ภาระอันหนักหน่วงตกหนักมาที่ตารางเรียนของเทอมนี้อ่ะ...
จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะจ๊ะ

#1 By hibari_envi on 2006-12-10 13:53

บางทีชีวิตและจิตใจสุดท้ายแล้ว เป็นเรื่องที่เราต้องเยียวยาด้วยตัวเองจริงๆ
อืม เคยสัมผัสอารมณ์แนวนั้นมาบ้างกระมัง

ขณะไต่ขึ้นมาจากก้นหลุมนั้น เราต้องอาศัยสองมือของตัวเองล้วนๆ
ขึ้นมาได้แล้ว เราจะมีช่วงเวลาที่หวาดระแวงอยู่ครู่ใหญ่ๆ
อีกพักใหญ่ๆเชียวหล่ะ ที่กว่าครรลองสายตาจะชินกับแสง
ในตอนนั้นเองที่ใครๆจะพอแตะต้องเราได้บ้าง
โดยที่เราไม่ต้องหลับตากลัว
เพราะไม่แน่ใจว่ามือที่เอื้อมมานั้น
...จะเอื้อมกอดหรือจะเอื้อมมาตี

ยินดีต้อนรับกลัวสู่พื้นโลก
ผมอยู่บ้านนอกเห็นนกกระจอกบินไปบนท้องฟ้าความรู้สึกไม่ต่างกัน

#3 By นายฉิม on 2006-12-10 14:35

จ่ะ

#5 By walk my own way ^^ on 2006-12-10 17:01

นกคงเหมือนเราต้องก้าวต่อไป บินต่อไปในโลกกว้าง
เพื่อจะได้พบได้เห็นอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่ได้พบบนโลกใบนี้
บาดแผลที่ลึกๆบางทีมีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่จะรักษามันได้
แม้เมื่อหายแล้วจะยังคงมีรอยให้ระลึกถึงสิ่งที่ทำให้เกิดรอยนั้น
แต่มันจะเป็นรอยที่สร้างกำลังใจให้ต่อสู้ต่อไป ว่าไหมคะ?

#6 By P.Pu on 2006-12-10 17:38


สุดท้ายไม่ว่าอย่างไร นกก็ต้องบิน บินไปจนกว่ามันจะตาย

#7 By nomorebrain on 2006-12-10 21:38

หลุมพรางที่ตกแล้วรู้สึกเจ็บที่สุด
ก็คงจะเป็นหลุมพรางที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง
อาจจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม...

#8 By Jao Phra Athit (58.9.183.106) on 2006-12-10 21:56

อยู่ดีๆบางครั้ง ภาพความหลังมันก็ผุดขึ้นมาเนอะ

#9 By goody on 2006-12-10 22:19

ท้องฟ้ามันกว้างนะ
นกนางนวลตัวเล็กนิดเดียว ยังต้องบินในฟ้ากว้างๆ
โลกนี้ก็กว้าง .. คนเราก็ตัวเล็กนิดเดียว ขนาดหัวใจเล็กๆ
ถ้ามันเข้มแข็งพอ มันก็จะกว้างใหญ่มีพลังมากพอที่จะทำ
อะไรก็ได้เท่าที่อยากจะทำ ...
ชอบเพลงอยู่เพลงนึงค่ะ (เผื่อเธอจะรู้สึก) มีท่อนที่ขึ้นต้นว่า ..
" เคยมองฟ้าเวลาทุกข์ไหม .. รู้ได้เลยว่าทุกข์ยิ่งเล็กลง "

#10 By moodee on 2006-12-10 23:05

พักได้ แต่คงหยุดไม่ได้

#11 By o_O!! on 2006-12-11 10:38

เราก็เหมือนกัน
แต่ตอนนี้รู้สึกสบายดีมาก ๆ

เมื่อตกหลุมพรางของตัวเอง
ถ้าไม่ปืนขึ้นมาเอง
ก็คงต้องเอาดินกลบตัวเองเช่นกัน

เมื่อทุกวันยังต้องลืมตา
เมื่อที่ผ่านมา ทำไปด้วยใจ
ไม่มีอะไรต้องเสียดาย เสียใจ อีก

ตอนนี้กำลังฮัมเพลง
see scape ของวง scrubb
"ออกไปมองฟ้าและน้ำที่กว้างใหญ่
ให้ได้กลิ่นดินที่ลมนั้นพัดเข้ามา
จากสุดปลายฟ้า
โลกอันกว้างใหญ่
เลือกทางที่ไป ของเธอ..."

ตอบจากคอมเมนต์ของคุณนะคะ....
เราไม่ได้รู้จักคนที่เอางานของคุณไปโพสเลย
ก็แค่บังเอิญเข้าไปอ่านเจอ แล้วคอมเมนต์ไปตามความรู้สึกเท่านั้นเอง...
เราขอโทษ...หากเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเสียใจ อาจเป็นเพราะว่าเราไม่ได้เคยเห็นงานเขียนนั้นใน blog ของคุณมาก่อนหน้านี้ หากคุณเสียใจกับสิ่งนั้น เราก็คงเสียใจเหมือนกัน..............
เราชอบตัวหนังสือของคุณนะ และตามอ่านเรื่อยๆค่ะ

#13 By นาฬิกาทราย on 2006-12-12 01:43

ยินดีด้วยค่ะ

พื้นดิน ยังคงผืนเดิมที่ได้เคยเดิน

ขอให้มั่นใจ อย่าว่าแต่นกนางนวลตัวนั้นเลย
อะไรที่เคยเดินข้ามมา ก็จะพบมันได้นะ

กล้าที่จะเดิน เท่านี้ ก็ชนะใจตัวเองมาครึ่งหนึ่งแล้ว


#14 By แสงแดด on 2006-12-12 01:47

เอาดินกลบใส่ตัวเองจนมิดกว่าที่คิด
จมอยู่ในความมืดนานกว่าที่คาด
ฝุ่นผงมันซึมเข้าเนื้อจนฝังอยู่แทบทุกขุมขน
แต่ก็ต้องพยายามปีนขึ้นมาละครับ
ก็ยังไม่ตายซะหน่อยนี่นา

#15 By [Greentale] on 2006-12-12 10:56

ขอบคุณนะคะ
แวะมาขอบคุณตรงนี้อีกที
เพลงนี้เลยที่ตามหา

ละลายไปกับมันแล้ว

#16 By ตินกานต์ on 2006-12-12 11:24

" Some people may be lucky to be help by others but the luckiest one is the one who can stand on his own and helping others as well. "

#17 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.128.28) on 2007-05-15 14:49