-1-

เหมือนหลุดไปจากโลกปัจจุบันทันทีที่ก้าวข้ามเขตประตูตึกของสนามบินอินทิรา คานธี เสียงแตรรถประสานสนั่น ฝูงชนแน่นขนัดโบกไม้โบกมือ ส่งภาษาไม่ได้ศัพท์

ชายฉกรรจ์ติดหนวดสองสามคนประชิดตัว แสดงเจตนารมณ์ทันที ภาษาอังกฤษภารตะสดับได้ความว่า ต้องการแท็กซี่ไหม


เด็กหนุ่มบนริกชอร์ กรุงเดลลี,อินเดีย


ถึงแล้วเดลลี อยากกระโดดจากสนามบินไปห้องพักสักที่ ทิ้งสัมภาระ หย่อนตัวลงบนเตียงให้หายหนาว เมื่อครู่ฟังเลาๆจากแอร์อินเดียได้ความว่า อุณหภูมิสิบหกองศา แค่ยี่สิบต้นๆก็แย่แล้วสำหรับคนขี้หนาวอย่างผม

แต่หัวใจตอนนี้เริ่มหนาวกว่าอากาศภายนอกเสียแล้ว ทั้งเต้นแรงและหนาวสั่น โลกแปลกหน้าอยู่ตรงหน้า บัดนี้ไม่มีคนคุ้นเคย ข้างซ้ายขวา หน้าและหลังคือใครที่ไม่รู้จัก

รู้แต่ตัวเองว่าจะต้องเริ่มต้นตามแผนเดินทาง หาที่นั่งพักสักครู่ ตั้งสติ แลกสตางค์ วางเป้าหมายแรก คือหาที่พักแถวย่านพาหะกัน (Pahargan)

การเดินทางเริ่มต้นแล้ว


ราชรถที่พาออกจากสนามบินคือ รถบัสคันโตสีเขียวเหลืองวิ่งระหว่างเมืองกับแอร์พอร์ต

รถเคลื่อนตัว กลืนเข้ากับถนนสายหลัก ม่านเมืองโบราณปรากฏขึ้นเคลื่อนที่ไปบนหน้าต่างรถ แทกซี่วิ่งแซงไปมา รถคันเล็กสีขาวประทับตรา ตาต้า (
TATA) ไว้ท้ายรถ อีกขาวหนึ่งเป็นคันโตโบร่ำโบราณแต่พราวเสน่ห์เหลือหลาย แอมบาสเดอร์คาร์ รถรุ่นคุณทวดที่ยังมีการผลิตและไม่เปลี่ยนแปลงโฉมบอดี้เลยแม้แต่เปลือกตาหางท้าย ภาพลักษณ์ดูภูมิฐานสง่า

แน่นอนทั้งสองคันคือรถประจำตระกูลภารตะอินเดียดั้งเดิม และดูว่าจะมีแต่รถสีขาวไปทั้งถนน

ชายล่ำใหญ่หลังพวงมาลัยที่คอยบังคับรถบัสชี้เตือนสติให้เตรียมลงข้างหน้า แถมยักคิ้วข้างขวาหน้าคมอีกครั้ง หรือนี้เป็นยิ้มบนใบหน้าของคนเมืองนี้ ถ้าใช่ มันเป็นยิ้มแรกและเท่ห์ที่สุดตั้งแต่เคยได้รับรอยยิ้มมา

การจะหาที่นอนสักคืนหาใช่เรื่องลำบาก แต่มันยุ่งยากและเสียเวลากับภาษาและอารมณ์ของคนที่อยู่รอบตัว

ริกชอร์สามล้อที่เคลื่อนที่ได้ด้วยแรงถีบล้วนๆ มือไม้เปื้อนเกรอะกรัง มีผ้าห่มสีหม่นห่มคลุมความหนาวเย็น ดวงตายังใสสุกซุกบนใบหน้าที่กร้านดำ น่องเนื้อเกร็งตึงส่งสายโซ่เพิ่มแรงเหวี่ยงของล้อ ชีวิตที่เคลื่อนไปตามแรงเหวี่ยงของตัวเองบนอานริกชอร์ พอจะทำให้เราเริ่มซาบซึ้งกับความจริงของเดลลี

สิบรูปีแรกแลกกับแรงที่อยู่บนอานลงไป อาจเท่ากับจะปาตีสองแผ่นหรือซาโมซา กะหรี่ปั๊บอินเดียหนึ่งก้อนที่เท่ากับห้ารูปี ก็คิดว่าน่าจะคุ้มกับเช้านี้ของเขา เขาจึงตกลงในราคานั้นพาเรามาถึงย่านที่เราต้องการ

เหมือนชีวิตนี้ไม่พูดพล่ามทำเพลงยืดยาว คุย ตกลง ทำ เร่งรีบและรวดเร็ว ไม่ฟังเสียง กฎกติกาไม่รู้ใครตั้ง แต่ทำนองของภารตะชีวีเคลื่อนที่ไปในทิศทางแบบนั้น

ลมหายใจอุ่นๆ หอบตัวและสัมภาระหนักสักสิบกิโลบนสองบ่ามาหยุดตรงปากทางถนนที่น่าจะเป็นตรอก ไม่ต่างอะไรกับพาหุรัดบ้านเรา แต่ตรอกนี้เขาเรียกกันว่า
พาหะกัน
เคหะสถานชั่วคราวข้ามคืนของนกพเนจรแตกฝูงมาหลากถิ่นฐาน ถนนเป็นดินสีน้ำตาลเปียกชื้น และร้านรวงเต็มสองข้างทาง

หนุ่มหน้าคม หวีผมเรียบแต้ นิรนามสร้างสัมพันธภาพอันดีเหมือนนักการทูตสมัครเล่น โอบซ้ายโอบขวา แสดงไมตรีจิตสุดตัว
สตาร์ พาราไดซ์
คือข้อเสนอ แต่มันดันอยู่ในตัวเลือกเราพอดี ในใจอยู่ในลำดับที่สาม แต่ก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่ชอบก็ไม่อยู่

หนุ่มหน้าคมนิรนาม ยังรื่นเริงเมื่อเรายังอยู่ในเส้นทางของเขา ไม่รู้ได้อะไรจากใคร เท่าไร คุ้มแค่ไหน สำหรับตำแห่งพนักงานต้อนรับที่ไม่ได้รับเชิญ แต่แน่นอนไม่ได้จากเราแน่ และนั้นเขาก็รู้อยู่เต็มอก เพราะกระซิบบอกไปแล้ว

ลำดับสามของช้อยเรา ก็กลับเป็นตัวที่เราเลือก คืนนี้เรามีที่อุ่นแล้ว

หลังบานประตู โพยกระดาษถูกคลี่ออก มีรายการเยี่ยมเยือนสำหรับเดลลี อยู่ไม่มากสำหรับเรา กะเกณฑ์จากแผ่นที่ในโลกยามเหงา(
Lonely Planet)
แล้วยังไม่ถึงใจ ถามเจ้าบ้านดีกว่า ควรไปตรงไหนก่อนดี

สำหรับเดลลี เมืองหลวงของอินเดีย ไม่เล็กเลยสำหรับคนมาใหม่ และไม่ง่ายหากต้องไปด้วยตัวเองและงบจำเขี่ย อะไรตรงไหนเดินได้เดินถึงก็เอา แม้ที่นี่บางร้านโรตีแค่สองรูปี แต่ขาดไปสักรูปีก็ไม่กินโรตีสักอัน

นอกจากเจ้าบ้านแห่งสตาร์ พาราไดซ์จะแนะนำเส้นทางพร้อมแผนที่กรุงเดลลีให้อีกหนึ่งแผ่นแล้ว ยังเสนอทริปเดินทางตามใจฉานให้อีก คราวนี้ต้องขอคาราวะสักหนึ่งจอกแล้วรีบนมัสเตงามๆสักที ใครจะไปให้คุณเฉือนเนื้อกินเล่น ฉานมันคนไม่มีเงินถุงเงินถัง แบกมาก็อีเป้กลวงๆใบหนึ่งที่มีแต่ความอุ่นๆของเสื้อผ้าก็เท่านั้น ทรัพย์สินอะไรก็ไม่มีจะให้แลกเป็นค่าทริปเท่าที่คุณเสนอด้วยนะ

ทุกเมืองที่ต้องการ ราชรถพร้อมคนขับนี่มันนอนอยู่บ้านดีกว่า แบกเป้มาให้เมื้อยบ่าปวดหลังกันทำเมี้ยงอะไร ในใจก็ว่าไปอย่างนั้นหลังความงามของสองมือที่ก้มนมัสเตเจ้าบ้านสิ้นคิด

ก็อาจจะมีหรือมีเป็นบางส่วน หรือส่วนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ชักไม่แน่ใจ ให้จัดทริปจัดแพกเกจทัวร์แบบบุฟเฟ่ต์ตามใจเจ้าของเงินนี้ ฝรั่งเมืองไหนกันนะข้ามน้ำข้ามทวีปมาเดินทริปตัวเบาเงินปลิวได้ ฉานมันเงินบาท ก็ลองกับพวกดอลล่าน่าจะพอไหว

แต่แล้วมันจะเห็นไหมเล่าอินเดีย

ทิ้งวางอารมณ์แปะไว้หน้าที่พัก...

-2-

รอบเมืองที่เสียงแตรจากรถบนท้องถนนยังคงประสานแทรกไปตามตรอกซอย และตึกรามบ้านช่อง ตลาด ผู้คนเดินไปมา แต่อาจสนใจเสียงเหล่านั้นไม่ ทั้งในตลาด ร้านค้าข้างทาง ริมถนน เพราะมันคงเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของเมืองนี้มั้ง

คนต่างเมืองพลัดถิ่นมาจากเมืองสงบอย่างเราๆ อาจคุ้นชินได้ยาก ที่นี่เราคงไม่สามารถขับยวดยานอะไรได้เลย นอกจากเดิน
..


ตลาดค้าสดย่านพาหะกัน,เดลลี


เมืองที่ถูกเก็บสถิติไว้ว่าพลเมืองมีประมาณสิบเอ็ดล้านคน ผ่านมาหกปีแล้ว เจริญเติบโตหรือลดหายตายจากไปบ้างแค่ไหนไม่รู้แล้ว ตัวเลขยังนิ่งอยู่เท่าเก่า แต่เมืองและผู้คนไม่โทรมก็ทรุดลงทุกขณะไป ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแต่เป็นความจิง

ท่ามกลางความวุ่นวาย ปลายถนนเส้นหนึ่งยังปรากฏภาพนิ่งที่ยืนอยู่เป็นเงาเด่นในเมฆหมอกท้องฟ้ายามเช้า
..


Jama Masjid (1658~2007) ,Delhi India


เสาทรงสูงสี่เสายืนที่มุมและส่วนกลางของอาคารสีแดงอิฐ มีหลังคาทรงโดมครึ่งวงกลมสีขาวสะอาดสามหลังวางอยู่ระหว่างเสาทั้งสี่ ทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เบื้องหน้าอาคารเป็นลานกว้างใหญ่

ชาวมุสลิมสักการะสถานที่แห่งนี้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางแผ่นดินแห่งนี้มากว่าสามร้อยสี่สิบกว่าปี (1658-2007)

ความสงบของสถานที่ที่สะสมพลังของผู้คนชาวมุสลิมและผู้มาเยือนสักการะไว้มายาวนาน ทำให้จิตใจขุ่นข้องหมองมัว ถูกบรรเทาเบาบางและทดแทนกลับคืนมาเป็นความสงบนิ่ง
..


กลางลานจามา มัสยิด,เดลลี


บางอากัปกริยาของผู้บำเพ็ญชาวมุสลิม ยิ่งสะท้อนทำให้รู้ว่าความยิ่งใหญ่ของศรัทธาที่มีอยู่ในตัวมนุษย์นั้นไม่มีการแบ่งแยกสีผิว เชื้อชาติ วรรณะ

แรงภายในเรามันไม่เท่ากัน สะสมและส่งถ่ายออกมายิ่งไม่เท่ากัน ดั่งความสะอาดของบ้าน ภายในตัวของเราก็คงไม่ต่างกัน หากสะอาดพอ ใครเล่าจะไม่อยากเขามาพักมาเยือน แต่หากมีแต่ขยะหรือน้ำเน่าเหม็น แม้ระยะที่ได้กลิ่นก็ถอยห่างออกไปแล้ว

ในที่ทำงาน เรากับเพื่อนอย่าว่าแต่คนแปลกหน้า อารมณ์เรามันสะอาดพอหรือยัง มองดูพื้นของที่นี่อีกครั้ง แม้จะเป็นปูนที่สีคล้ำไปตามกาลเวลาแต่มันก็สะอาดสะอ้าน ปราศจากฝุ่น ขยะ เพราะความรักและการดูและเอาใจใส่ของชาวมุสลิม ปัดกวาดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กลับได้เป็นการปัดกวาดเช็ดถูจิตใจตัวเองให้สะอาดไปด้วย

ต่างศาสนากันก็อาจรับรู้ได้บ้าง แม้เป็นคนบาปหนัก ไม่ค่อยสร้างบุญ แต่ จามามัสยิด ที่สงบนิ่งอยู่ตรงหน้า เบื้องหลังโดมสีขาวคือแผ่นฟ้าใสสะอาดตา นกบางกลุ่มสยายปีกโฉบขึ้นจากเบื้องล่าง ชายเสื้อของมุสลิมคนหนึ่งปลิวพลิ้วสะบัดไปตามแรงลมจากทิศเหนือไปสู่ทิศใต้


เสาต้นหนึ่งกับนกนับร้อย,จามา มัสยิด

แม้อุณหภูมิอากาศจะหนาวยิ่งแต่ยามนี้อุณหภูมิหัวใจก็เริ่มนิ่งอุ่นลงทุกขณะ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

#1 By no one on 2007-01-11 00:27

ตอนที่ดิฉันมีโอกาสได้พบกับคุณแม่ของน้องทาทา (นักร้องดูม ๆ นั่นแหละค่ะ) คุณแม่ของน้องก็เล่าให้ฟังค่ะว่า ที่ตั้งชื่อน้องว่าทาทา เพราะไปอินเดีย แล้วมองไปทางไหนก็เห็นแต่ TATA...

ฟังคุณเล่าแล้วก็อดนึกถึงความหลังนิด ๆ นั้นไม่ได้

ดีใจแทนคุณด้วยนะคะ ที่มีโอกาสไปเห็นโลกอีกมุมหนึ่ง ดูจากภาพแล้ว น่าประทับใจมาก ๆ ดิฉันชอบภาพวิถีชีวิตผู้คนน่ะค่ะ ชอบตลาดเป็นพิเศษ

ส่วนตัวก็มีชีวิตอยู่แค่ดูโลกจากรูปถ่ายนี่แหละค่ะ จึง...ดีใจแทนคุณ
เล่าได้อย่างน่าอ่านมากค่ะ...ดีใจจังที่ได้ไปเที่ยว อยากจะไปเที่ยวคนเดียวแบบนี้บ้างจัง คงสนุกดีนะคะ

#3 By ดอกไม้สีเหลือง (65.222.182.195 /172.30.15.26) on 2007-01-11 07:56

อบอุ่นดีครับ

#4 By นายฉิม on 2007-01-11 08:24

อืม สมัยไปฝึกงานแล้วไปพักกับพี่สาว
...พี่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่ทำงานในดอนเมือง
เวลาเลิกฝึกงานร้านยาและกว่าเดินทางถึงดอนเมืองก็ราวสามสี่ทุ่มแล้ว
เราจะไปรอพี่ที่ฝั่งอินเตอร์เพื่อเข้าไปที่คอนโดด้วยกัน
(ขอบอกว่าลงรถเมล์พลาดประจำ บางวันลงผิดที่ฝั่งโดเมน
เดินกันขาลากกว่าจะถึงอีกฝั่ง ในท่อเชื่อมหนาวมาก
โชคดีก็อาศัยรถที่เค้าขับไปขับมาระหว่างสองฝั่ง
ในใจคิดอยากลองขับเองมาก เสียดายที่มีคนเฝ้าตลอด)
ตอนมัฟแฟต ประมาณศิลปินวัยุร่นต่างประเทศมา
พี่เรารักเรามากพยายามพาไปให้เห็นใกล้ๆ
..เพื่อที่เราจะถามเธอกลับว่า เขาคือใคร เอิ๊กๆ

เวลาเครื่องแถบอินเดียลง เหมือนว่าตัวเขาจะมีกลิ่นเครื่องเทศโชย
พี่เราบอกว่าคุยกับแถบนั้น ต้องหลบน้ำลายที่กระเซ็นมาให้ดี
ด้วยความที่งานที่พี่ทำต้องอยู่ในเคาน์เตอร์
เวลาที่ผู้โดยสารแถบนั้นลงเกท เธอจะไปยืนประชิดฝา

ถ้านั่งระดับต่ำกว่าจะต้องสระผมกลางคืน

เอิ๊กๆ

ป.ล. อาหารอินเดียแถบนี้หากินยากเมหือนกันค่ะ
ชอบกินแกงที่เป็นแค่ผักกับถั่วเหลือง
บรรยากาศการเดินทาง
ดูน่าสนุก น่าตื่นเต้นดีจังค่ะ
เรื่องราวระหว่างการเดินทางของคุณ
ยังไม่จบใช่ไม่คะ เล่าให้ฟังอีกนะคะ

#6 By moodee on 2007-01-11 14:17


อ่านแล้วนึกถึงสมัยสาวๆ ชอบดูหนังอินเดียมากๆ
ตอนนั้นนึกอยากไปเที่ยวอินเดียสุดๆเลยจ้ะ

#7 By P.Pu on 2007-01-11 14:47

อบอุ่นจังเน๊อะ

#8 By nanak on 2007-01-11 23:03

เรียกว่าเป็นความใฝ่ฝันทีเดียว--
สำหรับการเดินทางไปอินเดีย
นึกอิจฉาใครหลายคนที่ได้มีโอกาสไปมาแล้ว

เคยมีเพื่อนไปทางพารารณสี และสิกขิม
แทบแทบนั้นก็สวยดีนะคะ

ป.ล. เข้ามาอ่านบล็อกคุณหลายครั้ง(ตามมาจากบล็อกจูนน่ะค่ะ) คราวนี้ได้มีโอกาสตอบบ้าง เพราะเป็นเรื่องอินเดียแท้แท้เชียว

#9 By joyluckclub (61.91.191.6 /124.120.15.143) on 2007-01-12 12:22

สวย
ชอบ
รับรู้ถึงอารมณ์ได้

#10 By code50200 on 2007-01-18 18:21

อิๆๆ
รูปที่ตลาดเห็นแล้วนึกถึงองุ่นเขียวอินเดีย...ไม่อยากจะเชื่อหวานช่ำกรุบกรอบสุดปราถนาเลย คัยไปทีรัยฝากซื้อยกลังทุกที .

#18 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.130.188) on 2007-05-15 21:17

ก็ดีนะเราชอบ

#19 By หมูน้อย (202.151.183.162 /192.168.2.129) on 2007-06-26 09:15

เราได้อ่านcommentของรายละเอียดที่หายไปเราว่าตลาดที่เดลีถึงจะเก่าแต่ก็ผลไม้น่ากินดี

#20 By หมูน้อย (202.151.183.162 /192.168.2.129) on 2007-06-26 09:19