กระโดดแตะพระจันทร์บนเนินทราย
posted on 30 Jan 2007 23:19 by lonelysyndrome in India-Indream..

.....
ที่บ้านป่านนี้น้ำทะเลคงปริ่มหาดทราย
ผมนั่งนึกถึงน้ำทะเลสีเทาๆริมหาดที่บ้าน เมืองที่ผมอาศัยอยู่มีทะเลเก่าๆหาดทรายแก่ๆ พลันคิดถึงก็เมื่อจากมาไกล ณ ตรงนี้ เนินทะเลทรายทาร์ (Thar)แห่งเมืองจัยซัลเมียร์
ขณะที่ขอบฟ้าไม่มีผืนน้ำและคลื่นทะเล แต่กลับมีผืนทรายสุดลูกหูลูกตาตัดกับผืนฟ้าว่างๆสีฟ้าๆ และเมื่อคล้อยบ่ายมาตกค่ำ ท้องฟ้าก็พยายามวาดระบายฉากและผืนทรายให้ดูกระชากอารมณ์เล่น
ใครหนอเอาพระจันทร์ดวงกลมเด่นมาแขวนลอยไว้กลางอากาศ
มือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวไม่อาจขยับเขยื้อนออกมา เพียงลั่นชัตเตอร์จับภาพนิ่งๆมาได้ภาพสองภาพก็พออิ่มอกอุ่นใจ
สัตว์โบราณประเภทไหนก็อยู่ไม่ทนเท่าเจ้าเก้งก้างย่างช้า แต่มั่นคงได้เท่าเจ้าอูฐ ตัวเขื่องๆแสนอดทน เดินต่างพาหนะที่ดีที่สุดในโลกและขณะเดียวกันก็เป็นเพื่อนที่แสนดี ไม่บ่นและอู้งาน นอกจากนั้นแล้วยกให้เป็นที่สองในเรื่องความซื่อสัตย์
คนเจ้าความคิด นำมันมาให้ผู้คนนั่งเล่น ออกย่ำเดินบนเนินทราย ไม่ค่อยมีใครจะปฏิเสธ แต่สำหรับผมขอแค่หนเดียว
ครึ่งบ่ายเชียวที่พอให้รู้ว่าเจ้านี่มันแสนอดทน แต่เฉื่อยช้าเอาการ คนใจร้อนคิดว่าหากกระโดดลงเดินจะเร็วกว่า แต่ยอมรับว่ามันจะเหนื่อยแสนสาหัส
..



..
เมื่อแดดหลบลงมุมเนินทรายตรงนั้น แสงบางๆฉาบผิวริ้วคลื่นที่เกิดจากลมพัดเป็นเกลียวโค้งบนผิวทราย ปรากฏคล้ายกับผิวน้ำทะเล แสงแดดต้องแตะแค่มุมตะวันตก อีกฝั่งเกิดเป็นเงาคลื่นคมกริบ
เวิ้งว้างกว้างและวาบไหวสำหรับมนุษย์ที่ไม่ค่อยได้อยู่ในที่โล่งๆกลางลานทะเลทรายมาก่อน ลมลู่ๆพัดสะบัดจิตใจให้สั่นไหวในบางคราว
ความหนาวเย็นภายใต้อุณหภูมิที่วัดด้วยแรงเต้นของหัวใจตกลงตรงจุดเกินพอดีไปแล้ว
พระอาทิตย์อำลาโลกว่างๆตรงนี้ไปเรียบร้อย
อีกฝั่งตรงข้ามที่ตะวันตก คือใยแสงของพระจันทร์ เราเงียบ อูฐเจ้าก็เงียบ หลายๆชีวิตก็เงียบ เรานั่งกันเงียบๆ จิบความงามแกล้มความบอบบางของผืนทราย และความหนาวเล่นๆไปอย่างนั้น
บัดนี้ถ้าใจด้านชาไปเพราะอาการหนาวก็คงดีไม่น้อย เพียงไร้ความรู้สึกชั่วขณะหนึ่งก็พอทำให้เราหายสั่นเทากับโลกเหงาๆไปได้บ้าง
แต่อากาศมันก็ไม่ได้ทำให้ใจเราเย็นและด้านชาพอเท่าๆกับมือและใบหน้าที่ด้านชาลงเพราะองศาต่ำของอุณหภูมิ
เจ้าอูฐตัวเขื่อง ยังนอนเล่นรับลมบนเนินสันทราย ขอเข้าไปอาศัยเจ้าสัตว์เลือดอุ่นสักครั้ง เพราะระบบการถ่ายเทความร้อนภายในที่สลับซับซ้อน และดีกว่ามนุษย์เราหลายพันเท่า สามารถเก็บและระบายความร้อนในยามที่อากาศแสนยะเยือกอย่างนี้ได้ดี
อะไรก็ไม่ดีไปกว่าเจ้าเขื่องแสนอุ่นนี้อีกแล้ว
สักครั้งก็เกินพอที่จะอาศัยเจ้าตัวเขื่องนี้ ทั้งเดิน ทั้งพักพิงระบายอุณหภูมิที่เยือกเย็น
เจ้าคนนำพากลับออกมาจากกองฟืนที่หลังพุ่มไม้ที่พอจะหลบลมแรงๆหลังจากปรุงอาหารเสร็จอาหารประเภทซุปและจาปาตีร้อนๆ ก็ถูกลำเลียงออกมาพร้อมกัน จัย(ชา)รสเฝื่อนใช่ว่ามีดีตรงที่มันอุ่น แต่ยังทำหน้าที่เติมเต็มบรรยากาศให้ดูดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ชีวิตกำลังบรรเทาอากาศหนาวกับโลกเหงาๆแบบนี้ด้วยอาหารเรียบง่ายแบบไม่พิถีพิถัน
เจ้าคนตะวันตกผมทอง กระโดดเข้าใส่ไม่พูดพล่ามทำเพลง เพราะเหนื่อยหรือหิวกันแน่ ผมได้แต่ยิ้มและกระโดดเข้าไปติดๆ เพื่อนยากอย่างเจ้าอูฐไม่สนใจ แหงนมองฟ้ามองดาวแล้วหลับตาพริ้ม คงจะสุขหรือง่วงก็ไม่รู้
แล้วดนตรีก็แผ่วดังขึ้น ใส่จังหวะ ทำนอง บรรเลงเพลงพื้นถิ่น เพราะบรรยากาศและเพลงยิ่งทำให้เสียงเจ้าคนร้องริมกองฟืน เหมือนเสียงร้องช่วยผสมให้ฟืนไฟไหม้ลุกโชนแรงขึ้นกว่าเก่า เพิ่มความอุ่นและบรรเทาความหนาวเย็นไปในที
อาจกำลังซึ้งความสามารถเจ้าคนนี้ ทั้งขับรถออกจากเมืองมาดินแดนห่างไกลบ้านเรือนผู้คน ทั้งจูงอูฐ พาเที่ยว แนะนำอะไรสารพัดสาระเพ จุดฟืนเผาไฟให้ได้อุ่น ปรุงอาหารทำจาปาตีด้วยมือเปล่ากับแผ่นเหล็กแบนๆแทนกระทะ ไม่มีเครื่องครัวอะไรมากแต่ทำซุปร้อนๆ ได้สำเร็จ ซุปที่หน้าตากับรสชาติพอวัดพอวา ชงชาร้อนๆอีกหนึ่งหม้อ
เจ้าคนๆเดียวทำมันซะทุกตำแหน่ง บัดนี้ดนตรีพื้นเมืองรอบกองฟืน เจ้าก็ยังบรรเลงขับเอื้อนลูกคอ จินตนาการของผมพลัดหลงไปไกลถึงเสียงซีต้าของราวี ชังก้า ดีดบรรเลงแซมเพลงหวานเศร้าอยู่กลางทะเลทรายตรงกองฟืนนี้
แล้วจู่ๆผมกลับคิดถึงชายหาดกับทะเล ที่บ้าน
มันพาลให้ใคร่ครวญถึงเสียงทรายริมทะเลอย่างช่วยไม่ได้
หากเป็นเพราะเสียง บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมย้อมใจผม หรืออาจเป็นเพราะมาไกลเกินไป มาอยู่ในสถานที่ว่างๆ เปล่าๆ แห่งนี้ไร้เวลาและนาทีที่คุ้นเคย
..

ก็สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกัน นั่นคือพระจันทร์ดวงกลมๆบนหัวผมนี่แหละ ที่ใครกันนำมันแขวนไว้กลางอากาศในเวลาเหมาะเจาะยามนี้ อยากจะกระโดดตัวปลิว แตะผิวและแสงพระจันทร์สักครั้ง บนผืนโลกโล่งๆตรงนี้
แต่ผืนทรายที่นี่ดูจะเบาและบอบบางเกินกว่าเราจะกระโดดเอื้อมจับ เพราะยิ่งใส่แรงกระโดดให้ตัวปลิวขึ้นสูงเท่าไหร่ เท้าก็ยิ่งถมกดลงผืนทรายแล้วทรายบอบบางก็จะกลบเท้าให้จมลึกลงกว่าเดิม
แต่ทะเลเก่าๆที่บ้านผมกลับง่ายกว่าถ้าจะแตะแสงสวยๆของพระจันทร์ ไม่ต้องกระโดด ไม่ต้องเอื้อมแม้แต่น้อย เพราะแสงสวยๆในเวลาที่เหมาะสม เพียงกล้าที่จะลงไปลอยคอเล่นในทะเล แสงจันทร์สวยๆนั้นก็อาบเราไปทั้งตัวแล้ว
หรือเหตุผลที่ว่ามาเป็นเพียงเพราะเราเผลอคิดถึงบ้านไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ ที่นี่และที่บ้านต่างก็มีพระจันทร์ที่สวยงามอยู่เหมือนกัน แต่แตกต่างก็ตรงที่เราไม่ได้แหงนหน้ามองดู
..
รวมตัวกันแบบนี้สวยดีจัง
แปลกใจทำไมอินเดียก็มีอูฐนิ
#1 By moodee on 2007-01-31 08:19