อาหารของหัวใจ
posted on 11 Mar 2007 17:13 by lonelysyndrome in Dust-words..
.
..




.
.
.
..
..
เสียงและกลิ่นยามเช้า ประสมปนเปตั้งแต่ลุกจากที่นอน
น้ำร้อนรินกรอกลงถ้วยดินเผาสีน้ำตาลแดง
เสียงดังกรุ๊งกริ๊งจากช้อนกระทบกับถ้วยกาแฟแก้วแรกของวัน
สีของกาแฟไม่เข้มข้นเหมือนก่อน เพราะใช้นมข้นหวานแทนน้ำตาลที่เพิ่งหมดไป
น้ำยังร้อนแต่สีของกาแฟชวนยกซดยิ่งนัก
นกบางตัวส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่บนหลังคา
เอ...ไม่รู้ว่าเช้านี้กี่โมงแล้ว เข็มนาฬิกาจะอยู่องศาใด
แต่แดดอ่อนๆ ยังพาดผ่านเอียงๆ ตรงมุมหนึ่งของโรงปั้น
พอให้รู้ว่า อากาศแบบนี้ยังเช้าอยู่
.

.
เดินวนอยู่ในโรงปั้นเล็กๆของผม ยกถ้วยกาแฟซดไปหลายอึก
ถุงดินบางถุงแห้งแข็งจนไม่สามารถนำมาปั้นอะไรได้
แต่ยังเหลืออยู่สองถุงที่นิ่มอ่อนกำลังดี
พอเปิดถุงดิน
กลิ่นดินก็โชยหอมฟุ้งขึ้นแตะลมหายใจริมปลายจมูก
สีของดินเหมือนละมุดลูกสุกๆ
ดินสีละมุดนี้เดินทางมาจากบ้านของป้าสำเนียงที่อยู่แม่ริม,เชียงใหม่
คิดถึงป้าสำเนียงที่ไปหาเมื่อคราวโน้น แม้นพบกันแค่ไม่กี่ครั้ง
เมื่อแรกพบ อยากเรียกยายมากกว่า แต่ชื่อเสียงของป้าสำเนียง
ที่ติดตัวมาตั้งแต่คราววัยกลางคน ที่ยังเป็นป้าของใครๆ อยู่ในขณะนั้น
จนบัดนี้ล่วงผ่านเข้าวัยชรา เดินหลังโก่ง แต่ยังแข็งแรง
กรรมวิธีการหมักบ่มดินของป้า ยังโบร่ำโบราณ ปราศจากเครื่องไม้เครื่องมือใดๆ
ไม่มีเครื่องช่วยนวด รีดดิน แยกธาตุต่างๆ ลำเลียง บรรจุ ไม่มีสักอย่าง
อาศัยเรี่ยวแรงกำลัง คลุกเคล้าดิน ผสมน้ำ ตากอากาศ จนเข้าเป็นเนื้อดินอ่อนนุ่ม
บรรจุลงถุงแต่ละถุง ไม่มีบริการขนส่ง ชอบพอกัน รักกันเท่านั้นถึงไปหากัน
รายชื่อลูกค้าในสมุดเก่าๆ ข้างๆ โทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ในโรงดินของป้า
เต็มไปด้วยเศษ สี กลิ่น ของดินเต็มหน้ากระดาษและด้ามปากกา
มีรายชื่ออยู่ไม่กี่มากน้อยที่ยังติดต่อ เลือกใช้ดินของป้าสำเนียง
ผ่านมาเกือบสองปีแล้วสำหรับดินก้อนนี้ มันยังดูสดใหม่อยู่เสมอ
ผมเริ่มตัดดินลงแป้น นวดไล่โพรงอากาศที่ซ่อนอยู่ภายในจนหมด
กาแฟยังเหลือค่อนถ้วย เสียงนกยังส่งเสียงเจรจา
เกรียง พู่กัน เหล็กขูดดิน ถูกเช็ดฝุ่นไปเมื่อวาน
รวมถึงโทรอิ้งที่ฝุ่นจับมาแรมปี ทิ้งร้างเป็นรังของมดและหยากไย่
คราวนี้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
..

.
พอบิดสวิทซ์เพื่อเปิดเครื่องโทรอิ้ง แป้นหมุนกลมๆ ก็ค่อยๆ หมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ
มันทำหน้าที่ของมันราวกับว่ายังไม่เคยทิ้งร้างห่างกันไกลมาก่อน
เสียงของโทรอิ้งดังครางครืนๆ
นั่นเป็นเสียงลมหายใจที่เป็นปกติของมัน ที่เริ่มส่งเสียงหายใจอีกครั้ง
นับตั้งแต่ถ้วยกาแฟใบสุดท้ายเมื่อสองปีก่อนถูกยกลงจากแป้น
พอก้อนดินหมุนวนตัวไปมาอยู่บนแป้นโทรอิ้ง
ก้อนดินที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง บิดๆ เบี้ยวๆ อย่างนั้นคงขึ้นรูปทรงลำบาก
แต่การประคองดินให้ได้ศูนย์กลางก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เพียงหลักการง่ายๆ ที่จะไม่ให้มือไหวสั่นไปตามแรงเหวี่ยงของดินที่หมุนอยู่บนโทรอิ้ง
จดจ่อ และประคองด้วยแรงพอเหมาะ ไม่ต้องออกแรงมาก นิ้วทุกนิ้ว สันมือ ให้สัมพันธ์กัน
ผมกำลังคิดถึงบทเรียนแรกเมื่อครั้งที่ลุงสอนผม
พักหนึ่ง ก้อนดินที่เหวี่ยงตัวสะเปะสะปะก็เริ่มหมุนตัวนิ่งได้ศูนย์บนแป้นหมุน
พอก้อนดินนิ่งอย่างนั้น ใจจะขึ้นรูปถ้วยทรงใดก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากแล้ว
มันคงคล้ายวิถีชีวิตคนเรา ใจเรามันร้อนรุ่ม ความคิดสับสน ลงมือทำอะไรก็ได้ไม่ดี
ดินก้อนที่นิ่งหมุนตัวเองไปมาได้ศูนย์บนแป้นก็กำลังปั้นใจผมไปด้วย
.
.


.
ตรงกับที่พจนาเขียนไว้ใน จากห้วงลึก หนังสือเล่มล่าสุดของเขา
ใจคุณจำต้องสงบนิ่งลง
เพื่อจะเห็นถึงความเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ
และไม่ว่าความเคลื่อนไหวจะรุนแรงก้าวร้าว
หรือละเอียดอ่อนแผ่วเบา
ต่างก็ต้องการความสงบนิ่งในระดับหนึ่งเพื่อที่จะรับรู้
เหมือนจะบังคับประคองดินให้นิ่งยากยิ่งถ้าใจไม่นิ่งพอ
นอกจากเสียงของโทรอิ้งยังคงร้องครางครืนอยู่
นกก็ยังส่งเสียงเจรจาบนหลังคาไปเรื่อยเปื่อยเช่นเดิม
กลิ่นดินสีละมุดที่ชโลมไปถ้วนทั่วโรงปั้นเล็กๆ
เริ่มอาบกลิ่นกายผมไปด้วยในขณะเดียวกัน
และกลิ่นของกาแฟสำเร็จรูปที่ค้างอยู่ก้นถ้วยแม้จะจางหายไปแล้ว
ยังคงมีกลิ่นเหงื่อที่ชุ่มแผ่นหลัง ตามแขนและข้อมือ
มันผุดพรายทะลักล้นขุมขนเล็กๆ ออกมา
นิ้วมือทั้งสิบนิ้วเหี่ยวย่นเพราะความชื้นของน้ำ
กลิ่นและเสียงเหล่านั้นมันคือคืนวันเก่าๆที่หายไปเป็นปีๆ
ผมออกไปวิ่งเล่นข้างนอกนานเกินไป
นานจนเกือบลืมกลิ่นและเสียงที่ประสมกันในโรงปั้นเล็กๆ แห่งนี้
ใครบางคนที่หลงมาปั้นแล้วรู้สึกถึงความอัศจรรย์
..


.
คนเราควรได้ปั้นถ้วยกาแฟสักใบในชีวิต
ผมเคยได้ยินบางคนพูดอย่างนั้นกับถ้วยกาแฟในมือที่เพิ่งปั้นเสร็จ
ความจริง มันอาจหมายรวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย
อาจไม่ต้องมานั่งเปื้อนดิน อาจจะหยิบจับ ทำอะไรสักอย่างๆ จริงจัง
ใช้เรี่ยวแรง ลงกำลัง หัวใจ และมือไม้ให้ได้สัมพันธ์กันบ้าง
มันเหมือนอาหารของหัวใจ
ที่ไม่ต้องไปตักเติมจากที่อื่นที่ใด
มันคือการสื่อสารภายในตัวเราเอง แล้วก็อิ่มเต็มด้วยตัวเราเอง
และเครื่องปรุงของใครก็คงของมัน แล้วแต่ใครจะมีเครื่องมืออะไรอยู่
ส่วนตัวผม เครื่องปรุงอาหารของหัวใจ ไม่รู้ว่ามันจะหอมหวานไปอีกเท่าไหร่
มีแรงที่จะลงมือ สนุกกับมันไปถึงวันไหน
แต่เช้านี้ผมก็ลุกขึ้นมา เอามือมาเปื้อนดินอีกครั้ง
กลิ่นดินสีละมุดสุกยังแตะต้องจมูก
แป้นหมุนของโทรอิ้งยังเหวี่ยงดินให้หมุนอยู่บนนั้น
พร้อมส่งเสียงครางครืนๆ ราวกับมีชีวิต
ถ้วยใบเล็กใหญ่ยืนเรียงรายรอเข้าเตาเผาอีกหน
.


...
รื่นรมย์กับนกที่ยังส่งเสียงเจื้อยแจ้วเหมือนทุกๆ เช้า
กาแฟยังให้รสชาติหอมหวานเมื่อทุกครั้งที่ยกซด
ถ้วยดินที่ปั้นเสร็จใหม่ๆ ก็ด้วย ที่ทำให้หัวใจอร่อยและอิ่มละมุนไม่แพ้กัน
.
.
.
Shoot the moon,Norah Jones
.
ว่าถ้วยกาแฟทำยากมากเพียงใด
#1 By » Ñ Õ B U T Ã F Õ Ñ « on 2007-03-11 18:21