จากห้วงลึกถึงคำถามใต้ร่มไม้ที่อยู่ในกระเป๋า
posted on 13 Mar 2007 22:25 by lonelysyndrome in Dust-words.




.
.
ถึง คุณหมูดี,
เอาหัวหนังสือที่อยู่ในกระเป๋ามาเอ่ยอ้างก่อน
จากห้วงลึก หนึ่งในสองเล่มที่อ่านอยู่ ณ ขณะนี้
เป็นคนชอบบรรยากาศของคนชอบใคร่ครวญจังครับ
รสของหนังสือเล่มนี้นำไปสู่คำถามสะกดใจ
สะกด-ใจ จริงๆ นะครับ
.
จากห้วงลึกเขียนโดยนักเขียน นักกวีที่ไม่เขียนบทกวี
แต่ผมอยากเรียกเขาว่าเป็นนักกวีมากกว่า
เขารักการเดินทาง รักการแสวงหา ธรรมชาตินิยม
พูดอย่างนี้แล้วจะไม่ให้นึกถึงคนนี้เลยคงไม่ได้
กวีที่รักของผม พจนา จันทรสันติ
.
มีหนังสือที่เขาเขียนอยู่ในใจมากมาย
ทั้งหนังสือแปลและแต่งเอง ความเรียง กวีเปล่า ปรัชญา
สมัยเป็นนักศึกษา อ่านหัวปักหัวปำครับ
เรียกได้ว่าเติบโตมากับคำพูดและบทความเรียงของพจนานี่แหละครับ
เรื่อง ขลุ่ยไม้ไผ่ แด่หนุ่มสาว ทางชนะ เหล่านี้คือสิ่งที่เชื่อมต่อ
และช่วยย่นระยะทางด้วยตัวหนังสือและกวีที่เปลือยเปล่าไร้ฉันทลักษณ์
พาไปให้เห็นและดึงเข้าสู่ความจริง ความงาม และความรัก
อันที่จริงอยากยกประโยคหนึ่งหรือบางตอนในหนังสือ
ออกมาให้ได้สัมผัสกันตรงนี้
แต่ที่ตรงนี้มันก็อาจจะหยาบย่นจนเกินไปที่จะตัดคำต่อความ
ตัวหนังสือของ พจนา ควรได้อ่านในบางขณะ
มันอาจใช้เป็นเครื่องบันเทิงใจไม่ได้ แต่บางหน้าหนังสือ
ก็สามารถปลอบประโลมใจเราได้ ด้วยคำพูดง่ายๆ ไม่กี่คำ
ส่วนอีกเล่ม เป็นรสชาติระหว่างการเดินทาง
เพียงชื่อหนังสือ คำถามใต้ร่มไม้ ก็กินใจเราไปกว่าครึ่ง
สายพิณ กุลกนกวรรณ ฮัมดานี เป็นผู้บันทึกตัวหนังสือ
จากภาพและเสียงสนทนาระหว่างการเดินทางลาดัก สิกขิมและอินเดีย
ผมไม่เคยอ่านหนังสือที่เธอเขียนมาก่อน แต่ก็รู้สึกได้ว่า
เธอเขียนหนังสือชวนอ่าน ดวงตาของเธอช่างลึกเร้นเค้นหา
อะไรๆ ในชีวิตที่เธอปฏิสัมพันธ์ด้วย
คราวที่แล้วก็ครั้งหนึ่งกับ สวรรค์ชั้นประหยัด ของ วิทวัส โปษยะจินดา
ฉุดหัวใจผมไปเดินอยู่ที่จัยซัลเมียร์ เมืองริมตะเข็บข้างซ้ายของอินเดียติดกับปากีสถาน
คราวนี้สายพิณกำลังร่ายมนต์เมืองเหนือของอินเดียให้หัวใจเต้นแรง
หนาวหน้านี้ไม่รู้ว่าจะฉุดมือและใจผมไปถึงแถวนั้นไหม
ผมได้หนังสือสองเล่มนี้ จากห้วงลึก-คำถามใต้ร่มไม้ มาไม่กี่วันนี้
เลือกอ่านไปบางตอนแล้ว
ก็ช่างน่าสนใจ เอาเป็นว่ามาวันนี้ เพียงแต่มาบอกว่า
ตอนนี้มีหนังสือสองเล่มนี้อยู่ในกระเป๋า
.

.
ส่วนสัมภาระอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลง
ที่เห็นรกๆ เหล่านี้ มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน
กับข้าวของในนั้นเกือบหมดทุกอย่าง
ยกเว้นกล้อง ที่บางวันทำงานไม่ได้ติดในกระเป๋า
แต่กระเป๋าใบนี้อยู่ติดตัวทุกวัน
ทำงาน เดินทาง ไปไหนมาไหน ไกลใกล้ ทุกโอกาสก็ใบนี้
ใบนี้มีสองใบเหมือนกันเปะ! ตอนซื้อเพราะรู้ว่าได้ใช้
เลยซื้อมาซะสองใบ ใบแรกกลับบ้านเก่าไปเรียบร้อย
ส่วนใบนี้เข้าปีที่สามแล้วครับ
.


.
กระเป๋าดินสอ เครื่องเขียน มีไว้ชนิดละอัน
ปากกาดำ น้ำเงิน ดินสอกด ยางลบ ลิควิกเปเปอร์
ไส้ดินสอ และ USB
สมุดบันทึก สมุดจดงาน เครื่องคิดเลข
ขาดไปทำงานลำบากครับ
ลำพังหัวสมองไม่ได้จดจำดีและคิดเลขเก่งกาจอะไรมากมาย
จำเป็นสำหรับชีวิตทำงาน
และช่วงเดินทาง เครื่องคิดเลขจำเป็นมากครับ
เครื่องนี้ใช้แปลงเงินหยวนจีน เงินเวียดนามด่อง และล่าสุดรูปีอินเดีย
แต่ความจริง ใช้กดโชว์ตัวเลขมากกว่าครับ
.


.
จุดเชื่อมต่อ เหล่านี้คงเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างวัน
กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ พวงกุญแจและมีดพับ
กระเป๋าสตางค์ใบนี้มันเก่ามาก ข้างในขาดไม่มีชิ้นดีแล้วครับ
แต่จะเปลี่ยนก็คงไม่ได้ เพราะมันเป็นกระเป๋าวิเศษนะครับ
มันเคยหล่นบนรถทัวร์ ทำตกในร้านกาแฟ
แต่มันก็กลับมาได้ปลอดภัยทุกครั้ง ทุกอย่างไม่สูญหายแม้แต่เงิน!!
มันเป็นกระเป๋าสตางค์วิเศษจริงๆ นะครับ
ส่วนโทรศัพท์ นอกเหนือจากงานแล้ว
ก็ไม่ค่อยพิถีพิถันคุยครับ
เครื่องที่ไม่มีเทคโนโลยีภาพและเสียงอะไรวุ่นวาย
แค่เชื่อมต่อกับมนุษย์เงินเดือนเพื่องานเท่านั้นเองครับ
พวงกุญแจ ตอนนี้เหลือสองดอกแล้วในชีวิต
ไขเปิดบ้าน กับตู้ไปรษณีย์
ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรให้ต้องล็อกกันแล้วชีวิตนี้
มีแค่บ้านกับตู้จดหมายนี้แหละ หีบสมบัติล้ำค่าในชีวิต
ส่วนมีดพับสีแดง มันสารพัดประโยชน์จริงครับ
ยามคับขัน ยามไกลบ้าน นอกบ้าน
ใช้เกินราคามามากแล้วครับ
เหล่านั้นคือสัมภาระที่แบกหามไปด้วยตลอดเวลา
บางสถานที่ มันคือหมอนหนุนหัว
บางวันที่อากาศหนาวมันคือความอุ่นด้วย
และยามที่เราเดินอยู่เดียวดาย มันคือเพื่อนข้างตัวที่สุด
มันคือพยานของวันเวลาด้วย เพราะคราบกาแฟและเหงื่อ
ยังฝังแน่นอยู่ตรงฝากระเป๋า
บางครั้งมันคืออดีต เพราะทรายบางเม็ดยังติดอยู่ก้นกระเป๋า
จากหาดที่บ้านและหาดไกลบ้าน
บางครั้งมันคืออนาคต เพราะความคิดฝันบรรจุไว้ในเศษกระดาษ
หรือบันทึกบนสลิปใบเสร็จที่ซ่อนซุกไว้มุมหนึ่งมุมใดในกระเป๋า
แต่พอวันนี้มาเปิดดูพลิกไปพลิกมา มันน่าใจหาย
ที่สายสะพายมีรอยฉีกขาดเกิดขึ้น
หรือนี่คือสิ่งที่กระเป๋ากำลังทวงถามถึงความเป็น ปัจจุบัน
เพียงพอไหมครับคุณหมูดี
มีบางสิ่งบางอย่างที่อาจตกหล่นไป
มันเป็นเพราะเวลานี้อาจยังไม่สมควรนำมาเปิดเผย
หรือใจไม่ยังไม่กล้าพอ
ก็โปรดอย่าถือสาผมเลยนะครับ
ปล่อยให้มันเป็นความหลงลืมไปแล้วกัน
แต่ก็ต้องขอบคุณ คุณหมูดีนะครับ
ที่ช่วยให้คนชอบเก็บพื้นที่ส่วนบุคคลได้เปิดเผยบ้าง
ส่วนคนที่ผมอยากให้เปิดกระเป๋าตอนนี้คงเป็นคนนี้friday
โปรดรับไว้พิจารณานะครับ
.
.
มีระเบียบจัง
ต้องขอบคุณคุณหมูดี
ทีแรกเราก็กะแท็กคุณเหมือนกัน
แต่ไม่กล้าพอค่ะ กลัวคุณจะไม่อยากเล่น
กระเป๋านี่แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลย กระเป๋าและของในกระเป๋ามันบอกตัวตนคนถืออยู่หลายอย่างเหมือนกันนะ
หนังสือสองเล่มนั้น
เล่มหนึ่งอ่านแล้ว คำถามใต้ร่มไม้
เป็นอีกเล่มที่ชอบมาก ๆ
หลังจากนั้นเฝ้ามองหาผลงานของนักเขียนคนนี้แต่ยังไม่เคยเจออีก
เป็นหนังสือที่ทำให้เราได้นิ่งคิดและทบทวนอะไรหลายอย่าง สมชื่อหนังสือทีเดียว
ส่วนอีกเล่มไปหยิบจับอยู่หลายครั้งเหมือนกันค่ะ คิดว่างานหนังสือคราวนี้ไม่พลาดอย่างแน่นอน แม้จะมีงานของคุณพจนาอ่านค้างอยู่สองสามเล่มก็ตาม
#1 By ระหว่างทาง on 2007-03-13 23:30