.


.

.

 

หาดที่ปราศจากแสงแดด แต่กลิ่นและไอเค็มยังอิ่มเต็มในกลิ่นแดดที่มืดสนิท

เย็นนี้จังหวะดี ไม่มีอะไรค้างในใจ ระหว่างบ้านกับร้านกาแฟที่กำลังจะไปอยู่ห่างกันราวสี่กิโลเมตร ในความเร็วระดับหนึ่งของจักรยาน ผมลองปรับเกียร์ที่มันมีตั้งยี่สิบสี่เกียร์เล่นๆ บนทางเลียบหาด

เกียร์ที่ติดมากับจักรยานไม่เคยได้ใช้ครบทั้งหมดสักครั้ง เคยรู้สึกว่าบางที มันเกินความจำเป็น รายละเอียดของการปรับความเร็ว มันไม่มีเข็มไมล์วัดบ่งบอกอะไรให้เรารู้ ความรู้สึกและความเหนื่อยจากแรงถีบเท่านั้นที่บ่งบอกตัวเราเอง

ช่วงจังหวะดีๆ คนเรามันฟุ้งฝันกันไปไกลถึงไหน มักพอใจและมองใครๆ เลือกเอามาเป็นฮีโร่ไว้ประดับความฟุ้งฝันกันเสมอๆ

แต่ละวัน เรามีจังหวะชีวิตที่ช้าเร็วไม่เสมอกัน ผมกำลังนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟร้านหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกว่า มันคล้ายกับจักรยานที่ผมเพิ่งขี่มาระหว่างทางจากบ้านมาร้านนี้ที่อยู่ห่างกันราวสี่กิโลเมตร

ผมไม่น่าถาม ถึงที่มาของชื่อร้าน
ก็เปิด หกโมงเช้านี่ครับ ก็เลยใช้ชื่อนี้ เสียงทุ้มๆ เอ่ยมาจากหลังเคาน์เตอร์ที่มีเครื่องชงกาแฟตั้งอยู่ ข้างหลังไกลๆ มีตู้ไฟประดับเป็นชื่อร้านไว้ว่า 'Six Oclock'


คิดมาเยอะ ตอนตั้งชื่อ คิดไปคิดมา เอาอันนี้แหละ ขี้เกียจแล้ว เอาเวลาไปคิดเรื่องอื่นดีกว่า

เสียงผู้ชายร่างใหญ่หัวเกรียน น้ำหนัก 130 กิโลฯ เขาชื่อพี่ปุ๊ย เป็นเจ้าของร้านและยืนชงกาแฟให้อยู่ ตอบออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ผมนึกไปถึงร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น นี่มันคงมีที่มาเดียวกันมั้งที่เอาเวลาเปิดมาตั้งชื่อร้าน(แต่ปัจจุบันไม่มีเวลาปิดเปิดแล้วเพราะดันเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง)หรือน้ำอัดลมยี่ห้อ เซ่เว่นอัพ ล้มแล้วลุกมาเจ็ดครั้งหรือเปล่า

ขณะเดียวกัน จันรำไพ สร้างมุมความรู้สึกถึงการซ่อนความหมายไว้ในชื่อของเธอ จันรำไพ-ใจรำพัน หรือผมคิดไปเอง แต่มันก็ทำให้อดนึกถึงเจ้าของตัวหนังสือไม่ได้ ที่พรรณนาแต่ละวรรคไว้ดั่ง
ใจรำพัน นะคุณจันรำไพ


วิฟครีมสีขาวที่โรยหน้าไว้ด้วยอบเชยกลิ่นฉุนๆ ปิดหน้ากาแฟอยู่ในถ้วยตรงหน้า นั่นคือเวียนนิสแคปปูชิโน่ ส่วนเค้กชิ้นโตในตู้ อวดโฉมได้สวยงาม สักชิ้นคงบรรเทาอาการหอบให้หายเหนื่อยไปได้บ้าง แต่เห็นหน้าคนชงกาแฟแล้วอยากรู้บ้างว่าเขาเหนื่อยไหม

เหนื่อยครับ เหนื่อยมาก ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ทุกวัน มาเตรียมของ เปิดร้าน หกโมงเช้าคนก็เริ่มทยอยมาแล้ว หกโมงนี่ร้านผมต้องพร้อมแล้ว ทีแรกทำร้านเหล้า เปิดมาเจ็ดปีแล้วก็เลิก ไม่ใช่ไม่ดี แน่นทุกคืนนะครับ ทุ่มนึงโต๊ะก็เต็มแล้ว

ที่บ้านขอร้อง ทำอะไรก็ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่าทำร้านเหล้า ต้องหยุดครับ ถ้าแม่ขอ ผมต้องให้ ผมเชื่ออย่างนี้ ถ้าผู้ใหญ่พูดไม่ฟังนี่ ผมว่ามันเละนะ สังคมมันจะไม่รอด


เขาคิดวางแผนอยู่พักหนึ่ง และเริ่มนึกถึงร้านกาแฟและขายอาหารเช้าด้วย และก็เริ่มเรียนรู้และลองฝึกจากเครื่องชงกาแฟสดที่ซื้อมาหัดที่บ้าน ทดลอง หาสูตร กับหลายๆ ยี่ห้อ จนมาลงตัวกับยี่ห้อหนึ่ง

มีคนเล่าว่า พี่คนนี้ ละเอียดมาก ไส้กรอกยังต้องเลือก ซื้อมาซะทุกยี่ห้อ ทดลองทำกัน ชิมกันจนได้สิ่งที่คิดว่าดีที่สุด

"แม่ผมสอน ถ้าไม่รู้ก็ต้องลอง ถ้ามัวแต่นั่งคิด ว่าอันนี้ดี อันนั้นดี แล้วซื้อมาที่คิดว่าดี แล้วไอ้อันที่ไม่ได้ซื้อล่ะ มันอาจจะดีกว่าก็ได้ ซึ่งถ้าไม่ได้ลองก็ไม่มีทางรู้เลย วิธีการที่ง่ายก็คือ ไม่ต้องคิดมาก ก็ซื้อมันมาซะสองอันนี้แหละ หรือทั้งหมดที่มี ลองมันซะทุกอย่าง ชอบอันไหนก็เลือกเอาอันนั้น" เขาว่างั้น

ผงชูรสไม่เคยใช้ แต่เกลือขาดไม่ได้...และน้ำล้างผัก ผมใช้เปลืองกว่าอาบน้ำอีก

ทำอาหารไม่ยากหรอก ผมมันลูกทุ่ง ก็ไม่เคยเรียนในสถาบันใดๆ เลยนะ ไอ้คนค่อนโลกก็ไม่ได้เรียนทำอาหาร เขายังทำกินกันได้เลย ก็ลองทำมั่วๆ ไป น้ำสลัดนี่ก็มั่ว ทำไปทิ้งไป กว่าจะได้ก็เสียไปเยอะ แต่พอได้แล้ว มันกลายเป็นสูตรของเรา ที่ใครจะจดไปทำมันก็ออกมาไม่เหมือนกันอยู่ดี


ไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาหาร โต๊ะ-เก้าอี้ไม้ในร้าน ได้ถูกต่อจากฝีมือของช่างทำเรือที่เขาเลือกเอง
ไอ้คนทำโต๊ะนี่ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะ ไม้ไม่ดีมันก็ไม่ทำ แต่ฝีมือเขานี่ต้องยอมรับ ตู้แช่เค้ก จาน ช้อน ที่ล้วนมีเรื่องเล่าและที่มาที่เฟ้นหามาทั้งนั้น ส่วนประกอบในร้านเล็กๆ จึงดูลงตัว ภาพที่ใครๆ เห็น เหมือนเคาะออกมาจากหัวของเขา

วันนี้โชคดี เพื่อนของพี่ปุ๊ยที่เคยทำร้านอาหารและขายเหล้ามาด้วยกันแวะมาเยี่ยมจากกรุงเทพ และก็มีแม่ครัวมือหนึ่งของเขา แวะมาเยี่ยมพูดคุย พร้อมยืนยันความพิถีพิถันในการเลือกแต่ละอย่าง ใส่ใจทุกกระบวนการ

"เล็บยาวไม่ได้เลยนะ แกจะเข้ามาในครัว เดินขอดูเล็บทุกคน" แม่ครัวพรว่าอยางนั้น

ทะลุบุคลิกภายนอกที่ดูหยาบๆ ห่ามๆ เสื้อแสงไม่ใส่ ใครๆ ก็ไม่มองตรงนั้น เขาว่าลูกค้าเขาเข้าใจ ยอมรับเขาได้ แต่ถ้าลูกค้าใหม่คงมีเคืองๆ กับวิธีการของเขา

แต่พอมองทะลุเข้าไปแล้ว วิถีทางที่ดูง่ายๆ กลับมีเสน่ห์น่าสนใจ และไม่ง่ายที่จะทำให้คนอื่นเห็นจนอิจฉา

ยิ่งกว่านั้นผมคิดไปได้ว่า คนเราควรค้นหาสูตรของตัวเองด้วย ไม่ว่าเรื่องไหนๆ อาหารสักอย่างปรุงด้วยวัตถุดิบเหมือนๆ กัน แต่ออกมาหน้าตารสชาติกลับต่างกัน ด้วยต้นทุนความเป็นตัวเองมันย่อมแตกต่างกัน ไฟที่ขับเคี่ยวอยู่ภายในก็ต่างกัน

มันยากเกินไปสำหรับผม แม้เคยคิดฝันถึงร้านแบบนี้ แม้มันจะไม่ใหญ่โตนักก็ตาม แต่กับพี่ปุ๊ย คุยกันมา ผมยังไม่เคยได้ยินว่า ร้านนี้เป็นความฝันที่อยากทำ

แต่ความจริงจังและการลงมือทำ ชัดเจนมากกว่ากับการตั้งโจทย์ว่าอะไรเป็นความฝัน บางทีเราควรค้นหาคำตอบให้ตัวเองกับโจทย์ใหม่ซึ่งไม่ใช่โจทย์แบบเดิมๆ การลงมือค้นหาและทำมันให้ชัดเจนขึ้นทุกวันนั่นอาจเป็นคำถามและคำตอบที่แท้จริง

.

.

 

 

Six Oclock
(หกนาฬิกา)

แหลมแท่น
บางแสน
ชลบุรี

เปิดทุกวัน
อาหารเช้า 6.00-11.00 น.
กาแฟและเค้ก 11.00-20.00 น.

 

 

.

..

 

Instant Coffee Blues,Guy Clark

.

Motigo Webstats - Free web site statistics Personal homepage website counter

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คุณ lonely syndrome เป็นคนโชคดีมั่กๆนะค่ะ ได้อยู่กับทะเลทุกวัน จะขี่จักรยานชมทะเลเมื่อไหร่ก็ได้


ทุกคนล้วนมีฮีโร่เป็นของตัวเอง
ก้อนหินมีฮีโร่ในดวงใจเยอะมากเลย
หนึ่งในนั้น คือ โดราเอมอน ยิ่งวันนี้ด้วยแล้วอยากเจอแมวสีฟ้าที่น่ารักที่สุดในโลกเป็นพิเศษ อยากติดคอปเตอร์ไม้ไผ่ บินไปบางแสนจัง ก็ภาพที่เห็น ทำให้ก้อนหินน้ำลายไหลนี่นา

คุณ lonely syndrome เป็นหนึ่งในฮีโร่ของก้อนหินด้วยนะ นอกจากความสามารถหลากหลาย ที่ทำให้ก้อนหินอึ้งแล้ว คุณ lonely syndrome ยังมีสิ่งสำคัญที่ฮีโร่ทุกคนต้องมี ก็คือเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรม เท่ห์มากเลยค่ะ


ก้อนหินไม่แปลกในในความสำเร็จ ของร้าน six o'clock เลย ถ้าใครทุ่มสุดตัวอย่างพี่เค้า ก็ต้องสำเร็จเป็นธรรมดา ถ้าวันไหนก้อนหินได้ไปบางแสนนะ จะแวะไปที่ร้านนี้แน่นอน ก้อนหินชอบที่พี่เค้ารักครอบครัวและรักแม่มากเลย เจ้าของร้านไม่ใส่เสื้อไม่เป็นไร รักแม่ก็พอแล้วค่ะ

ก้อนหินเชื่อว่าสักวันฝันของคุณ lonely syndrome จะต้องเป็นจริงค่ะ และขอให้ฝันของคุณ lonely syndrome เป็นจริงนะค่ะ

#1 By ก้อนหินรูปหมู (58.136.98.19) on 2007-03-29 05:30

บรรยากาศอบอุ่นสุนทรีย์

#2 By นายฉิม on 2007-03-29 08:07

มีความสุขในการได้กินงา่ยถ่ายคล่อง

น่ากินซักแก้ว

#3 By rafilmstruck on 2007-03-29 08:54

ฟังเพลงแจ่มๆและจิบโอวัลตินอุ่นๆ
มันเข้ากันหรือเปล่าไม่รู้ แต่อุ่นท้องดีในเช้าวันฝนพรำ
โชคดีนะเนี่ยที่ฝนไม่ตกเมื่อเช้าตรู่
แต่ถึงจะตกก็คงไม่เป็นไรไปมากกว่าเปียกน้ำฝนหล่ะนะ

มีรุ่นน้องบางคนแวะเวียนมาที่ร้านบอกว่า โห ชีวิตเจ๊นี่ฝันเราเลย
เอ่อ เจ๊ก็ฝันต่อไปได้เรื่อยๆ บางวันก็หนีไปฝันอย่างอื่น
บางวันก็ เออ ก็มีความสุขดี
หายใจปลอดโปร่ง ไม่ทะเยอทะยานนัก
ทำงานที่เรียกว่าสร้างสรรค์หรือเปล่าก็ไม่รู้
เพียงแต่ต้องหามุขใหม่ๆมากล่อมให้คนไข้กินยาให้ถูกต้องทุกๆวัน
ก็ฝันเสร็จไปทีละวัน หลับเสียหนึ่งตื่นก็ลืมตามาฝันใหม่

มีเพื่อนสนิทไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย
ที่บ้านเขาก็ฐานะใช้ได้เลย แต่เขาเลือกเข้าทำงานพิเศษในร้านกาแฟ
จากเด็กเสิร์ฟแล้วได้เลื่อนมาอยู่หลังเคาน์เตอร์
ในที่สุดก็ได้เป็นคนชงกาแฟในปีที่สองที่ทำงานพิเศษ
ตอนนี้กลับมาทำงานตามที่ร่ำเรียน
..แต่ฝันเรื่องร้านกาแฟของเขาก็ยังคงหอมฟุ้ง
บางวันพาฝันเรื่องทำขนมของฉันหอมจัดตามไปด้วย
ตื่นมาคุยกันทางหน้าจอแต่เช้า เพื่อนแอบอ่านบล็อกคุณบ่อยๆ
เขาบอกว่าร้านนี้โอเคนะ ถามว่าทำไมเคยไปกินรึ
เพื่อนฉันไม่เคยผ่านไปทางนั้นเลย เขาบอกงั้น

"แต่บางร้านมั่วนิ่มเอาผงโกโก้โรยบนฟองแคปูชิโน่แทนอบเชยสิ"

โฮะๆ ความรู้ใหม่ของคนไม่ดื่มกาแฟ

อืมม ไม่เคยลองผันชื่อจันรำไพเลยค่ะ
จริงๆด้วยเนอะ ถึงตอนนี้ฉันยังจำชื่อลูกๆของเธอได้อยู่เลย
โปรดปรานเรื่องของเธอมาก สักวันน่าจะเขียนให้ได้แบบนั้น
อย่างนี้เรียกว่าฝันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

ทำในสิ่งที่มีให้เป็นอย่างฝัน
ฝันเล็กฝันน้อย จิบบ่อยๆค่อยๆฝัน
จริงทีเดียว...
"สูตรชีวิตคิดไม่ได้ด้วยความฝัน"
แต่ทว่า...
หลายคนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความฝัน
"เพราะฝันฉันจึงมีอยู่"
เพียงเราต้องเราปรุงความฝัน
ให้กลมกล่อมเท่านั้น..
ต้องลงมือทำใช่ไหม๊คะ Mr. Lonely

#6 By blue (202.5.89.60) on 2007-03-29 10:47

เจ้านั่นคือคาปุชชิโนใช่หรือเปล่าเจ้าคะ ฟองหนานุ่มดีแท้ ว่ากันว่าถ้าวางช้อนกาแฟได้โดยไม่จม ถึงจะเพอรเฟค
คุณขวัญไม่ค่อยได้ไปลองวางช้อนที่ไหนกะเค้าหรอกเจ้าค่ะ เพราะว่าลำพังฟองเอสเพรสโซ๋ร้อนคงไม่หนาพอวางช้อนหรืออะไร
ส่วนฟองนมเคยลองฝึกทำทุกวันจนหนานุ่มได้ที่น้ำร้อนลวกมือก็หลายที ...
ถ้าคุณขวัญเปิดร้านกาแฟคงเป็นคุณเจ้าของร้านที่น่ารักประมาณหนึ่งเป็นแน่แท้
.
ว่างๆ ซักปี-2ปีข้างหน้าจะแวะไปรบกวนเลี้ยงดูปูเสื่อด้วยนะเจ้าคะ กินไม่จุจริ๊ง จริง
ไปชงกาแฟสำเร็จรูปมาประทังความอยากไปพลางๆ

.....
รู้สึกนิดๆว่าความเห็นจะไม่ค่อยตรงกับบรรยากาศบล็อค เอาน่าหยวนๆ

#7 By walk my own way ^^ on 2007-03-29 12:22

ดีจังค่ะ ไปไหนแต่ละทีเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตมาเต็มเปี่ยม เจ้าของร้านกะสไตล์แต่งร้านดูต่างกันแบบสุดโต่งเลยนะคะ พระพุทธเจ้าจึงสอนว่าอย่าเชื่อเพราะตาเห็นหูได้ยินฯลฯ ซึ่งจริงตลอดกาลเลยนะคะ

#8 By Zuni on 2007-03-29 14:07

อืม... งานเขียนของคุณไม่ธรรมดา

พี่ว่าคุณเป็นคอลัมนิสต์แหง ๆ ละ (คิดว่าน่าจะเดาถูก แต่เคยเดาไปสักครั้งหรือยังเนี่ย)

ชอบอ่านงานเขียนแบบนี้ค่ะ แล้วก็ชอบเพลงที่คุณใช้ประกอบเรื่องด้วย

ขอบคุณนะ
น่าลองแวะไปอุดหนุนบ้าง

#10 By alienboon on 2007-03-29 16:08

อ่านไปแล้ว อ่านกลับ อีกรอบ
เหมือนได้กลิ่น กาแฟลอยมา
หรือคิดไปเองก็ไม่รู้
............................................
สุดท้ายแล้วก็ ไปชงกาแฟจนได้

#11 By a tell of wind on 2007-03-29 21:11

สะดุดที่ตอนท้ายอย่างแรงค่ะ

#14 By boomraky (125.27.4.77) on 2007-03-29 21:33

แล้วจะไป
แต่คงไม่ใช่ ตอน หกโมงเช้าแน่นอน

#15 By friday on 2007-03-29 23:13

มีเพื่อนอยู่ชลบุรีเหมือนกัน เดี๋ยวจะให้มันลองแวะไปครับ เขียนจนอยากจะลงไปเที่ยวจริงๆ ซะแล้ว

#16 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-03-30 09:21

ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญค่ะ
เหมือนต้องมนต์จากตัวอักษรของคุณ lonely ขอบคุณนะคะที่มีงานเขียนสวย ๆ มาแบ่งปัน
ชอบมากค่ะ

#17 By dylan (203.113.28.138) on 2007-03-30 09:46

แอบเข้ามาอ่านเกือบทุกวัน..
อ่านแล้วอ่านอีก ..

มีความสุขทุกครั้งที่เข้ามาที่นี่

ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้คนเหงาๆอย่างฉันได้มีโอกาสสัมผัสกับความอบอุ่นภายนอกบ้าง/

#18 By มะปราง (58.136.197.254) on 2007-03-30 16:51

เพิ่งมีเวลาเข้ามาครับ...

ก้อนหินรูปหมู,

แรงบันดาลใจในคนเล็กๆรอบตัวเรามีมากจริงๆ นะครับ
ผมว่า ผมสุขง่ายๆ กับเรื่องแบบนี้
เอาเป็นว่า จะมาเล่าเรื่อยๆ นะครับ
คงไม่เบื่อไปก่อน

นายฉิม,
แวะมาแบบนี้ ทิ้งข้อความไว้แบบนี้

refilmeฯ,
อืมม์...แก้วนั้น...เหนือคำบรรยาย

#19 By อากาศกวี on 2007-03-30 23:26

คุณจูน,
สิ่งที่เราทำกับสิ่งที่เราฝันมักจะยังไม่เสมอกันสักที
ใครๆก็ว่าอย่างนั้น
และฝันของใครๆ ก็มาตรงกับสิ่งที่เราทำ
และสิ่งที่เราอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำก็ดันไปตรงกับของใครๆ
มันน่าจะมีเครื่อง หรือวันเวลาแลกเปลี่ยนความฝันกันบ้างนะครับ
เราจะได้ทดลองเปลี่ยนกันไปมาดูก่อน

แต่ความจริง ถ้าเรามีความรู้สึกดีกับมันจริงๆ
และได้ลงมือทำเล็กๆ น้อยๆ ก็น่าจะบรรลุไปบ้างแล้ว

คุณ Blue,
เห็นด้วยครับ
แต่บางครั้งก็ยังขี้เกียจอยู่เลย

คุณน้องขวัญ,
ถ้วยนั้น เวียนนิสแคปปูชิโน่
วิฟครีมบนฟองนมอีกชั้น
หวานมัน เข้ม ข้น สด ได้เรื่องจริงๆ
และมาเลย

คุณ Zuni,
ร้านนี้ไม่หรูนะครับ เรียบๆ บ้านๆ
กันเองมากๆ แต่เค้ก กาแฟ สมบูรณ์แบบ

#20 By อากาศกวี on 2007-03-30 23:36

คุณ holmeshome,
เปล่าเลยครับ
อาชีพผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเขียนแต่อย่างใด
เรื่องที่เขียนไปก็เล่าตามที่ประสบจริงนะครับ
ผมเขียนไม่ได้เลยถ้าไม่ได้พบอะไรจริงๆ
และมันคงเป็นบันทึกมากกว่าจะเป็นงานเขียนนะครับ
แต่สิ่งที่คุณชอบ ยกให้ผู้ที่เขียน เจ้าของเรื่องในภาพก็แล้วกันนะครับ

คุณเอเลี่ยนบุญ,
ไปสิครับ แต่ถ้าอยากนั่งสบายๆ เงียบๆ
ต้องหลังบ่ายนะครับ

คินวุน-คุณวินด์,
ขนาดนั้นแล้วต้องไปชงอีกหรอ
ล้อเล่นนะครับ

นกฮูก69,
ให้เพื่อนคุณทดสอบร้านนี้ก่อนก็ได้
ว่าแต่ ผมคิดถึงร้านสวนนม ซอยวัดอุโมงค์นะครับ ยังอยู่ไหม

คุณ dylan,คุณมะปราง,
ดีใจนะครับ ที่แวะเข้ามาอ่าน
ยินดีที่เรื่องราวที่เล่าจะทำให้ใครๆได้อ่านแล้วรู้สึกดี
จริงๆ นะครับ ขอบคุณครับ


#21 By อากาศกวี on 2007-03-30 23:53

บทสรุปความฝันกับความจริง
ช่างตอกย้ำคนที่ดีแต่ฝันอย่างเราอย่างจังเลย

#22 By moodee on 2007-03-31 00:24

เรื่องวันนี้ เหมือนกับ เวียนนิสแคปปูชิโน่ หน้าตาชวนให้ลิ้มลองแก้วนั้นนะคะ

อ่อนโยน นุ่มนวล เหมือนวิปครีม ที่อยากจะเอาช้อนไปตักเนื้อครีมมาลิ้มเบาๆ

กลมกล่อม หอมคำคม เหมือนรสชาติกาแฟ

น่าอ่านมากเหมือนทุกทีค่ะ

#23 By ต้องตา (124.120.186.41) on 2007-04-01 02:08

เพิ่งได้แวะเข้าไป และเห็นข้อความของคุณในนั้น เห็นครั้งแรกต้องขยี้ตานึกว่าตาฝาด โดนจับได้ซะแล้ว

ดีใจค่ะที่ชอบบทกวี ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยม

#24 By ต้องตา (202.28.169.165 /10.8.2.62) on 2007-04-01 16:00

วันนี้ไปผ่านหน้าร้านคุณลุงแกมาด้วยแหละ แต่ไม่มีโอกาสแวะชิม

#25 By karaveak on 2007-04-01 16:19

ถ้ามีโอกาส ผ่านไป แหลมแท่น บางแสน
จะลองแวะไป รับกาแฟหอมกรุ่น สักแก้ว
เรา ชอบนั่งร้านกาแฟ ยิ่งถ้ามีบรรยากาศ ดีๆ เหมือนเป็นกำไรให้ลูกค้าได้ นั่งสบายๆเพลินๆ จิบกาแฟไปด้วย จิบตัวหนังสือที่พกพาไปด้วย เฮ้อ แค่นี้ ก้อรู้สึกดี สำหรับ 1 วัน ละ

#26 By CC (203.155.150.21) on 2007-04-24 07:37

" Let's pain our whole lives with hot brusting colours of joy "

#27 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.121.27) on 2007-05-18 00:10

ว้ายๆๆๆ ผิดหง่ะขอโทษคะ
นี่มันต้องเป็น "bursting " ต่างหาก

#28 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.121.27) on 2007-05-18 00:13

อืม...
พุธนี้ ได้ฤกษ์ไปทำภารกิจสำคัญใกล้ๆแถวนั้น จะลองถามทางไปชิมของหวานดู.

#29 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.126.4) on 2007-09-17 17:45

โชคดีมากๆที่เมื่อกลางวันนี้ไปแล้ว ได้เจอคุณเจ้าของร้านตัวจริงเสียงจริง คุณพนักงานก็น่ารักเป็นมิตรดี พี่เค้าน่ารักนะคุยให้ความรู้อยู่ตั้งนาน เอาไว้ปีหน้าจะไปลองชิมแฮมเบอร์เกอร์เมนูสูตรใหม่ของทางร้านนะคะพี่ปุ๊ย.

#30 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.131.180) on 2007-09-19 18:15