ที่ๆ ทุกคนเดินเวียนขวา

posted on 02 May 2007 23:09 by lonelysyndrome  in Nepal

.

มันเป็นเพียงลมเย็นวูบหนึ่งที่พัดผ่านมา
ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น แล้วมันก็จะผ่านไปจากชีวิตคุณ


เป็นเพียงแค่สายลม
, fool stop
ภิญโญ ไตรสุริยธรรม

.

.

โอม มณี ปัทเม หุม
เสียงสวดมนต์อยู่ในภวังค์ของใครหลายๆ คน ณ ลานโล่งรอบสถูปขนาดใหญ่ที่ชื่อ
โพธินาถ(Bodhnath)

บางคนกำลังเดินภาวนาไปรอบๆ สถูปขนาดใหญ่สีขาว หญิงชราชาวธิเบตกำสร้อยลูกประคำไว้ในมือ นิ้วหัวแม่มือกำลังขยับลูกประคำเลื่อนลงไปทีละลูกๆ ช้าๆ พร้อมกับค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าวไม่รีบร้อน

ลานโล่งเปิดกว้างในเช้าวันนั้น ท้องฟ้าแจ่มใส เสียงรถลาขวักไขว่ที่บีบแตรดังสวนกันไปมาภายนอกแทบไม่เล็ดลอดเข้ามา ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ทิวธงผืนเล็กๆ ที่เรียงตัวอยู่บนเส้นเชือกระโยงระยางจากยอดสถูปลงมาคลุมบริเวณลานโล่ง และบ้านเรือนบริเวณนั้น ยังคงปลิวสะบัดส่งถ่ายมนต์ตราที่อยู่บนผืนธงขนาดเล็กสีเหลือง น้ำเงิน แดง และขาว ไปสู่ชีวิตผู้คนโดยรอบ

นั่งมองดูใครๆ ค่อยๆ เดินเวียนขวาไปพร้อมๆ กันอย่างเพลิดเพลิน แม้ว่าจีวรจะมีสีต่างกันกับเถรวาท แม้พระบางรูปจะใส่ไนกี้ หรือกำลังจะวางสายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภาพแบบพระมหายานที่นุ่งห่มจีวรสีเลือดหมูเข้มก็ทำให้โพธินาถดูยังอิ่มศรัทธาได้บ้าง

หรือแม้ว่าคาเฟ่ที่หันหน้าชนกับสถูปจะยืนจ้องมองกันอยู่ ตาที่สามตรงส่วนบนนั้นแม้จะเพ่งมองลงมาเบื้องล่าง จ้องมองนิวออลีนคาเฟ่อย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน ตาที่สามก็ยังไม่กระพริบลงสักครั้ง

.

เสียงสวดภาวนายังคงอึงอลอยู่ตลอดเวลา กระทั่งว่าอาจสืบต่อเนื่องมายาวนานและยังไม่เงียบลงสักคราครั้ง

เหตุใดชาวธิเบตจึงไม่ญาติดีกับจีน ป้ายโปสเตอร์แผ่นนั้นชวนตั้งคำถาม
China,Get out of Tibet
ถ้อยความสั้นๆ ที่สกรีนด้วยตัวหมึกสีแดงโปรยลงบนกระดาษโปสเตอร์สีดำ

ความไม่ญาติดีอาจไม่ได้นำมาซึ่งสงครามหรือความรุนแรง ผู้นำทางจิตวิญญาณอย่างท่านทาไล ลามะ ยึดสันติวิธีมาตั้งแต่ต้น แม้ชาวธิเบตจะล้มสลายแตกกระสานกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่แถบนั้นทั้งอินเดียและเนปาล

บางคนจีนรุ่นใหม่ที่เดินอยู่บนลานโล่งจะรู้สึกอย่างไร อยากวิ่งเข้าไปถามให้รู้บ้าง

แต่เห็นใบหน้าก็บอกถึงความรู้สึกบางอย่างออกมา คงคล้ายกับเราคนไทยที่ได้ไปเดินอยู่ในวัดพระแก้วที่เวียงจันทร์ กับสิ่งที่ชาวลาวได้สูญเสียสิ่งที่รักอย่างพระแก้วมรกตให้กับคนไทย

ในขณะที่ประวัติศาสตร์ก็ยังทำหน้าที่เล่าเรื่องราวต่อไป เราก็อดเศร้าใจไปด้วยไม่ได้

.

.

ที่เศร้าใจเพราะเรื่องราวในอดีต ที่ย้อนคืนกลับมาแก้ไขไม่ได้ หากแต่สำนึกบางอย่างยังฝังใจอยู่ถึงความเลวร้ายของการรุกราน

สิบเอ็ดนาฬิกา ร้านรวงขายของที่ระลึก โปสการ์ด ธงหลากสี ลูกประคำ สร้อยข้อมือ ภาพวาดทังก้า เยอะแยะเรียงรายโดยรอบสถูปโพธินาถ

ตลาดนัดทางจิตวิญญาณ บางคนกล่าวว่ากันอย่างนั้น เพราะเครื่องรางทางธิเบตคล้ายเป็นแฟชั่นที่ยังคงฮิตและฮอตมาไม่รู้กี่ยุคสมัย

ข้อมือฝรั่งบางคนเต็มไปด้วยลูกประคำไม้สีน้ำตาล ที่คอก็มี แต่น่าสนใจกว่าคือฝรั่งหัวทองไม่ค่อยแยกแยะเลยว่า ฮินดู พุทธ หรืออะไรที่นอกเหนือจากนี้

เห็นๆ นุ่งห่มส้มๆ เหลืองๆ แดงๆ เหมาเอาเป็นพระไปหมดไม่ละเว้นกระทั่ง นักบวชฮินดูที่นุ่งผ้าสีส้มแป๊ด เรี่ยไรเงินอยู่ริมฟุตบาทยังคิดว่าเป็นพระ

แต่ว่าก็ว่าเถอะ พระบางรูปนุ่งห่มจีวรรู้ทั้งรู้ว่าเป็นพระและสวดมนต์ ใช่ว่าจะมีธรรมะกันซะทุกรูป!!
.
และพระรูปหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า กำลังเดินภาวนาตามความเชื่อแบบธิเบต ด้วยการเดินหนึ่งก้าวแล้วหมอบลงราบกับพื้นและลุกขึ้นนมัสการหนึ่งครั้ง แล้วลงไปหมอบราบใหม่

อยู่อย่างนั้นจนเห็นสันมือและจุดที่สัมผัสพื้นด้านหนากว่าปกติ เสียงภาวนาก็ยังดังต่อเนื่อง ไปพร้อมๆ กับชาวพุทธที่กำลังเดินรอบสถูปแห่งนี้ต่อไปเรื่อยๆ

.

.

บางทีอาจไม่บ่อยนักที่เราต้องมนต์และถูกสะกดให้นิ่งกับความศรัทธาที่ไม่สามารถมองเห็นแต่จับต้องได้ เช่นวันที่ดิน ฟ้า อากาศ และใจได้ปลอดโปร่งเปิดรับว่ามันมีอยู่จริง

และเสียงภาวนายังชัดเจนลอยวนเวียนไปในอากาศอยู่อย่างนั้น ทั้งๆ ที่คนละภาษาแต่ทำนองของมันก็ชวนให้หยุดฟังจากข้างใน

โอม มณี ปัทเม หุม
.
.
..


สถานที่ : โพธินาถ (Bodhnath) อยู่ทางจากทาเมลในเมืองกาฐมาณฑุ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 7~ 8 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถแท็กซี่ประมาณ Rs100 (50 บาท) เสียค่าเข้า Rs100


จากข้อมูลว่ากันว่า โพธินาถ เป็นสถูปหรือเจดีย์ที่มีฐานขนาดใหญ่เกือบหรือน่าจะใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียใต้


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากเดินทาง

รู้สึกว่าโลกของตัวเองมันช่างแคบนัก

#1 By เจ้าชายน้อย on 2007-05-03 00:00

สนุกดีนะครับ เรื่อยๆกับชีวิตที่มีความสุขกับการเดินทาง

#2 By นายฉิม on 2007-05-03 08:35

...

ยิ่งก้าวยิ่งไม่หยุด
ค้นหาเรียนรู้ความแตกต่าง
อิจฉานักเดินทาง

...

เหลือตัวกะจ้อยล่อยเลยค่ะ

#3 By กะจิ๋วหลิว on 2007-05-03 10:08

แวะมาเยี่ยม สบายดีนะคะ

#4 By minifat@magicmoment on 2007-05-03 10:25

เนปาลน่าไปเหมือนกันนะคะ
แต่ว่าคราวหน้าจะไปเที่ยวอีกเขียนระหว่างเดินทางจะดีกว่านะคะ
15 วัน นี่รอนานเหมือนกันค่ะ

#5 By blue (202.5.89.60) on 2007-05-03 13:05

อยากไปสัมผัสแบบนี้มั่งจัง
แต่อย่างแรกต้องหางานทำเพื่อเก็บเงินก่อน ๕๕๕๕
นักเดินทาง

ออกก้าวค้นหา ..
อยากไปบ้าง

#7 By wake me up on 2007-05-05 00:02

#8 By (210.246.80.45) on 2007-05-05 01:59

เดินทางให้สนุกนะคะ

#9 By Blues Traveler (210.246.80.45) on 2007-05-05 02:00

ไปยืนอยู่อย่างนั้นให้รู้สึกคนเราจะตัวเล็กลงไปเลยนะคะ

ไม่รู้ว่าถ้าได้ไปยืนนิ่งๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศนั้น
ความศรัทธาจะพาให้ตัวเองขยับไปกับเรื่องราว
และเวลาที่ค่อยๆ ขยับห่างออกไปอย่างไร

เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า สถานที่บางแห่งที่อินเดีย
(เส้นทางสังเวชนียสถาน) .. รื้อใจที่สับสนปนเป
มารวมกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า น้ำตาไหลเฉยเลย ..

#10 By moodee on 2007-05-05 09:52

งั้นคงต้องเร่งเก็บสตางค์พาตัวเองไปยืนที่นั่น และยอมโดนสะกดอยู่ภายใต้ความศรัทธาจากมุมหนึ่งของโลกที่ยังคงเหลือด้านแห่งศาสนา วัฒนธรรมและการค้นหาการเดินทางที่ยังเป็นวิถีแห่งเส้นขนานไปพร้อมกับการเปิดเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนจัยมากขึ้นของคนทั่วโลกที่มีส่วนผสมอันหลากหลายเรียบง่าย และแปลกตาบรรยากาศรายรอบตัวคงไม่ดูอึดอัดเหมือนบางที่ๆกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดำเนินด้วยธุรกิจไปแล้ว

#11 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.129.131) on 2007-05-05 18:43

#12 By CC (203.155.186.221) on 2007-05-21 21:53

อืมพอได้เริ่มต่อแถวซื้อตั๋วเข้าไป
ใช่เลยกลิ่นและความทรงจำเก่า
เหมือนช่วงไปธิเบตเปี๊ยบเลย
เดินเก็บรูปจนหมดมุมถ่ายแล้ว
คืนนั้นกลับมา ไมเกรนขึ้นเลย...sad smile

#13 By รายละเอียดที่หายไป... (58.9.123.248) on 2008-10-11 02:44