.

แม้ดวงตาของเราจะแดงกร่ำร่ำไห้
ก็หาได้หมายความว่า สายฝนจะต้องพรำลงทุกเมื่อ


ลม ฟ้า อาหาร
,
โตมร ศุขปรีชา

.

.


Good morning, Kathmandu Nepal

.

.

.

นายา-บัสปาร์คครับ ผมบอกสามล้อถีบให้ไปส่งที่นั่นในเช้าวันนั้น

ภาพกาฐมาณฑุบนรถสามล้อค่อยๆ เคลื่อนไหวไปช้าๆ จังหวะของคนถีบเคลื่อนที่ด้วยการโยกตัวขึ้นลงไปมา ขณะที่เช้าเดียวกัน บางคนอาจเริ่มต้นจากกาฐมาณฑุมุ่งสู่โพคาราด้วยรถทัวร์ลิสต์บัสที่จอดอยู่ไม่ไกลจากที่พักย่านทาเมล

ถนนบนทางที่เราเลือกใช้จึงต่างกัน!

จากย่านทาเมลผ่านตรอกซอกซอย ร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ยังปิดเงียบอยู่ ผ่านเข้าชุมชน ตลาด ผู้คน เสียงหวีดปากที่ใช้ต่างจากแตรของคนถีบดังออกมาเป็นระยะเมื่อต้องการเตือนคนที่เดินอยู่ข้างๆ ไปมา

จากตรอกเล็กๆ ออกมาสู่ถนนใหญ่ รถราวิ่งกันควันโขมง เสียงแตรจากสารพัดทิศทางดังชวนตื่น
!


แล้วสามล้อก็มาจอดอยู่ริมถนนสายหนึ่ง เขาชี้ไปฝั่งตรงกันข้าม
นายาบัสปาร์ค


ตราบที่ยังเดินทางด้วยต้นทุนต่ำ ไร้คนนำทาง จังหวะที่วุ่นๆ คล่ำหาทางไป หลงทางจนเป็นปกติ เรื่องเสียเวลากลับกลายเป็นเรื่องบันเทิงสนุกสนาน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปคันไหน มองป้ายหน้ารถก็ไม่มีภาษาอังกฤษสักตัว แล้วคันไหนไป
โพคารา
นึกสงสัยว่าจะเริ่มต้นยังไง

ยังไม่ทันเข้าสู่ตัวชุมทางสถานีรถด้วยซ้ำ เสียงหนึ่งก็แว่วมา
โพคระๆๆๆๆๆ
เสียงนั้นรัวลิ้นมาไม่หยุดหย่อน หันไปมอง

เป็นรถเมล์ที่คันโตมากๆ สีสันพราวไปทั้งคัน คนค่อนคันนั่งอยู่แล้วบนรถ ต้นเสียงหันมาแต่ยังท่องประโยคเดิมอยู่ และหยุดตรงหน้า
ไปโพคารา?
ผมถาม

แน่นอน
!!
รถเมล์คันโตนี้กำลังจะไปโพคารา

..


Local bus, Kathmandu~Pokhara

.

บนรถมีเบาะว่างๆ อยู่หลายที่ ผมเลือกที่นั่งคู่ด้านหน้าหลังคนขับ ไม่ช้ารถก็กระเพื่อมตัวออกพร้อมกับเนปาลีซองค์ที่เปิดครึกครื้น

ถนนทอดตัวออกจากเมืองหลวง ผู้คนบนรถสวมเสื้อผ้าหลากสีสัน ส่าหรีบางๆ พลิ้วไหวไปตามแรงลมที่พัดเข้าทางหน้าต่าง แดดออกบ้างแล้ว

ถนนสายยาวกว่าจะถึงโพคาราใช้เวลากว่าเจ็ดชั่วโมง ผมเตรียมหนังสือมาด้วย ลม ฟ้า อาหารของโตมร ศุขปรีชา ผมว่ามันเหมาะที่สุด อ่านแล้วอ่านอีกยังไม่เบื่อ ซ่อนระยะทางไว้มากกว่าที่คิดไว้

ในบางเมืองบางฉากที่อยู่ในหนังสือ ฉายซ้ำให้คิดถึงสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น และบางสถานที่ก็กำลังให้ความรู้สึกคุ้นเคยได้อย่างแปลกประหลาด ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยหลงทางในเมืองหรือฉากเหล่านั้น

มิตรภาพ อากาศและอาหาร แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปได้ในทุกๆที่ ทุกเวลาผมนั่งมองวิวข้างทางสลับกับอ่านหนังสือเล่มนั้น

ทั้งหมดนี้คือความงามของความไม่คุ้นชิน (น.135) บรรทัดหนึ่งกล่าวไว้อย่างนั้น

บนรถคันโตนี้ก็เต็มไปด้วยความไม่คุ้นชิน คนรอบข้างพูดจาต่างภาษา วัฒนธรรมและศาสนาก็ด้วย ผิว หน้าตาก็ด้วย แต่ก่อนมามีคนบอกว่าเนปาลกับคนไทยนิสัยใกล้เคียงกัน

ความโอบอ้อมอารี น้ำจิตน้ำใจ ไม่แพ้กัน เขาว่าอย่างนั้น ผมหันไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งด้านหลัง ผมคิดถึงคเนศ เด็กหนุ่มชาวเนปาลีที่ไปเป็นพ่อครัวในร้านอาหารที่เมืองจัยซัลเมียร์ ประเทศอินเดีย

นั่นคือเนปาลีที่ผมรู้จักคนแรก และรู้สึกว่าอยากมาประเทศของเขาสักครั้ง

มีเหตุผลต่างๆ มากมายในการเดินทาง ยิ่งเนปาลแล้ว ใครๆ ก็รู้จักประเทศเล็กๆ นี้ในแง่ของความสวยงามของขุนเขา แต่สำหรับผมไม่ใช่
!!
เพราะผู้คนต่างหาก ที่อยากมา

บางคนเลือกที่จะเดินทางระหว่างเมืองในเวลากลางคืน เพื่อไม่ให้เสียเวลา แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลาตลอดทั้งวัน นั่งรถคันนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีบทสนทนาใดๆ เลยก็ตาม เพียงได้เฝ้ามองก็เพียงพอแล้ว
.


Good afternoon Mugling, Nepal

.

.

เมื่อรถหยุดครึ่งทางที่ Mugling เวลาเที่ยงกว่า รถจอดที่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง นอกจากดาลบัทแล้ว ที่นี่ยังมีชอร์มินท์ (Choumin) บะหมี่เส้นกลมคล้ายบะหมี่เจ ผัดกับผักต่างๆ ใส่ไข่ เป็นอาหารเนปาลจานที่สองที่ได้ชิม

ไม่มีพริกป่น น้ำตาล น้ำปลาให้ปรุง เฝือนและจืดสนิท หันไปมองโต๊ะข้างๆ อืมม์...ช่างเอร็ดอร่อยกับชอร์มินท์สีเหลืองเต็มจาน ส่วนคนที่มาด้วยกันกับเขากำลังใช้มือจ้วงลงถาดข้าว คลุกเคล้ากับแกงเครื่องเทศสีเหลืองอ่อนๆ แล้วก็ค่อยๆ หยอดข้าวในมือเข้าปากอย่างชำนาญ

ผมกินชอร์มินท์ถาดนั้นจนเกลี้ยง...เพราะหิว
!!


ผ่านไปยี่สิบนาที เสียงแตรรถก็ดังเรียกคนในร้านกลับขึ้นรถ เพื่อเดินทางต่อ

เมื่อเช้ายังหนาว แล้วจู่ๆ แดดก็แรง ฤดูร้อนของวันมาเยือนแล้ว ยามบ่ายรถยังคงวิ่งไปบนถนนสายนั้น ถ้าเป็นเมืองไทย มันคงคล้ายเส้นทางที่วิ่งไปสู่เมืองน่าน เมืองที่อยู่ริมเนินเทือกเขา

แต่ปลายทางของรถคนนี้อยู่ที่โพคารา เมืองที่นอกจากจะอยู่ใกล้เทือกเขาแล้ว ยังมีเฟวา ทะเลสาบสีน้ำเงินอยู่ในเมือง

หลายชั่วโมงกว่าจะถึงที่นั่น ผมก้มหน้าลงอ่านหนังสือเล่มเดิมต่อ

คุณเคยตั้งใจฟังเสียงของสายฝนไหม

ในบรรทัดแรกของบทที่ชื่อ
จังหวะของสายฝน ก็เริ่มตั้งคำถามขึ้น ไม่บ่อยนัก ผมตอบ ผมไม่ชอบฝนแต่ชอบบรรยากาศของมัน ไม่ว่าจะอยู่เวลาใด ยามเช้า หรือบ่ายที่มีแดดนิดๆ หรือกระทั่งยามค่ำคืน

ฟังแต่ไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่-ถ้าเป็นไปได้ ฝนตกครั้งถัดไปผมคิดว่าจะตั้งใจฟังเสียงของสายฝนให้ชัดเจนสักที

เพราะมีข่าวมาล่วงหน้ามาบอกว่า มีฝนตกที่โพคารา เมื่อแรกยินออกจะหวั่นๆ ใจ แต่คราวนี้จะตั้งใจฟัง ตกลงมาสิ
!


เกือบบ่ายสี่โมง จากสองข้างที่มีแต่ทุ่ง กับทาง รถวิ่งผ่านตัวเมืองแห่งหนึ่ง ผมคิดว่า ที่นี่น่าจะคือ โพคารา ไม่นานรถก็มาจอดสนิทที่ถนนๆ หนึ่ง

แท็กซี่คันเล็กสีขาวหลายคันจอดเรียงรายรอรับอยู่ คนบนรถเมล์ที่เดินทางมาด้วยกันทั้งคันไม่มีใครที่จะไปริมทะเลสาบเฟวา นอกจากผมคนเดียว

แล้วแท็กซี่คันหนึ่งก็พาผมไปส่งที่
รุสติกา เกสต์เฮาส์ ย่านริมทะเลสาบเฟวา ห้องขนาดใหญ่แค่ไม่ถึงร้อยห้าสิบรูปี ผมงีบหลับไปบนเตียงขนาดใหญ่ที่สะอาดเอี่ยมในบ่ายแก่ๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งมาถึง

แล้วเสียงนั้นก็เดินทางมา จากไหน
?
อาจจะมาจากเทือกเขา หรือด้านทะเลสาบ ผมไม่แน่ใจ แต่ลมที่พัดแรงปลุกผมตื่น

เสียงเม็ดฝนพรำลงเบาๆ ก่อนที่จะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ผมนอนฟังเสียงแต่ละท่วงแต่ละท่อนอยู่นานในห้องที่มืดสนิทตั้งแต่ไฟฟ้าดับไป ละอองฝนกระเซ็นเข้าทางหน้าต่างเล็กน้อย

.
.


Fewa lake, Pokhara

.

.

ทั่วบริเวณที่มองออกจากเกสต์เฮาส์ชั้นสาม ไฟดับไปทั้งหมด ทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลก็อยู่ในสายฝน โพคาราก็อยู่ในความมืด ผมออกมายืนอยู่ริมระเบียงตรงนั้นอยู่เป็นเวลานาน

ฝนก็ยังคงตกอยู่อย่างนั้น จากหนักๆ ก็ค่อยๆ เบาบางลง เสียงที่ชัดเจนของฝนที่เคาะลงบนหลังคาก็ค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ ฤดูฝนของวันมาแล้วและอาจจะหมดไปไม่ชั่วโมงนี้ก็ช่วงข้ามคืน

ผมกลับเข้าห้องพร้อมด้วยเทียนไขหนึ่งเล่ม คืนที่ฝนตกหนัก อากาศหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟจากเทียนก็ช่วยให้ห้องดูอบอุ่นขึ้น ตลอดคืนจังหวะของสายฝนคงมีท่วงทำนองของมันไป

.
.


Warming, Rustika Guest house Pokhara

.
แต่ไม่รู้หรอกว่าท่อนจบเป็นไปในลักษณะใด เพราะไม่ทันไรสายฝนและความมืดก็เกลี่ยกล่อมผมจนหลับสนิทก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ที่ดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

.

.

.

.

Sur Sudha,
Festivals of Nepal
Bada Dashain


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เวลาเราชอบตัวหนังสือของใครนะ คำถามที่เราจะถามคนๆนั้นเวลาที่เจอกัน ก็คือ ตอนนี้อ่านหนังสืออะไรอยู่ แนะนำหนังสือให้เราอ่านหน่อย และเราก็จะมีหนังสือดีๆอ่านเสมอเลยค่ะ

คุณ lonelyฯ เป็นคนกด enter หนังสือ เรื่อง ลม ฟ้า อาหาร เข้าไปในรายชื่อหนังสือที่เราอยากอ่าน

เพราะคุณ lonelyฯ บอกว่าคนเนปาลใจดี ทำให้เราอยากไปเนปาลมากกว่าเดิมอีกค่ะ

เราชอบสายฝนนะ เวลาฝนตกเม็ดฝนจะเคาะกระจกหน้าต่างของห้องนอนเราเสมอ เหมือนเสียงดนตรีเลยค่ะ

เราอ่าน entry นี้แล้วรุสึกว่าบรรยากาศโรแมนติกดีค่ะ "สายฝนกับแสงเทียน" และ เรารู้สึกว่าผู้ชายที่สนใจฟังเสียงสายฝนต้องเป็นคนโรแมนติกมากทีเดียว

คนโรแมนติคอย่างคุณ lonelyฯ เราว่า ต้องได้พบกับผู้หญิงที่น่ารักแน่นอน ขอให้มีแฟนสวย น่ารัก และแสนดีนะค่ะ

#1 By ก้อนหินรูปหมู (58.136.98.140) on 2007-05-13 03:03

...

เพลงขับกล่อมฝนพรำ
เริงระบำร่ายร้องหลับไหล
เติมเต็มความงดงาม

...


#4 By กะจิ๋วหลิว on 2007-05-13 08:47


ไม่ได้แวะมาเยี่ยมซะนานเลย
แต่พี่ก็ยังคิดถึงอยู่เสมอนะจ๊ะ

เพลงฟังแล้วชอบจัง สมัยเด็กๆชอบดูหนังอินเดียมากเลยจ้ะ

#5 By P.Pu on 2007-05-13 09:26

เพลงนี้เหมาะกับเอนทรีนี้ดีจังค่ะ
เบาๆ สบายๆ เพราะดี ..
หนังสือเล่มนั้นเขียนประโยคนั้นได้โดนใจดีแท้
" ทั้งหมดนี้คือความงามของความไม่คุ้นชิน "
บางสิ่งบางอย่างแค่มองก็ทำให้เรายิ้มได้และอิ่มใจ
อย่างบอกไม่ถูก ..

ทะเลสาบเฟวา ดูกว้าง เงียบ เหงา สวยเรียบ

รออ่านบรรยากาศของการก้าวเดินที่โพคารา
ด้วยสองเท้าด้วยใจที่เลือกมาและไร้คนนำทางต่อค่ะ..

#6 By moodee on 2007-05-13 09:47

หนังสือกับการเดินทาง
ขอบคุณที่มาช่วยทำให้จิตวิญญาณที่หลับไหลได้โลดเล่นไปกับการเดินทางของคุณ

#7 By ป้าหมู on 2007-05-13 11:03

อืม ทะเลสาบนั่นชื่อเดียวกับเพลงวรรธนานี่นะ

ฉันชอบฝน ชอบมาก คนขี้ร้อนชอบอากาศเย็นสบายเสมอหล่ะ
ฝนเป็นเหตุอันควรให้เราอยู่นิ่งๆนานๆ
เหมือนอะไรดีนะ ยามฝนตกเหมือนเสียงเคาะค่อยๆไล่จังหวะดังขึ้นๆ
เหมือนวงดนตรีที่ค่อยไล่เพิ่มเสียงเครื่องดนตรีขึ้นละชิ้นๆหน่ะค่ะ

เพื่อนอีกคนที่เดินทางไปเนปาลไล่เลี่ยกับคุณเพิ่งเอารูปมาให้ดู
ถามเพื่อนว่าเจอชาวไทยคนอื่นหรือเปล่าที่ต้นทางโพคารา
เพื่อนบอกว่าเจอคนไทยบ้าง แต่ระยะทางไกลไม่ค่อยเห็นคนไทยเดิน
หลังจากดูรูปที่ครึ่งหนึ่งของรูปทั้งหมดเป็นรูป วัว ไก่ หมา จามรี เพราะเพื่อนเป็นสัตวแพทย์
แล้วฉันซักไซ้ข้อมูลจากเพื่อน อืม ไปเนปาลไม่น่าจะยากจริงๆด้วย
ถามเพื่อนว่า ปลอดภัยมั้ยถ้าจะไปกันแค่ผู้หญิง
เพื่อนบอกว่า เนปาลถือว่าปลอดภัยมาก
เรื่องการเมืองก็สงบราบคาบดีแล้ว
หากมีอะไรรุนแรง
ระหว่างคนสี่คน เนปาลี เนวารี ชนเผ่า และนักท่องเที่ยว
...นักท่องเที่ยวจะเป็นคนสุดท้ายที่ทุกๆฝ่ายจะทำร้าย

อาจจะเพราะเมืองของเขา อยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยวกระมัง

เช้านี้ที่นี่ฝนไม่ตก
แต่อาจจะกำลังเคลื่อนตัวใกล้ตกนะเช้านี้
เรื่องของโตมร
เล่มที่ชอบที่สุดดูเหมือนจะเป็น "อารมณ์กาแฟ" ค่ะ
เฟวา คือชื่อทะเลสาบ
และก็อยู่หนังในเรื่อง เฟวา โพคารา ดวงตาความรัก
หนังไทยเมื่อสามปีก่อน
และเพลงเฟวาของวรรธนาก็คือเพลงประกอบหนังเรื่องนั้น

หนังเรื่องนี้น้ำเน่านะ แต่ผมกลับชอบล่ะ
มันดูเกินจริงไปหน่อย
ที่พระเอกจะยอมเสียสละดวงตาเพื่อคนที่รัก!!
แต่ความจริง ในประเทศนี้มีความไม่น่าเชื่อมากมาย
ฝรั่งบางคน อาศัยและอยู่ที่นั่น เหมือนวณิพก
อาศัยอยู่ในกลุ่มเด็กข้างถนน เนื้อตัวมอมแมม
เขาอาจผิดหวัง หรือต้องการค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ เราก็ไม่อาจรู้

ที่เนปาล เต็มไปด้วยโลกที่แตกต่าง

และก็จริง นักท่องเที่ยวจะรอดเป็นกลุ่มสุดท้าย!

#9 By อากาศกวี on 2007-05-13 12:03

มายืนยันว่านอนฟังเสียงฝนใต้ผ้าห่มอุ่นๆ เหมาะที่สุด
ขออนุญาติคอมเมนต์ในเอนทรี่ที่แล้ว เจ้านั่นเป็นมื้อค่ำที่น่ากินมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
อาหารรสชาติดีวางอยู่ตรงหน้าแล้วไฉนเลยเจ้าจึงยังมองข้ามมันไปยังที่นั่งว่างเปล่าตรงข้ามด้วยเล่า
ปล1.ข้าก็ชอบมองเหมือนกันพี่ท่าน
2.ที่เนปาลมี chai มั้ยเจ้าคะ
3.นมัสเต วันอาทิตย์

#10 By walk my own way ^^ on 2007-05-13 13:17

โห...หลับฝันใต้เงาแสงเทียน..เสียงฝน...โอ้พระเจ้า! เอ่อ!มัน มันช่าง.......นะ
อิๆๆ...แอบเห็นด้วย คิดใกล้เคียงมากกะคุณก้อนหินรูปหมูเลย
ช่าย! เพราะสีสันชีวิตของผู้เป็นเจ้าของบ้านนี้แหละ(น่ารักมากๆ)ทัมให้ประทับใจสุดๆ นึกแล้วอยากกลับไปตะลุยอินเดียอีกสักครั้งจัง.
" บางทีให้ฝนมันตกมาตอนที่เราไม่รู้ตัวซะบ้าง มันก็เย็นดีไม่ใช่เหรอ "

#11 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.130.185) on 2007-05-13 14:56

อ่านแล้วอิ่มอกอิ่มใจ
และadd เนปาลไว้เป็นอีกทที่อยากไปรองจากธิเบต ฮาาาา......
อยู่ใต้ฟ้าแต่ก็กลัวฝน ไม่ใช่สิกลัวเปียกน่ะ แต่แปลกนะถ้าเปียกแล้ว เล่นกับฝนสนุกเย็นชุ่มฉ่ำใจจัง
ชอบตอนนั่งริมหน้าต่าง ฝนตกหนักๆ
ดูสายน้ำที่ไหลผ่านกระจก+กลิ่นไอดิน
โรแมนติคเป็นบ้า...
ชอบภาพทะเลสาบจังเลยค่ะ งดงามอย่างกับภาพวาดจริงๆ

#13 By Zuni on 2007-05-13 20:09

ไม่ได้มาเสียนาน ที่นี่ยังคึกคักเหมียนเดิม

#14 By นุ่น (124.120.239.178) on 2007-05-13 20:50

การเดินตากฝนที่ตกเบาๆ ในป่าอย่างเงียบๆคนเดียว บางทีก็ให้ความคิดที่แปลกออกไปจากการเดินบนถนนในเวลาปกตินะคะ...

#15 By cj (124.157.212.191) on 2007-05-13 21:15

อยากพาแฟนไปสักครั้ง

#16 By alienboon on 2007-05-13 23:48

ธรรมชาติจริงๆครับ

#17 By นายฉิม on 2007-05-14 08:50


ในการเดินทาง
ถ้าเลือกได้ ผมก็ขอเลือกกลางวันมากกว่ากลางคืน
เพราะเราจะได้เห็นระหว่างทางที่น่าสนใจครับ

#18 By AkE on 2007-05-14 12:02

ท่าทางที่ทะเลสาปเฟวา จะโรแมนติกน่าดูเลยนะครับ อยากเห็นด้วยตาตนเองสักครั้งเหมือนกัน

#19 By เจ้าชายน้อย on 2007-05-14 12:22

มีใครลงเล่นน้ำในทะเลสาบบ้างไหม๊คะ

#20 By blue (202.5.89.60) on 2007-05-14 16:28

อืม พี่เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบฟังเสียงฝนนะคะ

ชอบกินอาหารพวกเส้นด้วย ถ้ามีโอกาส... พี่คงจะได้ชอบชอร์มินท์แหง ๆ เลยค่ะ เพราะเวลาที่ทานบะหมี่ผัดผัก พี่จะไม่ปรุงรสอะไรเลย...

แอบเห็นด้วยกับหนังสือเล่มนั้น เพราะวันก่อนพี่อ่านหนังสือเรื่อง เด็กหญิงอีดะ จนตาแดงกร่ำร่ำไห้ไม่หยุด ก็ยังนึกเลยว่า เวลาอย่างนี้ ฝนน่าจะตก...

แต่ฝนก็ไม่ตก...

อืม... หวังว่าเวลาที่ฝนตก ที่นั่นจะไม่หนาวสั่นจนเกินไปนะคะ

#21 By Mrs. Holmes on 2007-05-15 01:05

สวัสดียามเช้าค่ะ

เราชอบเพลงนิทานเรื่องเสื้อแห่งความสุขนะ
เราเคยฟังตอนเป็นนิทานเวอร์ชั่นที่พระราชาใส่เสื้อล่องหนด้วย เราชอบนิทานเรื่องนี้เช่นกัน
เราเชื่อว่าทุกคนมีความสุขได้ ถ้าเพียงคนๆนั้น "เลือกที่จะมีความสุขค่ะ"

เราแปะเม้นต์ที่ นิทานเรื่องเสื้อแห่งความสุขไม่ได้ แปะที่นี่แทนล่ะกัน

ข้างบนเป็นเม้นต์ของ entry ถัดไป
ส่วนข้างล่างเป็นเม้นต์ของ entry นี้ค่ะ

แสงเทียนสวยจัง

#22 By ก้อนหินรูปหมู (58.136.98.58) on 2007-05-15 05:57

อืมๆงืมๆๆ
หาที่ comment เสื้อแห่งความสุขไม่ได้เหมือนกัน เลยแอบมาต่อท้ายคุณก้อนหินรูปหมูด้วย...อิๆๆ
" บางทีสายลมเย็นของความสุขในจิตใจก็เกิดขึ้นได้...เพียงแค่จะเลือกที่จะคิดเท่านั้น " (เข้านอนดึกๆรักษาสุขภาพด้วยนะคะ)

#23 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.128.28) on 2007-05-15 13:23

รบกวนช่วยลบ comment no.22 ของเราให้ด้วยค่ะ
เราขอโทษนะค่ะ เราไม่ได้ตั้งใจ รู้สึกอายมากเลย ขอบคุณมากนะค่ะ

#24 By ก้อนหินรูปหมู (58.136.98.58) on 2007-05-15 19:17

ไม่เป็นไรหรอกครับ
ขอบคุณความคิดเห็นคุณมากกว่า

#25 By อากาศกวี on 2007-05-15 20:47

อิๆๆๆ

#26 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.130.188) on 2007-05-15 20:56

เอ่อ...

กำลังจะมาเล่านิทานเรื่องพระราชากับเสื้อล่องหนกะเขาเหมือนกัน...



#27 By Mrs. Holmes on 2007-05-16 01:50

อ่านแล้ว ได้ยินเสียงฝน
กลิ่นไอดิน
กลิ่น ไอ ทะเลสาป
ไปด้วยเลยค่ะ

#28 By CC (203.155.186.173) on 2007-07-11 23:24

วันแรกช่วงสักบ่าย 3 โมงเห็นจะได้
หาที่พักเสร็จก็ ไปนั่งเรือเล่นที่เฟวา
แดดดีมากๆ คืนนั้นท้องฟ้าโปร่งแสงดาวพร่าตาไปหมด
ลืมเอาไฟฉายติดตัวออกไป
หาทางกลับเข้าซอยโรงแรมด้วยความมืดมัว
แต่ที่นั้นผู้คนนิสัยดีมากๆ
ไม่ต้องกลัวเลย คลำทางกลับที่พักไป นมัสเตชาวบ้านที่เดินสวนไปมา
ตื่นเต้นอย่าบอกใครเชียวหล่ะ...confused smile

#29 By รายละเอียดที่หายไป... (58.9.123.248) on 2008-10-11 03:02