เงาตรงนั้นมีฉันเคยยืนอยู่
posted on 21 May 2007 23:22 by lonelysyndrome in Nepal.
เมื่อความรักร้องเรียกเธอ จงตามมันไป
แม้ว่าทางของมันนั้น จะขรุขระและชันเพียงไร
ปรัชญาชีวิต,
คาลิล ยิบราน
.
.
.
.
เมื่อรามจิกับลุงมานาเบะรินเอเวอร์เรสออกจากขวด เบียร์สีเหลืองฟองฟอดขาวฟูลงในแก้วเปล่าที่บ้านพักหลังมื้อเย็น ผมปลีกตัวออกมาเดินในหมู่บ้าน
อากาศหนาวจึงมีผ้าผืนหนึ่งห่มคลุมเดินไปมาในหมู่บ้านกอเรปานี ยามเย็นใกล้ค่ำคล้อย ลมหนาวไล่แดดอ่อนไปหลังหุบเขา ยิ่งยามเย็น สีสันในหมู่บ้านก็เบ่งบานในแต่ละมุม
ร้านหนังสือที่นี่คล้ายเป็นสถานที่ผ่อนคลายอย่างหนึ่งสำหรับคนต่างถิ่น ตลาดนัดเล็กๆ ก็เปิดแผงขายแล้ว มีสร้อยลูกปัดหลากสี สร้อยคอ กำไลต่างๆ มากมาย ชายเฒ่าและหญิงสูงอายุชาวธิเบตคอยแนะนำอยู่ริมแผงของตน
พวกเขาและเธอต่างโยกย้ายกันมาจากฝั่งแผ่นดินธิเบต พวกเขาว่ากันอย่างนั้น บางคนว่าที่นี่กลายเป็นบ้านของพวกเขาไปแล้ว
หมู่บ้านในเย็นนี้ ดูครึกครื้น จนแปลกใจ รามจิบอกว่า คืนนี้จะมีงานรื่นเริงที่ลานโรงเรียน งานเฉลิมฉลองวันปีใหม่เนปาลน่ะ
.


.
.
ผมตื่นเต้น เพราะช่วงเวลาเดียวกัน บ้านเราคือสงกรานต์!!
คนหลายวัยในแถบหมู่บ้านใกล้เคียงมาชุมนุมที่หมู่บ้านนี้เพื่อเฉลิมฉลองงานปีใหม่พร้อมกัน คนต่างถิ่นอย่างเราๆ ทั้งหลายก็รู้สึกอยากร่วมวงสังสรรค์ด้วยเช่นกัน
ผมไม่ได้ร่วมงานปีใหม่ตอนสงกรานต์กับที่บ้านมาสองปีติดต่อกัน ช่วงนี้ญาติที่ห่างก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนเช้าจะทำบุญร่วมกันให้กับญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปก่อนหน้า
เราทำแบบนี้กันปีละครั้งเดียว น่าจะอยู่นะ แม่บ่นอย่างนี้เสมอ เมื่อเวลาที่รู้ว่าลูกคนนี้กำลังจะชีพจรลงเท้า
.

.
.
ในบ้านหลังหนึ่ง ผมหลงเข้าไปในๆแห่งนั้น เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังก้มตัวลงใช้ไม้ยาวๆ สาวเล็งลูกกลมๆ หลากสีที่อยู่บนโต๊ะสักหลาดสีเขียว ลูกกลมๆ วิ่งกระทบส่งเสียงดังหลังหนุ่มน้อยปล่อยไม้ส่งลูกสีขาวออกไป ลูกหลายสีวิ่งกระจายสะเปะสะปะไปทั่วโต๊ะ
ขอลองแทงสักไม้ได้ไหม? ผมร้องอยากเล่นด้วย
เด็กหนุ่มส่งไม้คิวยื่นให้ มันไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นักแล้ว ผมไม่ได้เล่นมานานมาก และยิ่งเมื่อต้องเล็งลอดแว่นยิ่งไม่คุ้นเคยใหญ่ แต่ใจอยากลอง
ผมก้มมองเล็งลูกหลากสีที่อยู่บนโต๊ะ ค่อยๆ สาวไม้ยาวๆ เฉียดที่ปลายคางช้าๆ มีลูกสีขาวสะอ้านอยู่นิ่งตรงปลายไม้เรียวยาว เมื่อคิดว่ามือนิ่งได้มุมและเหลี่ยมที่ดีแล้ว พอที่จะส่งลูกสีขาวนี้ไปกระทบอีกลูกไกลๆ ตรงนั้นไปลงหลุมหัวโต๊ะนั้นได้
.

.
.
ผมส่งแรงปล่อยไม้คิวไปข้างหน้า ส่งลูกสีขาววิ่งออกไปจากแรงไม้คิวที่ไปกระทบ มันวิ่งออกไปกระแทกลูกสีเหลืองลูกนั้น วิ่งเร็วและแรงในเหลี่ยมที่เล็งได้องศาที่คิดไว้ สีเหลืองลูกนั้นวิ่งตรงไปที่หลุมมุมหัวโต๊ะ
ว้าว!!! เสียงเด็กหนุ่มที่ยื่นไม้ให้ผมร้องหลุดออกมาจากปาก ดวงตาลุกวาว ปากอ้าค้างนิ่งของเด็กหนุ่มนานพอจะให้ผมจดจำอาการของแกได้
ลูกกลมๆ สีเหลืองวิ่งไปบนสักหลาดดิ่งตรงไปที่หลุมมุมนั้น มันกระดอนตรงเหลี่ยมปากจมูกหลุมพอดี และวิ่งไปกระทบชิงและลูกบนโต๊ะแล้ววิ่งไปวิ่งมาอยู่นานกว่าจะหยุดนิ่ง
สีเหลืองลูกนั้นมันไม่ลงครับ!! แต่เด็กหนุ่มและเพื่อนๆ ของเขารอบโต๊ะก็ตื่นเต้นกันใหญ่ ผมจึงจับไม้ วางท่าเล็ง และน้ำหนักการส่งไม้ออกไปให้พวกเขาดู
ไม่ต้องเหวี่ยงไปทั้งแขน เอาแค่ข้อศอกและข้อมือก็พอ ผมบอกไปอย่างนั้น เด็กหนุ่มรอบๆ โต๊ะ จึงพร้อมกันก้มลงหัดเล็งและลองสาวไม้คิวกันใหญ่
นั่นเป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปีที่ผมได้เล็งลูกกลมๆ บนโต๊ะสักหลาด ยิ่งได้เล่นหมู่บ้านบนภูเขาสูงๆ กับเด็กหนุ่มที่นี่ มันรสชาติแปลกดี
เดินจากตรงนั้นออกมาข้างนอก มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีเสียงดนตรีแว่วมาจากทางโรงเรียนโน้นด้วยแล้วสิ
.

.
.
ตรงสนามหนึ่งมีเด็กกำลังเล่น Cricket จึงยืนดูเขาเล่นอยู่ริมสนาม ตอนนั้นเวลาเย็นมากแล้ว ตรงริมสนามนั้น มีทางเดินที่ต้องผ่านเข้าหมู่บ้าน มีแทรกกิ้งบางกลุ่มกำลังเดินขึ้นมาจากทางเดินตรงนั้น
ผมหันไปเห็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาในหมู่บ้าน ผมนั่งอยู่ริมทางเดิน
อาจเพราะอาการเหนื่อยจากการเดินมาระยะไกล ชายหนุ่มผมยาวประบ่าและเป้บนหลัง ส่วนหญิงสาวก็ยิ้มเบิกบาน เขาทักทายเราเมื่อเห็นหน้ากันด้วยภาษาไม่คุ้นเคย
Japan ผมส่ายหน้า Korea ผมส่ายหน้า ไทย
คุณคนไทย? เขาพูดออกมาอย่างนั้นเป็นภาษาไทย คราวนี้เป็นผมสิ ที่เป็นฝ่ายสงสัย แล้วคุณล่ะมาจากไหน?
ญี่ปุ่นครับ สำเนียงเป็นภาษาไทยชัดเจน
จากนั้นเราก็เริ่มคุยกันยกใหญ่ ผมสงสัยทำไมเขาพูดไทยได้ แล้วแฟนเขาที่มาด้วยกันล่ะเป็นคนญี่ปุ่นนิ เราเลยนั่งลงคุยกันไปตรงนั้น ส่วนแฟนสาวของเขาเดินนำหน้าเข้าไปหมู่บ้านแล้ว
สิงห์ คือชื่อของเขา เขาภูมิใจในชื่อนี้มาก ได้มาตอนที่มาทำงานที่ลำปางเมื่อสามสี่ปีก่อน ทำงานในโครงการสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับนักศึกษาในจังหวัดลำปาง
เขาชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก เขาว่าชอบ ข้าวไทย ชอบแกงเผ็ด ชอบอากาศไทย ชอบเมืองที่สงบๆ อย่างลำปาง เมื่อสิงห์เล่ามา ผมรู้สึกทันที่ว่าเขารักเมืองไทย รักบ้านและผู้คนที่นั่น เล่าด้วยความรู้สึกคิดถึง ไม่ต่างอะไรจากการคิดถึงบ้านเกิด
.

.
.
นั้นคือฉากแรกที่เราได้เจอและคุยกัน ผมไม่ได้แนะนำบ้านพักที่ผมพักให้เขา เพราะสิงห์บอกว่า
ผมเคยมาแล้ว เมื่อปีก่อน มาเดินแทรกกิ้งคราวที่แล้วเดินเป็นสิบกว่าวัน ไปถึงจอมซอม บนนั้นสวยมากๆ แต่คราวนี้คงไปไม่ถึงนั้น มันเหนื่อยมาก
แฟนผมอยากมา ผมเลยต้องมา รู้ว่าเหนื่อยนะ แต่เพราะเขาผมเลยพามา หมู่บ้านข้างหน้าว่าจะกลับลงไปข้างล่างแล้ว แต่เขาไม่ยอม สิงห์พูดติดตลกนิดๆ
ระหว่างคุยกันไป หญิงสาวแปลกหน้าสองคนก็เดินผ่านมาและทักทาย นมัสเต ทั้งสองยืนยิ้ม สิงห์ทักเป็นภาษาญี่ปุ่นและแนะนำตัวเอง แล้วสองหญิงสาวก็ส่งสำเนียงเดียวกันคืนมา ทั้งสามคนคุยกันไป
ส่วนผมนั่งมองและคิดถึงเรื่องอื่นๆ ไปพลางๆ
ก่อนหน้านี้ มีคนถามผมตลอดว่า อยากกลับมาอีกไหม ชอบเดินเขาที่เนปาลไหม หลายๆ คำถามประมาณนี้ และตลอดทางที่ตอบไปว่า ชอบสิอยากกลับมา ผมบอกพวกเขาไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ใช่คำตอบที่ออกมาจากใจจริงๆ
บางช่วงถามตัวเองด้วยซ้ำว่า จะมาทำไมเนี่ย!! เหนื่อย เมื่อย เจ็บขา ปวดน่อง หลายๆ อย่างทำให้ต้องคิดและทบทวนว่าอยากกลับมาจริงๆ หรือเปล่า
แล้วเมื่อใดที่รู้สึกอย่างนั้น เวลาที่เราสุขมันเล็กกระจิ๋วหลิวนิดเดียวเอง มองแทบไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ หรือคนเราจะจดจำในเรื่องที่ทุกข์ของตนมากกว่า ผมลังเลอย่างนั้น
แล้วอยากกลับมาอีกไหม นั่นคงเป็นคำถามที่ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้อยู่ดี ผมเห็นสิงห์เหนื่อยหอบอยู่ริมทางเดิน ซึ่งเป็นทางเดินสายเก่า เขามาหมู่บ้านเก่าที่เคยผ่านเข้ามาแล้ว เขาว่าจะไปพักบ้านหลังเดิมที่เคยพักด้วย ทุกอย่างตลอดเส้นทาง คือเส้นที่เขาเคยผ่านมาทั้งนั้น
ทั้งๆ ที่เขาก็บ่นว่าเหนื่อยมาก แต่เขาก็กลับมา ผมสงสัย!!
พรุ่งนี้เช้า จะขึ้นไปพูนฮิลล์ คุณจะขึ้นไปไหม ข้างบนนั้นสามารถมองเห็นเทือกเขาอันนาปูรณะได้ชัดเจน ยิ่งก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะสวยมาก เขาบอกเล่าให้ผมฟังว่า ครั้งก่อนเขาก็ได้ขึ้นไปแล้วครั้งหนึ่ง
ผมกำลังคิด เพราะอะไรชายหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้จึงพาแฟนของเขามาเดินเส้นทางสายนี้ เส้นทางสายเดิมที่ตนเองเคยมาเดิน บางทีถ้าเป็นคนอื่นอาจรู้สึกเบื่อหรือไม่ก็อยากไปในเส้นทางอื่นๆ บ้าง แต่เขาก็เลือกมาที่จุดเดิมๆ
อ้อ...เดี๋ยวคืนนี้มีงานปีใหม่ที่โรงเรียนด้วย คุณรู้ไหม สิงห์ถามผม
อืมม์ ว่าจะไปอยู่เหมือนกัน... งั้น เอาไว้เจอกัน ผมบอกสิงห์
แล้วเขาก็เดินสะพายเป้เข้าหมู่บ้านไป ผมฉุกคิดขึ้นมา เขาคงคิดว่าคราวก่อนเขาน่าจะประทับใจอะไรสักอย่างที่นี่ สิ่งที่ตนประทับใจก็น่าที่จะพาใครที่เขาอยากให้เห็นได้มาเห็น ได้มารู้จักด้วยกัน ยอดพูนฮิลล์ที่สูงและหนาวจัดข้างบนคงจะสวยมาก ผมเริ่มรู้สึกว่าอย่างนั้น
.

.
.
บางครั้งความเหนื่อยของตนอาจมองไม่เห็นหรือมองข้ามผ่านและลืมมันไปก็ได้ ต่อเมื่อได้มาเหนื่อยอีกครั้งก็เมื่อตัดสินใจเลือกที่จะกลับมาพบกับความงดงามกับบางสิ่งนั้นไปแล้ว
กับเส้นทางใหม่บางทีอาจต่างจากทางที่ตนเคยเดินด้วยก็ตรงสถานที่ หรือบนทางสายเก่าเหล่านั้น คือเส้นทางที่เคยเฝ้ามองและคิดว่าอยากพาใครสักคนมาเดินด้วยกันกับเงาของตน
และได้บอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างของวันนั้นกับวันนี้ว่ามันต่างกันตรงไหนระหว่างเงาตรงนั้นมีฉันเคยยืนอยู่ กับวันนี้ที่มีเงาเธอร่วมเดินอยู่ด้วยในตอนนี้
ผมรู้สึกว่าชายหนุ่มอย่างสิงห์กำลังบอกผม อย่างนั้น
.
.
.
หัวใจผูกกัน, ศิรศักดิ์ เวชสุภาพร
ตอนนี้ก็มีเพียงเพื่อนที่ดี และไม่เคยห่างกัน

เส้นทางเส้นเดิมกับการเดินทางอีกครั้งที่ไม่เดียวดาย
เหมือนครั้งที่เคยผ่านไป ความทรงจำมันก็น่าจะต่างไป
จากเดิมอยู่มากละมั้ง ..
...
เมื่อคืนเข้ามาแว๊ปนึง ฟังเพลงแรกที่วางไว้ไม่ได้
ไม่เคยเห็นชื่อเพลงเลย น่าเสียดายที่เพลงไม่ดังจัง
แต่เพลงนี้เพราะดี .. ทำให้เอนทรีนี้หวานขึ้นนะคะนี่
#1 By moodee on 2007-05-22 08:15