ดอกไม้ในความทรงจำ

posted on 02 Jun 2007 18:25 by lonelysyndrome  in Nepal

.
ในความใกล้ชิดเปิดเผยทุกซอกมุมหัวใจ

เสียงเต้นของหัวใจ,
วัฒน์ วรรลยางกูร

.


Sunrise, Tadapani Apr'07

.

ผมกำลังนอนอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนาสีขาว บนเตียงไม้ที่ปูด้วยที่นอนหนาขนาดพอดี ความคิดถึงบ้าน! ก็กำลังนอนแทรกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน

พอคิดได้ว่าเป็นเช้าวันสุดท้ายในอ้อมกอดหิมาลัย กลับทำเอาใจสั่นไหว งัดตัวเองออกจากผ้านวม แล้วรีบพรวดไปเปิดประตูห้องสู่โลกภายนอก

จากหน้าประตูห้อง มองออกไปไกลๆ บนลานโล่งกว้างคล้ายว่าฉากพานอราม่ากางแผ่ออกตรงนี้ เผยเงาเทือกเขาหิมาลัยยังอยู่ในเงาสีดำทอดยาวขยายออกเป็นมุมกว้าง

สิงห์กับแฟนยืนอยู่ไกลๆ ตรงนั้น ไอย์กับมิฉิ ก็อยู่ตรงนั้นด้วย ประโยคแรกที่พวกเธอเอ่ยทัก
ดีใจที่ได้พบคุณอีก
ไอเย็นระเหยออกมาพร้อมกับคำทักทายของมิฉิ

พวกเรายืนรอแสงอาทิตย์ที่กำลังเลื่อนออกจากหลังหุบเขาไกลๆ เธอสองคนเล่าเส้นทางและวันเวลาก่อนหน้าจนมาถึงที่ยืนตรงนี้ เส้นทางที่เธอเดินกับผม เราคลาดกันเพียงวันเดียวตลอดตั้งแต่กาฐมาณฑุสู่โพคารา

.


.

นอกจากกรุงเทพแล้ว อยุธยา สุโขทัย เชียงใหม่ เธอเคยเดินทางไปมาแล้ว เมือง สถานที่โบราณไม่เฉพาะเมืองไทย เธอสนใจไปที่นครวัดนครธม เธอประทับใจเมืองโบราณในเขตเอเชียใต้นี้ยิ่งนัก คราวนั้นเธอว่า

เราเดินทางประมาณสามเดือน ตระเวณทั่วแถบนั้น ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา

แล้วเธอถามถึงที่ๆ ผมอยู่ แน่นอนว่าเธอไม่รู้จัก และเธอก็พลิกหน้าสมุดบันทึกที่มีแผนเดินทางอยู่

เธอบอกว่า ปฎิทินของเธอยังว่างอยู่สี่วันในเมืองไทย
ช่วงนี้คุณอยู่ไหน ทำอะไรหรือเปล่า มิฉิถามผม

.


Ai and Micih

.

มีสถานที่ในเมืองไทยที่ทั้งสองคนไม่เคยไป ที่ผมแนะนำเธอมีหลายที่ แต่เธอว่า

แถวบ้านคุณมีอะไรน่าสนใจไหม?

ไม่มี... บ้านผมมีทะเลก็จริงแต่มันไม่สวยเลย ผมตอบไปแบบไม่ต้องคิด แต่เธอสองคนก็บอกว่า ถ้าไม่รบกวนผมนัก เราอยากไปเที่ยวบ้านคุณ รอยยิ้มเธอทั้งสองกำลังรอคำตอบ

เอางี้...ถึงเมืองไทยแล้วเมล์มาบอกนะ ผมว่า

หรือไม่ก็ เดี๋ยวเจอกันอีกทีที่โพคารา
แล้วเธอก็ให้ที่อยู่ที่เธอจะไปพักในโพคารา และเราก็แลกอี-เมล์กัน

เธอสองคนจะเดินต่อไปอีกหนึ่งวัน ไปอีกหมู่บ้านที่มีบ่อน้ำร้อน ไม่แปลกที่คนส่วนมากไปจบสุดท้ายที่หมู่บ้านนั้น ยิ่งเป็นชาวญี่ปุ่นอย่างเธอ

ส่วนผมเช้านี้เป็นเช้าสุดท้ายแล้วที่จะอยู่ในอ้อมกอดหิมาลัย อยากเพียงแค่ถูกกอดให้แน่นๆ เฉยๆ อย่างนี้



ระหว่างเก็บของลงเป้ จู่ๆ เสียงลุงเชอร์ปาก็กลับมากระซิบบอกผมอีกครั้ง เธอลงจากทาดาปานี ถ้าเดินไม่เหนื่อย เธอสามารถเดินต่อลงไปจนสุดแล้วนั่งรถสู่โพคาราได้เลย

เจ็ดชั่วโมง พ่อเฒ่าเจ้าของบ้านพักบอกผมขณะเช็คเอาท์ คำนวณในใจน่าจะไหวยิ่งเป็นการเดินลงเขา

.

.

เดินจากทาดาปานีมา โดยมีไอย์และมิฉิยืนโบกมือลา แล้วพบกันใหม่


จากหมู่บ้านเดินผ่านป่าโล่งกว้าง ค่อยๆ ลดแคบลง และชัน ยามเช้าฟ้าสว่างหมดแล้ว ตลอดระยะทาง มองยอดเขาหิมะสีขาวสูงเด่นในระยะไกลๆ

จากทางดินสู่ทางเดินปูด้วยแผ่นหิน หินที่เรียงลาดลงสู่หมู่บ้านกรันดรุง ไม่เฉพาะทางเดินในหมู่บ้าน ผนังบ้าน หลังคา ชิ้นส่วนบ้านคือประติมากรรมจากแผ่นหินทั้งสิ้น

บ้านแต่ละหลังที่นี่ ทำให้เราหัวใจพองโต สีของท้องฟ้ายามเป็นสีฟ้าสดเข้ากล้องพอดีกับผนังหินสีเหลืองเทา สีขาวของหิมะบนยอดอันนาปุรณะอีก ล้วนชวนพาให้หลงใหลกับสถานการณ์ตรงนั้น

แวะจิบชาร้อน มีคนบอกว่าชาเนปาลส่วนใหญ่มาจากดาจีลิ่ง ถ้วยนี้ที่ซด ทว่าจะปลูกหลังหมู่บ้านกรันดุง ผมก็ว่ามันอร่อยได้ไม่แพ้ชาไหนๆ ในโลก

เพราะมันมีอากาศที่เราได้จิบผ่านลิ้นรับรสเราไปด้วย ยิ่งเมื่อแดดแรงผสมกับความหนาวเย็นที่ลมพัดมาจากยอดหิมะระหว่างเทือกเขาอันนาปุรณะแล้วละก็ ทำเอาใจเอิบอิ่ม พาลจะไม่กินข้าวมื้อกลางวัน

.


Ghandruk Village

.

ทดเวลาได้ อยากหยุดพักที่นี่สักคืน ทว่าความจริงเราหยุดหลงใหลได้ไม่เกินชั่วโมง

รองท้องด้วยธิเบเธียนเบลด มันคือแป้งทอดคล้ายแพนเค้กแต่พองเป็นโพรงข้างใน ชโลมด้วยน้ำผึ้งข้นๆ แต่ใส

ข้างนอก สีของต้นข้าวเหลืองชูรวงหยอกล้อกับแดดและสายลม มีเด็กๆ และครอบครัวนั่งเล่นอยู่ในบ้าน ม้าอีกฝูง ห้าหกตัววิ่งลงไปตามแรงต้อนของคนเลี้ยงม้า

สวรรค์ชั้นประหยัดของวิทวัส กระจายอยู่ในร้านรวงและท้องถนน ส่วนผมพอเห็นหมู่บ้านกรันดรุง เหมือนเห็นสวรรค์ที่อยู่บนเทือกเขาลูกนี้

เห็นคนที่กำลังหามไม้ฟืนหนักๆ ที่ฟันเป็นชิ้นๆ ใส่อยู่ในตะกร้าอยู่บนหลัง แต่อยู่ในรอยยิ้มและเม็ดเหงื่อ

เห็นคนแก่กำลังฝั่ดข้าวบนลานผืนกว้าง ฟางและรวงข้าวสีเหลืองทองปลิวกระจายฟุ้งอยู่ในอากาศ มีเด็กเล็กๆ นอนเล่นอยู่ในเปลที่ผูกด้วยผ้าไว้กับเสา

.

.

ถ้าหมู่บ้านนี้เป็นเสียงดนตรี ผมว่าเป็นเพลงหนึ่งที่ตรึงเราอยู่ตั้งแต่ท่อนแรกจนท่อนจบ เสียงที่บรรยายรายละเอียดได้นุ่มนวล ละมุนละไม

แต่ถ้าเป็นภาพวาด โมเน่ท์ ที่ว่าชอบนักหนา ผมคงต้องหันมามองภาพหมู่บ้านนี้แทน แทกเจอร์ของภาพ เผยให้เห็นริ้วรอยของผนังหิน และผิวกร้านของคนสูงวัยในหมู่บ้าน

หากเป็นอาหารมื้อหนึ่ง กลิ่นนำที่ชวนดื่มด่ำแม้จะอิ่มหนำมาแล้ว ก็ยากที่จะละอาหารมื้อนี้

แต่ถ้าจะพูดถึงหมู่บ้านในอีกด้านหนึ่งของความจริง กรานดุง ที่นี่ปราศจากระบบการศึกษา ไม่มีโรงเรียน ไม่มีถนนลาดซีเมนต์หรือยางมะตอย ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีธนาคาร ไม่มีโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสาร เช่นเดียวกับหมู่บ้านส่วนใหญ่บนเทือกเขาแห่งนี้

ไม่มีเยอะแยะมากมายที่พื้นราบมี ก็ไม่ได้หมายความว่าที่นี่จะขาดชีวิตที่ดีได้!!

อาหารที่พวกเขาปลูกตามแนวสันเขา ข้าวที่ตั้งรวง พืชตามรั้วบ้าน จามรีตัวโตสีดำเมี่ยมก้มหน้าก้มหัวแทะเล็มหญ้าอ่อน ควันไฟที่โรยอยู่เหนือปล่องห้องครัวของบ้าน ถ้าไม่ใช่ลาก็ม้าที่เป็นยานพาหนะของที่นี่

แล้วจำเป็นต้องมีอะไรอีกไหมที่ชีวิตเบื้องล่างมี และจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องเปรียบเทียบ

หรือหากไม่เลวร้ายเกินไป เด็กๆ ที่นี่จะเดินตามรอยเท้าของคนเก่าๆ ด้วยหวังจะสืบทอดวัฒนธรรมและวิธีการใช้ชีวิตเช่นเดียวกัน

คงเช่นเดียวกับรวงข้าว ที่ปลูกบนผืนดินเก่า ด้วยเมล็ดพันธ์เก่าที่ต่อช่วงกันมาในแต่ละปี ความแข็งแกร่งของสายพันธุ์คงความสำคัญกว่ารสชาติและความอร่อย

.

.

มีคนบอกว่าอย่าพยายามเอาภาพที่เห็นวาดขึ้นใหม่ในสายตาของเราเอง แม้เปรียบเปรยในสิ่งที่วิเศษสุด ที่มนุษย์จะพึงสรรค์สร้างได้ แต่ก็อย่าได้นำไปเปรียบเปรย

แต่ผมก็วาดภาพอีกภาพเปรียบเปรยหมู่บ้านที่รักนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะกลิ่นของหมู่บ้านที่รักไม่มีรส แต่หอมซึมซ่านได้เป็นอย่างดียิ่งในความทรงจำ

ไม่มีสีและสัน ทว่าสงบใจในวันนี้

ละม้ายว่าวันข้างหน้าก็จะแทงก้าน ชูช่อและสวยงาม หรือแม้จะส่งเพียงกลิ่นหอมๆ ในความทรงจำก็ตามที เมื่อไหร่ก็ตามไม่ใช่เฉพาะเวลาที่คิดถึง แน่นอน




.

Listen To Your Heart, DHT.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สวยงามมากจริงๆค่ะ
ขอบคุณมากมายที่หอบความละเมียดละไมมาเผื่อแผ่ค่ะ
...

สวย

...

#3 By กะจิ๋วหลิว on 2007-06-02 20:07

สวยงามากๆขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟัง
สวนของโมเน่ต์นี่คือที่ที่ตั้งใจและวาดหวังไว้ว่า
..ต้องไปเหยียบไปแลให้ได้สักครั้งในชีวิต
เพื่อนบางคนหลอกล่อว่า
สวนในภาพและสวนที่รักษาตกแต่งไว้ในสถานที่จริงเหมือนในภาพวาดเป๊ะ

เรอนัวร์และโมเน่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ที่วาดเขียนเคียงกันมา
แต่พักเดียวคนสองคนก็หาทางที่เป็นตัวของตัวเองเจอ

ไม่เอามะพร้าวมาขายสวนดีกว่า
เพียงแต่ช่วงนี้กำลังหาข้อมูลเรื่องของเรอนัวร์
อันที่จริงกำลังหาภาพสาวอ้วนๆของเค้ามาปลอบใจก่อนกินขนมนิดหน่อย

ภาพสะท้อนของดอกไม้ไม่ว่าในใจหรือในผิวน้ำ
ต่างกระเพื่อมตามแรงลมและเรื่องราวในใจ
สุดแต่จะได้ยินอะไรจากหัวใจกระมังคะ

สวัสดีวันเสาร์ เอากระเป๋ามาใส่กระปุก
แค่คิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในอ้อมกอดหิมาลัย ใจเราก็หายเลย เราตัดสินใจล่ะ เราไม่ลงเขาตามคุณอากาศกวีไปเข้าเมืองด้วยหรอก เราจะหยุดที่หมู่บ้านกรานดุงนี่แหละ เราอยากเข้าไปอยู่ในรูปจังค่ะ มีเพื่อนก้อนหินที่กลายเป็นแผ่นหินอยู่ที่นี่เยอะแยะ เราอยากมีบ้านอยู่บนภูเขามากเลย (เอาภูเขาสวยๆเหมือนในรูปนะ) อยากให้ภูเขากอดเรานานๆค่ะ

เราชอบนะ ตอนที่เปรียบเทียบหมู่บ้านกับเสียงดนตรี ภาพวาด และอาหาร จี๊ดมั่กๆค่ะ

เราว่าธรรมชาติมีค่ามากกว่าวัตถุนะ เพราะงั้นเราว่าคนที่ใกล้ชิดธรรมชาติโชคดีกว่าคนใกล้ชิดวัตถุนะ

#6 By ก้อนหินรูปหมู (58.136.98.38) on 2007-06-02 22:27

แงๆๆ
ฮือๆๆ
พี่ก้อนหิน...ของน้องเอียดฯอุตสาห์ได้โพสเป็นคนแรกนะ
แต่มาน ๆ หายไปหน่ายเนี้ยะ.

#7 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.126.124) on 2007-06-02 22:55

หมู่บ้านกรังดุงนี่สวยมาก ๆ เลยครับ น่าอยู่แบบถาวรจริง ๆ เลย หาดูได้ยากจริง ๆ

#8 By เจ้าชายน้อย on 2007-06-02 23:27

อยากชมว่าสวยเหมือนภาพวาด แต่พอทักรูปไหนแบบนั้นทีไร พี่มักขำตัวเองทุกที เพราะพอชมของจริงก็บอกสวยเหมือนภาพวาด พอชมภาพวาดกลับบอกว่าวาดได้เหมือนจริง แปลก...

มีปีหนึ่งในชีวิตวัยรุ่น ได้ไปแถวแหลมพรหมเทพแถวภูเก็ตเป็นครั้งแรก เห็นแดดทาบทอไปตามทุ่งหญ้าจนเห็นเป็นสีทองเหลืองอร่าม ก็เลยพยายามถ่ายรูปนั้นกลับมา ในขณะที่เพื่อน ๆ ต่างก็ร้องว่า โหย เปลืองฟิล์ม ต้นหญ้าเหี่ยว ๆ จะไปสวยอะไร

ต้นหญ้าที่มีแดดทาบทาถ่ายรูปขึ้นเสมอเลยจ้ะ ทำให้รักรูปแนวนี้เสมอ

บ้านพี่เองก็เป็นทะเลที่ขึ้นชื่อ แต่มันไม่สวยและไม่ค่อยมีใครไปเพื่อเล่นน้ำเท่าไหร่ (สมิหลาน่ะจ้ะ) ไม่สวยเท่าทะเลฝั่งอันดามันที่ใครมากมายฝันถึง...

มีความสุขในทุกเส้นทางเสมอนะจ๊ะ
อ่านจบแล้วหัวใจเต้นแรงล่ะ
อยากไป ....

#10 By walk my own way ^^ on 2007-06-03 09:26

รู้สึกเหมือนกันเลยนะคะก่อนจะถึงเวลาจากแค่อยากถูกกอดให้แน่นๆเฉยอย่างนี้ .. ชอบทุกรูปภาพและทุกถ้อยคำในวันนี้ค่ะ

#11 By rainysea on 2007-06-03 14:01

สวยมากเลยค่ะ.. จากคำบรรยาย
เดินขึ้นว่าเหนื่อยแล้ว....
แต่เดินลงทรมานกว่ามากๆ....
จำได้เลยว่าปวดเมื่อยสุดๆ

#13 By alienboon on 2007-06-03 16:38

น่าจะมีคนทำร้านเพิง ๆ อย่างนี้ที่ปายมั่งเน้อ

#14 By gummy (203.150.117.90) on 2007-06-03 16:53

ธิเบเธียนเบลด เหมือนอาหารอินเดียเลย
มันค่อนข้างหวานมากๆๆๆ

การดำรงชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่าย

#15 By nt_piggy on 2007-06-05 11:56

บรรยากาศ ดีมากๆ เลยค่ะ

แหร่ม แหร่ม

#16 By CC (203.155.186.137) on 2007-07-17 22:12

งดงาม จริงๆ

#17 By CC (203.155.186.117) on 2007-07-18 18:32

ภาษาจุดไฟฝัน
ค่ำคืนที่นั่งอ่านงานเขียนของใครคนหนึ่ง ฉันซึมซับอารมณ์ละมุมผ่านตัวอักษรที่นุ่มนวลของเขา
ภาษาเรียบง่าย กลับเต้นร่าอยู่ในหัวใจ ราวภมรหนุ่มโผบินไปลิ้มความหอมหวานจากดอกไม้งาม
ยิ่งอ่าน ฉันยิ่งลุ่มหลง ภาษานำพาฉันไปไกล หัวใจฉันไม่ได้สั่นไหวเหมือนกำลังจะมีความรัก
แต่ถูกก่อเป็นเปลวเพลิงน้อยๆในหัวใจ ความสุขวนเวียนอยู่รอบตัว
ทำให้ฉันต้องฟังเสียงหัวใจอีกครั้ง ว่าอะไรที่ทำแล้วทำให้หัวใจสุขสดชื่น ความฝันไม่เคยตายจาก
และในที่สุด...ฉันก็รู้ว่า ภายใต้อารมณ์อ่อนไหวของตัวเอง ฉันสะเทือนใจกับความซาบซึ้งจากความงดงามของภาษา
บทเพลง Listen to your heart ของ D.H.T. ไพเราะบรรเทาความร้อนภายในใจ ผ่อนคลายจนนิ่งสงบ นาทีนั้นฉันพบว่าคนเราต้องฟังเสียงหัวใจของตัวเอง เพื่อค้นพบคำตอบที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ ดีเท่ากับตัวเรา
I know there's something in the wake of your smile.
I get a notion from the look in your eyes, yea.
You've built a love but that love falls apart.
Your little piece of heaven turns too dark.
Listen to your heart
when he's calling for you.
Listen to your heart
there's nothing else you can do.
I don't know where you're going
and I don't know why,
but listen to your heart
before you tell him goodbye.
Sometimes you wonder if this fight is worthwhile.
The precious moments are all lost in the tide, yea.
They're swept away and nothing is what is seems,
the feeling of belonging to your dreams.
Listen to your heart
when he's calling for you.
Listen to your heart
there's nothing else you can do.
I don't know where you're going
and I don't know why,
but listen to your heart
before you tell him goodbye.
And there are voices
that want to be heard.
So much to mention
but you can't find the words.
The scent of magic,
the beauty that's been
when love was wilder than the wind.
Listen to your heart
when he's calling for you.
Listen to your heart
there's nothing else you can do.
I don't know where you're going
and I don't know why,
but listen to your heart
before you tell him goodbye.

Listen to your heart, mm-mmmmmm

I don't know where you're going
and I don't know why,
but listen to your heart
before you tell him goodbye.

ฉันชอบทั้งเสียงร้อง และความหมายของบทเพลง ถ้าเราถามหัวใจตัวเองให้ดี ว่าจริงๆแล้วอะไร หรือใครกันแน่ที่เราต้องการ ทุกอย่างจะไม่มีวันสายไปแน่นอน ฉันฟังเพลงนี้กลับไปกลับมาหลายครั้งระหว่างที่นั่งอ่านงานเขียนของคนอื่น และแล้วพี่สาวคนหนึ่งก็เข้ามาทักฉันอีกครั้ง หลังจากบอกว่าเป็นห่วงเพื่อนคนหนึ่งที่มีปัญหาที่ต้องคิด เวลานั้นอารมณ์ของฉันถูกบ่มเพาะได้ช่วงหนึ่งแล้ว ก่อนจะจากลากันไปนอน ฉันแต่งกลอนเปล่าให้เธอบทหนึ่ง
ไม่ต้องเศร้าหรอกนะที่รัก...
หากเหนื่อยนัก จงพักพริ้มหลับตา
ฉันจะขับกล่อมเพลงฝันก่อนนิทรา
เป็นภาษาพฤกษาอันงดงาม
หัวใจจงหยุดพัก ก่อนฟ้าสาง
หากมีเรื่องเศร้า เก็บไว้เป็นวันวาร
เหงาได้ ร่ำไห้ น้ำตารินหลั่ง
แต่หยาดฝน จะชำระล้างความโศก
จนโลกลืม...
...ขอให้ทุกหัวใจที่เหนื่อย สับสน อ่อนไหวได้หยุดพัก รักษาเพื่อฟื้นฟู เพื่อมีเรี่ยวแรงสู้ต่อไปด้วยไฟฝัน หัวใจจะแข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพลัง มิแพ้ มิพ่ายต่อแรงเสียดทาน...
สายธารแห่งความฝัน

#18 By สายธารแห่งความฝัน (58.9.59.225) on 2007-09-30 00:44

สวยมากเลยคะที่ไหนคะไปยังไงคะตอนนี้อยู่กทมอ่ะคะอยากไปเที่ยวมากเลยคะ


http://www.free-thaitv.com

#19 By แตงโม (117.47.2.21) on 2007-10-28 21:41