นิวาสสถานหิมาลัยสู่ผืนทะเลสาบเฟวา
posted on 03 Jun 2007 12:47 by lonelysyndrome in Nepal.
แสวงหาความสุข โดยเฝ้ามองชีวิต
บินทีละหลา,
บินหลา สันกลาคีรี
.

.
สองชั่วโมงสุดท้ายก่อนการจากลาหิมาลัย
ยิ่งเดินภาพที่ผ่านมันบาดใจผมยิ่งขึ้นทุกที หรือนี่คือวินาทีการจากลา ถ้าไม่สมบูรณ์พร้อมก็คงจบลงในฉากปิดของหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้
นี่อาจเช่นกัน!! ที่ต้องเป็นแบบนี้ หรือผมรู้สึกไปเอง
สี่วันที่ผ่านมาถ้าจะวัดกันด้วยความยาว ยังไม่มีใครเคยวัด ในแต่ละวันเราใช้รอยเท้าก้าวนับเป็นชั่วโมง เหนื่อยที่สุดอยู่ในแต่ละปลายชั่วโมง
สุขที่สุดก็อยู่ในแต่ละต้นชั่วโมงเช่นกัน!!
ไม่มีวันใด ชั่วโมงใดที่เราจะปราศจากอารมณ์ เส้นทางยาว ความหนาวเย็น ความหิว บาดใจกับขาดใจ ในตัวเรามักมีคู่ตรงข้ามอยู่อย่างนี้อยู่เสมอ ยิ่งเห็นชัดก็คราวนี้
ความสูงในระดับหนึ่งพิสูจน์หัวใจของคนเราได้พอสมควร แต่ยิ่งสูงก็ยิ่งชัดเจน
.


.
ภาพที่ผ่านไปใกล้ถึงเฟรมสุดท้ายแล้ว ทางลาดลงชัน แรงโน้มถ่วงของโลกยังมีอยู่ เสียงลำธารที่ไหลแรงขึ้นข้างๆ ไหลเร็วกว่าแรงแต่ละก้าวของผม
สายน้ำจากเบื้องบนที่ยังเป็นสายเล็กๆ บัดนี้รวมเป็นลำธารใหญ่ที่มีสีขาวขุ่นข้น ส่วนหนึ่งของลำธารสายนี้คือหิมะที่ละลายจากอันนาปูรณะที่แสนไกลนั้นด้วย
จากทางดินเล็กๆ ดิ่งลงทางดินเบื้องล่าง ใหญ่และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหลังเนินเขาลูกหนึ่งที่อำพรางกั้นอันนาปูรณะที่ขาวโพลนหิมะไว้เบื้องหลัง
บัดนี้ ผมกำลังเดินกลับสู่เวลาปัจจุบันอีกครั้ง คิดได้เมื่อรู้สึกถึงความรู้สึก ห่างหาย จากสภาพสถานการณ์ปัจจุบันไปหลายวัน
.




.
ข่าวสาร ความสะดวกสบาย และหลายอย่างที่เรียกว่าความเจริญ
สะพานข้ามลำธารหนึ่งที่จุดแรกที่ผมข้ามผ่านเมื่อสี่วันก่อน และกำลังจะข้ามกลับสู่ทางปัจจุบัน เสียงผู้คน รถ เสียงต่างๆ หนาหูขึ้นเรื่อยๆ
รถบัสคันหนึ่งรับผมกลับสู่โพคารา
กระเป๋ารถเรียกเงินจากผม Rs100 มันเกินไปมาก ถ้าไม่จำเป็นต้องยอมจ่ายก็ไม่ต้องจ่าย ผมคิดว่างั้น
โน่ Rs36 ขามาเรามาเท่านี้ ผมใจดีสู้เสือ
ไม่ Rs100 ใครๆ ก็จ่ายเท่านี้ เขาเน้นเสียงชัดน่ากลัว พลางแกชี้ไปทางฝรั่งที่นั่งกระจายเต็มคัน แต่ผมยังคงไม่จ่าย มันเกินไป!!
เราโยกโย้กันอยู่นาน ผู้คนหันมาข้างหลังตรงที่ผมนั่งตรงเบาะหลังสุด ผมมองหน้าหาคนข้างๆ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง ชายหนุ่มโดยสารเนปาลีคนนั้นก็ฟังเราไม่รู้เรื่อง แต่ดูเหมือนไม่อยากยุ่งมากกว่า
บรรยากาศอึมครึม แต่ยังอยากดูว่าเลวร้ายที่สุดจะเกิดอะไรขึ้น ผมยังนั่งอยู่เบาะหลังสุด โดยมีนายกระเป๋ายืนอยู่ตรงทางเดินระหว่างเบาะหน้าคู่ถัดไป นั่นคือสภาพ จนตรอก
ผมพยายามอธิบายว่า ขามาจ่ายแค่นั้น ทำไมขากลับแพงกว่าละ และผมก็ไม่จ่ายด้วยเพราะไม่มีเงิน
คุณไม่มีเงินหรือ แกเน้นเสียงไม่เชื่อ
ยูชื่ออะไร มายเฟรนส์ ผมนอกเรื่อง ยื่นมือออกไปให้เขาจับ เขาตอบกลับมาในชื่อเนปาลียาวๆ ผสมกับลิ้นรัวๆ ผมฟังไม่ทัน ผมขอให้เขาทวนชัดๆ อีกครั้ง และเขาก็ทำตามอย่างเป็นมิตรขึ้น
โอเค Rs100 แต่ขอถ่ายรูปนาย 1 รูปนะ ผมยกกล้องและเตรียมกดชัตเตอร์
โน่ๆๆๆๆ นายกระเป๋ายกไม้ยกมือ ในบรรยากาศหม่นสลัว ผมเห็นฟันขาวๆ หลังเขายิ้มทำท่าขวยเขินยกไม้ยกมือป้องปัด ไม่เป็นไรหรอก ขอรูปหนึ่ง
จะถ่ายไปทำไม! นายกระเป๋าถาม ผมบอกว่า ผมอยากได้รูปคุณ ผมชอบคุณ เผื่อกลับบ้านผมจะได้เอาให้เพื่อนดู
โอเคๆๆ Rs36 แล้วเขาก็เก็บเงินใส่กระเป๋าแล้วเดินจากไปโดยไม่หันมามองผมอีกเลย
ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ ที่เคยไม่สนใจ หันกลับมายกนิ้วให้จนผมงง!! เหตุการณ์แบบนี้คงเกิดขึ้นบ่อยเป็นปกติ
แล้วก็ปล่อยเหตุการณ์นี้ไป หันมามองนอกหน้าต่างข้างนอกรถ รถวิ่งไต่ลงเขามาเรื่อยๆ เห็นลำธารสีขาวขุ่นเมื่อครู่นี้ บัดนี้กลายเป็นสายน้ำใหญ่และแรงขึ้นเป็นแม่น้ำใหญ่
คาดเดาเอาว่าน่าจะไหลไปสู่ทะเลสาบเฟวา ถ้าใช่ เราก็กำลังไปจบลงตรงที่เดียวกัน
นั่งลุ้นกับสายน้ำที่ไหลไปพร้อมกับทางรถวิ่ง จากเขาสูง สู่ถนนพื้นราบ และที่สุดก็สู่เมืองโพคารา
.

Fewa Lake, Apr'07
.
ทว่ายามเย็นโพคารากำลังรอสายฝน ในค่ำก่อนหน้าก็ตกหนักและค่ำนี้ก็ไม่น่าต่างกัน เดือนเมษาที่นี่คือฝนแรก
กลับมาสู่บ้านรุสติกาอีกครั้ง พี่สาวเจ้าของบ้านยิ้มให้เราอุ่นใจ ไม่มีการเช็คอินอีกแล้ว เราคล้ายญาติสนิทกันไปโดยอัตโนมัติ
พี่สาวว่า น้องชายสุดท้อง ตอนนี้ไปกรุงเทพสามเดือนที่ผ่านมา แต่พรุ่งนี้ก็กลับบ้านแล้ว เธอเล่าอีกว่า เธอไปกรุงเทพ เที่ยวคราวนั้นไปกับพี่สาวคนโตไปหนึ่งเดือน สนุกและชอบเมืองไทย
บางครั้งการนอนอู่บ้านนี้นานขึ้นเรื่อยๆ จนคิดว่าเราคุยภาษาไทยด้วยซ้ำ เพราะบางคืนนึกอยากกินอะไรก็ลงมาขอ ปล่อยภาษาไทยไปด้วยความรู้สึกสนิทใจเพราะหน้าตาเราก็คล้ายว่าไม่ต่างกัน
ครอบครัวรุสติกาหันมางงๆ กับภาษาไทยที่เราหลุดไป เห็นหน้าตาพวกเขาแล้วก็ระลึกชาติทันที่ว่า เขาเป็นเนปาลีไม่ใช่คนไทย
มีร้านอร่อยๆ ที่ไกด์บุ๊คแนะนำสำหรับถนนริมทะเลสาบ มีมากมายหลายร้อน แต่ก็ไม่อยากนึกกิน ออกมาเดินเล่นรับลมเย็นๆ จักรยานที่ให้เช่าปั่นก็มี แต่อยากเดินเอาบรรยากาศมากกว่า
ค่ำแรกที่โพคารา ริมทะเลสาบ เมืองหนาตาด้วยร้านรวงและสีสัน เสียงเพลงเคล้าคลอ มีกิจกรรมให้เลือกทำ แต่กลับรู้สึกคิดถึงบ้านสงบๆ ข้างบนเขามากกว่า
กลับมาบ้านรุสติกา สั่งข้าวผัดธรรมดาๆ ฝีมือคนในบ้านอิ่มและอุ่นกว่านั่งที่ร้านข้างนอก
แล้วจู่ๆ ฝนก็ตกหนักลงมา เหมือนคืนแรกเมื่อสี่วันก่อนที่มานอนที่นี่ ลมจะแรงและอากาศจะหนาวเย็น ถ้าไฟดับคืนนี้อีกละ
ก็ไม่เห็นเป็นอะไร นอนหนาวอยู่บนเขามาหลายคืน ความมืดห่มคลุมเราให้หลับลงอย่างเคยชิน คืนนี้คงผ่านไปเช่นกัน
.
.Wrong turn - Jack johnson

ภาพสวยม้...าก..มาก
Do you really want to go through with this?
#1 By so ทรุด so เซ on 2007-06-03 20:29