ซากุริ หรือเธออยู่ในสายลม
posted on 18 Jun 2007 23:25 by lonelysyndrome in Nepal.
เส้นทางมีไว้จากลา หรือว่าพบเจอ
หลังโปสการ์ดแผ่นหนึ่ง,
ชุมพล อักพันธานนท์
.

.
เส้นทางมีไว้จากลา หรือว่าพบเจอ
เจ้าโปสการ์ดแผ่นหนึ่งเขียนไว้อย่างนั้น อย่ามาถามอะไรแบบนั้น เพราะหนทางเดินไม่ได้มีแต่ข้างหน้าหรือข้างหลัง อีกอย่าง มีซ้ายและมีขวา กับคนที่พร้อมจะเดินมาและจากไป
แต่มันก็เป็นประโยคที่ฟังเข้าท่าและออกให้ความรู้สึก ยิ่งเมื่อต้องจากลากับใครสักคน
ขณะที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ แต่สิงห์สะพ่ายเป้กำลังจะเดินก้าวข้ามผ่านรอยต่อของสองประเทศ จากเนปาลกำลังจะเดินข้ามสู่อินเดีย
ในมือผมถือกล้วยที่เหลืออยู่ครึ่งหวี ส่วนอีกครึ่งหนึ่งอยู่กับสิงห์ กล้วยหวีนี้หลวงพี่ที่วัดไทยให้มาแบ่งกันกินระหว่างการเดินทาง
เมื่อรถโดยสารเคลื่อนตัวมุ่งหน้าจากลุมพินีสู่กาฐมาณฑุ ผมเด็ดกล้วยออกมาจากหวีหนึ่งลูกเพื่อปอกกินโดยลำพัง
สำหรับคนไทยแล้ว ไม่ได้ตื่นเต้นกับการได้กินผลไม้อย่างกล้วย แต่สำหรับสิงห์ เขาตื่นเต้นอย่างมาก เมื่อแรกที่เขาได้รับจากพระไทย
เขาถามพระท่านนั้นว่าเอาเข้ามาจากเมืองไทยได้ยังไง เขาห้ามหรอ ผมหลุดสงสัย
เป็นไปได้สิงห์อยากเอามันกลับไปที่ญี่ปุ่นด้วย แต่คงยากพระท่านบอก การเอาต้นไม้ออกนอกประเทศผิดกฎหมาย ผมเพิ่งเคยได้ยินกับเรื่องพวกนี้
จากลุมพินีสู่กาฐมาณฑุใช้เวลาค่อนวัน จากเช้าจรดบ่ายแก่ๆ จากชนบทที่เงียบๆ สู่เมืองหลวงอันโกลาหลอีกครั้ง รถลาหนาแน่น ผู้คนรีบร้อน เป้หนักๆ อากาศร้อนๆ แดดเปรี้ยงๆ ยามบ่ายของกาฐมาณฑุ
มีทฤษฏีหนึ่งที่เล่าขานมายาวนานว่า ถนนทุกสายบนโลกเคยมุ่งสู่เมืองแห่งนี้ มันก็แค่คำเปรียบเปรยที่ว่า ในยุคที่คนค่อนโลกหนีออกจากบ้านและสังคมที่เป็นอยู่ เพื่อตามหาความหวังใหม่ อะไรก็ไม่รู้สักอย่างในชีวิตที่พึงจะจับและเหนี่ยวนำได้
บังเอิญว่าถนนทั่วโลกพาคนเดินทางมากาฐมาณฑุ เมืองที่คล้ายอีกโลกที่ไม่เหมือนที่ไหนๆ ที่นี่แม้จะมีรากฐานของศาสนา ฝังความเชื่อ ความศรัทธา มีวณิพก นักบวช ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่แตกต่างกับบ้านที่พวกเขาเคยอยู่ และที่นี่ทุกอย่างเป็นปัจเจกแห่งเสรีภาพ
และบังเอิญว่ามันคือสิ่ง ที่ทุกคนปรารถนา!!
.

.
หันหน้าเดินเข้าถนนสู่ทาเมล เกสต์เฮาส์หลังเก่าอยู่ใจกลางทาเมลพอดี ไม่คิดจะโยกย้ายไปบ้านใหม่ ก้มหน้าก้มตาเดิน แล้วจู่ๆ ใครคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทัก
หญิงสาวในคืนนั้น ที่พบกันบนรถบัสจากจัยซัลเมียร์สู่อุทัยปุระในประเทศอินเดียเมื่อสี่เดือนก่อน ผมจำเสียงหัวเราะและตาเล็กๆ ของเธอได้เป็นอย่างดี ใบหน้าที่บ่งบอกว่าเธอเป็นคนเกาหลี
ซากุริ คือชื่อของเธอ คราวนั้นเธอเดินทางร่วมเดือนในอินเดียกับกลุ่มเพื่อนเกาหลีของเธอ คืนนั้น เธอนั่งอยู่เบาะหลังที่ต่อจากผม เป็นคืนที่เพิ่งผ่านปีใหม่มาไม่กี่วัน ดวงจันทร์กลมๆ เด่นบนผืนฟ้าสีดำ มองผ่านกระจกรถที่วิ่งไปบนทางที่มืดมิด สองข้างทางที่เดาเอาว่าเป็นทุ่ง
อากาศหนาวเหน็บ ผ้าคลุมที่ติดตัวมาบนรถผืนเดียวดูไร้ประโยชน์ ความหนาวเย็นในคืนนั้นหวลคืนมาเมื่อพบหน้าซากุริอีกครั้ง
หรือเพราะเส้นทางจากลามาบรรจบกับการพบเจอ ผมเห็นวันเวลาหมุนเป็นวงกลม
ถ้าผมตื่นเต้น ซากุริยิ่งตื่นเต้นหนักไปกว่าผม ไม่รู้เพราะเชื้อชาติที่เป็นแบบฉบับของชาวเกาหลีหรือเปล่านะ ที่อดจะสะกดความตื่นเต้นดีใจไว้ไม่อยู่
เรียกว่าเพื่อนเก่าได้ไหม!! ผมรู้สึกอย่างนั้น งั้นเย็นนี้เรากินข้าวด้วยกันสักมื้อ
เราพบกันอีกครั้งในตอนเย็น ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่สิงห์การันตีว่าอร่อยกว่ากินที่ญี่ปุ่น ร้านเล็กๆ แห่งนี้ใส่สีโทนส้มอุ่น เนื้อที่ของร้านวางโต๊ะได้ สามชุด แต่มันก็ขนาดกำลังดีและอบอุ่นสำหรับคนที่มานั่ง
ผมสั่ง Dago-ziru เปรียบเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำข้นแบบก๋วยจั๊บบ้านเรา หรือเพราะความแปลกจึงเชื่อว่าอร่อย มื้อนั้นมีอาหารที่เราไม่ได้สั่งเวียนมาจากในครัวให้เราชิมกันอีกอย่างสองอย่าง เพราะความใจดีของทางร้าน
และญี่ปุ่นโต๊ะข้างๆ กับเราก็คุ้นเคยกันหลังจากอาหารที่เวียนผ่านมือไป
.

.
ซากุริ สั่ง Veg nan sandwich เดาเอาว่าน่าจะรสดีเมื่อเห็นเธอยิ้มและพอใจ
เธอมาอยู่นานไหม ผมถาม
ก็สักพัก ยังไม่ได้กลับบ้านเลย ตั้งเจอคุณครั้งนั้น เธอหมายถึงคราวที่เจอกันที่จัยซัลเมียร์และแยกกันที่อุทัยปุระ
ผมตื่นเต้นหนัก เธอเดินทางได้ยาวนานจริงๆ อยู่ในอินเดียเกือบสี่เดือน ตระเวนไปทั่วทุกที่ๆ อยากไป จากฝั่งติดกับปากีสถานตัดมาตรงกลางราชสถาน เดลลี มาพาราณาสี กัลกัตต้า ดาจีลิ่ง สิกขิม และกลับมาเข้าเนปาลตรงลุมพินี จนมาถึงกาฐมาณฑุ
อีกสองเดือนเธอก็จะกลับกรุงโซลบ้านเกิดของเธอ ฉันจะกลับไปทำงานดีไซน์เสื้อผ้า ฉันจบมาทางด้านการออกแบบตัดเย็บเสื้อ
ผมหายสงสัย เพราะชุดที่เธอสวมอยู่นั้น คือส่าหรี สีชมพูหวาน เธอบอกว่าชอบชุดแบบนี้มาก ใส่แล้วสบายไม่ร้อนและคล่องตัว
เธอเล่าต่ออีกว่า เรียนจบมาก็ทำงานหนักๆ ในบริษัทด้านเสื้อผ้าอยู่สองปี เก็บเงินอย่างเดียวจนได้พอที่จะเดินทาง วางแผนไว้หลายเดือนแต่ไม่แน่นอน เมื่อเงินหมดเธอก็จะกลับบ้าน
ฉันชอบอินเดียและเนปาล เป็นประเทศที่ฉันอยากมามากที่สุดตั้งแต่รู้สึกว่าอยากเดินทาง ประโยคนี้ของซากุริ ทำเอาผมต้องหยุดวางตะเกียบ หันมาจิบน้ำเพื่อฟังเธอเล่า
เดินทางนานๆ แล้วที่บ้านเธอไม่เป็นห่วงหรือ? ผมถาม
ห่วงสิ ห่วงมากๆ ด้วย เธอพูดไปหัวเราะไปด้วยท่าทางว่า ทางบ้านเหมือนถูกจำยอมไปโดยปริยาย โทรศัพท์กลับทุกอาทิตย์ เธอว่านี่ก็พอทำให้อดหายห่วงไปได้บ้าง
ลำบากไหม กับการเดินทางและมีกลัวบ้างไหม ผมถามต่อ
บางที่ลำบากเรื่องที่นอนและห้องน้ำ แต่ไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ บางเมืองบางช่วงมีเพื่อนนัดมาเดินทางด้วย พอเพื่อนกลับ กลุ่มใหม่ก็มา เวียนกันมาตามแต่ละที่ๆ นัดเจอ
.

.
หรืออาจเป็นภาระกิจใหม่ของคนรุ่นนี้ในเกาหลี ที่ออกมาใช้ชีวิตแบบเดินทางไปเรื่อยๆ ถนนหนทาง ร้านอาหาร ป้ายร้านค้า อาหารเกาหลี บริษัททัวร์ที่ต้อนรับคนเกาหลี เยอะแยะไปหมดลองๆ จากญี่ปุ่น
ที่น่าอบอุ่นคือ กาฐมาณฑุ ในย่านทาเมลมีเกสต์เฮาส์ที่เป็นบ้านพักเฉพาะกลุ่มของคนเกาหลีโดยเฉพาะก็หลายที่
มื้อเย็นใกล้จบลง อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นบ้าง เราจึงชวนกันออกมาเดินเล่นบนถนนแถวนั้น
เราแวะร้านขายซีดี เคยได้ยินเพลงของวง Sur Sudha ไหม? ผมชวนซากุริหาซีดีของวงเนปาลีวงนี้ Festivals of Nepal คือชุดที่ได้มาจากร้านนั้น
ฉันอยากได้โปสการ์ด ซากุริบอก เราจึงแวะเข้าร้านขายหนังสือที่มีแผงโปสการ์ดภายในร้าน นอกจากเมาท์เอเวอเรสแล้ว สถานที่โบราณและมุมต่างๆ ของเมืองในเนปาลก็มีให้เลือกมากมาย นอกจากนั้นแล้วร้านนี้ยังมีโปสการ์ดที่มีภาพที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนมากมาย โดยเฉพาะภาพๆ หนึ่ง
เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นหน้ากุมารี ไม่ใช่ตัวจริง แต่อยู่ในโปสการ์ดเหล่านั้น!!
เด็กวัยขวบน้อยๆ หน้าตา ผิวพรรณ ผุดผ่อง แต่สีบนใบหน้าและดวงตาบดบังดวงหน้าแบบเด็กๆ ไว้แทบมิด แม้ไม่เคยเห็นตัวจริง และโอกาสเห็นก็น้อยมาก แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะอยากมานั่งให้คนเคารพ โดยไม่ได้ไปวิ่งเล่นและไม่มีเพื่อนอย่างนี้เลยจะเอาไหม
ไม่เอาหรอก ซากุริรีบตอบ เป็นผมๆ ก็ไม่เอา!!
แปลกดีนะ ที่เรามาพบกันอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะได้เจอกันอีก คุณไม่มีอีเมล์ฉัน และฉันเองก็ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณ ไม่ได้คาดว่าจะต้องเจอกันอีก ซากุริบอกผม
เพราะธรรมชาติมั่ง ที่ทำให้เราได้มาเดินสวนกัน บนถนนสายหนึ่ง ในเมืองๆ หนึ่ง ที่ไม่ใช่ที่เดิมที่เราเคยเจอกัน ผมอยากอธิบายให้ได้มากกว่านี้ ในภาษาที่เราไม่คุ้นเคย มันยากแสนเข็ญ
หรืออยากสรุปเอาง่ายๆ ว่าเธออยู่ในทุกที่ที่เราคิดและอยากไปเช่นกัน เราอาจมีความฝันคล้ายๆ กัน ฝันถึงเมืองและผู้คนที่ไม่ต่างกัน
หรืออาจสรุปให้ง่ายกว่านั้น คือ เธออยู่ในสายลม เป็นลมบางๆ ของความฝันที่ก่อตัวและพัดเธอมาเองจนถึงที่นี่!!
เริ่มดึกอากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ และแล้วฝนก็ตกปรอยๆ ลงมา นี่อาจเป็นสัญญาณการลาจากอีกครั้ง ผมเดินมาส่งซากุริที่เกสต์เฮาส์ที่พักของเธอ
ไม่มีอีเมล์และเบอร์โทรติดต่อเช่นเคยเมื่อจากมา หากแต่เป็นลมกระมังที่จะพัดพาให้เรามาพบกัน เอาเป็นว่าอย่างนั้น!!
เม็ดฝนยังคงพรำๆ อยู่ และถนนเจิ่งนองส่องสะท้อนแสงไฟจากร้านค้าที่ค่อยๆ ดับมืดลง
แต่ละวันเหมือนเทศกาล ผมนึกถึงจังหวะซีตาร์ ในเพลงหนึ่งในชุด Festivals of
คล้ายการกล่าวคำอำลาท่ามกลางสายฝนที่ตกพรำๆ ทำให้เห็นอีกครั้งว่า เส้นทางมีไว้จากลา หลังการพบเจอ
กลับเข้าห้องพัก พร้อมสายฝนที่ร่วงหนักและปราศจากสายลมที่เคยพัดเมื่อยามกลางวัน
.

Sur Sudha,
Festivals of Nepal
.

)
แต่พอเห็นก๋วยจั๊บญี่ปุ่นในกาฐมาณฑุ
อารมณ์ก็แช่มชื่นขึ้น...
พี่กำลังลังเลว่าจะแกะมาม่ากินดีหรือเปล่า มันดึกแล้ว
ครั้งหนึ่ง เพื่อนพี่เคยพูดว่า จากกันคราวนี้ เราอาจจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว...
พี่ก็เลยบอกเพื่อนว่า หากโชคชะตาพาให้เราได้มาพบกันครั้งหนึ่งแล้ว สักวันเราต้องได้พบกันอีกแน่นอน
จริง ๆ แล้ว เพื่อนพูดถูกนะ จนป่านนี้พี่ยังไม่ได้กลับสงขลาไปเจอหน้าเพื่อนเลย
#1 By ฉันไม่เคยไม่รักเธอ... on 2007-06-19 02:21