ย้ำและซ้ำกับเรื่องธรรมดาๆ
posted on 19 Sep 2007 14:16 by lonelysyndrome in Dust-words.
..
ถ้ามีคนๆ หนึ่งกำลังถามคุณว่า คนพัฒนาเทคโนโลยีอะไรๆ ได้ใหม่ๆ ทุกวัน แต่ทำไมคนระหว่างกัน ไม่เห็นมีอะไรพัฒนาเลย
ถ้าเขาพูดชัด ผมอาจไม่สนใจ แต่บังเอิญเขาเป็นคนจีนที่คิดอะไรแปลกๆ ตั้งคำถามที่ชีวิตประจำวันของคนเราอาจหลงลืมกันไป
เขาชื่อ เฉิน เก๋า เล่ย มาอยู่เมืองไทยได้ 3 ปีแล้ว อาจเป็น 3 ปีที่ต้องปรับตัวซึ่งมันส่งผลให้เขาพูดไทยได้คล่อง จนคุยกันเหมือนเป็นคนไทยคนหนึ่ง เว้นแต่คำยากๆ จริงๆ แต่เขาจำแม่น โดยเฉพาะคำสบถ ขณะที่เพื่อนเขายังสื่อภาษาไทยได้ไม่มากเท่า
เขาเอ่ยบอกว่าอยากไปธิเบต แม้ว่าจะไม่อยากคุยกันถึงเรื่องการเมือง แต่ก็ต้องถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจีน กับธิเบต คำตอบคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ทุกครั้งที่คุย เรื่องเกี่ยวกับบ้านเมืองประเทศของเขา มักจะมีคำพูดที่ว่า ข้อมูลมาจากไหน จากข่าวใช่ไหม? เพราะทุกประเด็นที่เกี่ยวกับจีนในเรื่องร้ายๆ ก็ได้ฟังมาจากข่าว เขาพยายามบอกอย่างนั้น แล้วคุณก็เชื่อข่าว ซึ่งมันอาจจะจริงและไม่จริง แต่คนที่ฟังก็เชื่อไปแล้ว
บางเรื่องที่เขาไม่รู้มักตอบไปว่า ไม่รู้สิ แต่เขารู้สึกว่าคนไทยบางคนพูดเหมือนกับเป็นคนจีน เหมือนว่ารู้ไปทุกเรื่อง เมืองๆ ไหน มีอะไร ใครเป็นยังไง แต่เขาว่า ประเทศจีนใหญ่เกินกว่าเขาจะรู้ทั้งหมด
เขาเป็นคนใจกว้างแต่รอบคอบ คือมีน้ำใจ แต่คิดละเอียด ถี่ถ้วน คิดได้คิดเสีย คิดหน้าคิดหลัง แต่สำหรับเพื่อน หรือคนรู้จัก ไม่มีคำว่าคิดได้คิดเสียอยู่ในนั้น เราว่าน่าจะพัฒนาความเห็นแก่ตัว ก่อนพัฒนาเทคโนโลยีเสียอีก เมื่อคืนเขาว่าอย่างนั้น มันยิ่งทำให้คิดว่า คนไม่มีศาสนาอย่างเขาสามารถมองอะไรได้ทะลุปุโปร่งเหมือนกัน
ขณะที่กลุ่มรุ่นน้องของเขา ซึ่งเป็นคนจีน มาให้ช่วยติววิชาเกี่ยวกับศาสนาพุทธและพราหมณ์ในเมืองไทย คนจีนกลุ่มนี้บอกว่าเข้าใจยาก เป็นเรื่องใหม่ที่เขาไม่เคยได้ยินมากันก่อน คนจีนไม่นับถือศาสนา เขาพูดเหมือนกัน แต่การได้เรียนรู้จักศาสนาผ่านบทเรียนมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร บางคนเพิ่งรู้จัก อาตมัน ที่เป็นแก่นของศาสนาพราหมณ์ แม้ไม่ใช่ด้วยหัวใจเหมือนคนที่ถือพราหมณ์ แต่เมื่อเราได้ทบทวนเรื่องนี้ด้วยกัน มันกลับทำให้เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็ได้สัมผัสรสชาติของความไม่ยึดติดอย่างที่ อาตมัน ในความหมายของพราหมณ์
ผมต้องพูดซ้ำและย้ำกับคำบางคำที่เราคุยกันไม่เข้าใจ แต่ยิ่งเหมือนทำให้เราซ้ำและย้ำให้ตัวเราเองได้ยิน เรื่องบางเรื่องผ่านไปแบบผ่านๆ แต่บางเวลากลับทำให้เรื่องที่เคยแบบผ่านๆ ให้ได้รู้สึก
คะแนนในวิชาเรียนเขาไม่ดีนัก ผมบอกเขาว่าน่าเป็นห่วง แต่เขาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่สำคัญหรอกเรื่องคะแนน มาเรียนเอาความรู้ก็พอ สอบไม่ผ่านก็เรียนใหม่ นั่นแหละที่เขาเป็น คนนอกกรอบ ชอบทำอะไรแบบไม่คาดหวัง และเพราะเขารู้ว่ายังมีเวลา รู้ว่าตัวเองอยากทำงานหาประสบการณ์ ซึ่งไม่ใช่เรียนต่ออย่างที่ที่บ้านตั้งความหวัง
หลายเดือนที่ผ่านมา แม้จะสั้นสำหรับการพูดคุย หรือจะน้อยในปริมาณเรื่องที่สนทนา แต่เหมือนเป็นช่วงที่ได้ทบทวนบางสิ่งบางอย่างที่เคยปล่อยแบบผ่านๆ มาฉายซ้ำกับคนต่างภาษา แต่ไม่ใช่ในฐานะที่เฉิ่น เก๋า เล่ย เป็นคนจีน แต่ในฐานะที่เขาเป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่งก็เท่านั้นเอง
.
.
พัฒนาคนให้เห็นแก่ตัวน้อยลง เห็นจะยากกว่าพัฒนาเทคโนโลยี...
#1 By ผ่านเลนส์ on 2007-09-19 16:57