เล็กๆ นั้นงดงาม
posted on 11 Oct 2007 11:37 by lonelysyndrome in Dust-words
Date: Mon, 8 Oct 2007
To: lonelysyndrome@yahoo.com
From: watjai@gmail.com
“กลับสวนพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีเหตุอะไรให้ต้องขึ้นมาอีก
พี่กะจะอยู่ยาว มาอีกทีก็กลางเดือนหน้าเลยจะเข้าหนาวแล้ว
กลับไปเที่ยวนี้ก็จะเริ่มลุยปลูกผักอีกชุดใหม่
พร้อมๆ กับทำอุปกรณ์ให้ชบาได้ทอผ้ายามว่าง
ส่วนพี่กะจะหาเวลาว่างมาทำเรื่องเขียนอะไรลงเวปให้มากขึ้น
ก็เหนื่อยๆ อยู่เหมือนกันเรื่องต้องขึ้นๆ ลงๆ มากรุงเทพ
กับเครียดเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน
คุยกับชบาเหมือนกันว่าจะทดลองใช้ชีวิตอย่างนี้
ดูสักตั้งนึงลองสู้ให้ถึงที่สุด
แล้วจะสำเร็จหรือถ้าไม่และจะต้องถอย
ก็ต้องยอมรับมัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
แต่ก็หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางดีขึ้นเรื่อยๆ”
พี่วัด
-1-
ถ้าไม่นับวิธีการเดินทางของจดหมายฉบับนี้ พูดกันถึงบุคคล เนื้อหา ถอยความและระยะเวลา ทั้งหมด มันอาจต่างกันเพียงเล็กน้อย
ระยะเวลาสิบปีสองปีที่แล้ว เขาเขียนด้วยปากกากับกระดาษ เขียนท่ามกลางสภาพอากาศและธรรมชาติ ปราศจากไฟฟ้าและน้ำประปา ปราศจากโทรศัพท์และเครื่องอำนวยความสะดวก มีเพียงตะเกียงน้ำมันที่ให้แสงสว่าง ใช้แรงที่เหลืออยู่หลังกร่ำงานเพาะปลูกมาทั้งวันผสมกับอารมณ์บางอย่างบอกเล่าความหวัง และเรื่องราวรสชาติการใช้ชีวิต
ตัวหนังสือ สภาพกระดาษและซองจดหมาย เป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันความเป็นอยู่ที่นั่นได้อย่างชัดเจน มองเห็นภาพเขาสอดกระดาษลงซองจดหมายที่มีสีสันและรูปการ์ตูนที่หาได้ง่ายตามตลาดในหมู่บ้านละแวกนั้น ขี่มอเตอร์ไซด์ นั่งรถสองแถวต่อเข้ามาหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ในเมือง ไป-กลับครึ่งค่อนวัน
แสตมป์ที่ประทับตรา “หลังสวน-ชุมพร” บนซองลงวันที่ไว้เนินนานกว่าจะเดินทางมาถึงกรุงเพทฯ ในวันนั้น
อาจใช้เวลาและระยะทางเป็นตัวเชื่อมต่อเรื่องราวระหว่างกัน
แต่กับจดหมายฉบับล่าสุด ถูกหย่อนผ่านตู้จดหมายอิเลคทรอนิค ไม่มีซองกระดาษและลายมือ
-2-
เราไม่ได้พบกันเนินนานเท่าไหร่แล้ว ผมนั่งทบทวน
หากไม่นับการติดต่อโดยไม่พบหน้า เราพูดคุยกันเป็นระยะๆ จดหมายกระดาษลดน้อยลง ตัวหนังสืออิเลคทรอนิคเป็นพยาน
แต่ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ ผมถูกสะกดเสมอเมื่อเขาเล่าชีวิตความเป็นอยู่ แม้ปัจจุบันเขาไม่โดดเดี่ยวเท่าเมื่อก่อน เพราะคู่ชีวิตของเขาเดินบนทางเดียวกันอย่างไม่ลดละ
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี’39 ผมจำได้ วันที่เขาเดินทางจากห้องเรียน ตอนปี 3 จากกรุงเทพฯ ไปโดยไม่มีการกล่าวคำลา ทิ้งจดหมายกลับมาบอกเพื่อนและที่บ้านว่า สบายดีในหนทางที่เลือก
ทุกคนรู้มาตลอดว่าความคิดเขาสุดโต่งเพียงใด ไม่เชื่อ หากลองได้เห็นลูกบู้ของเขา ทุกคนคงเชื่อในความจริงจังมากกว่าโชคชะตา!!
แม้ว่าอาจมีบ้างและบ่อยไป หรือทุกคราวไปที่เดินไปได้ไม่สุด มีอันต้องเดินกลับมาตั้งต้นใหม่ ไม่ได้พูดเล่น แต่เป็นเรื่องจริง หรือเหนือจริงก็ว่าได้ หากช่วงสิบปีของชีวิตคนๆ หนึ่งที่ตามหาอะไรบางอย่างเหมือนค้นหาอดีตที่สูญหายไปในวันเวลาที่ยังมาไม่ถึง ค้นอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา
เช่นภาพที่ประกอบนับร้อยพันชิ้นซึ่งยังต้องการปะติดปะต่อเป็นภาพผืนใหญ่ ที่ปัจจุบันมันผ่านเวลาการต่อมาครึ่งชีวิต แม้ยังมองไม่เห็นโดยรูปธรรม แต่มันค่อนข้างชัดเจนและหอมนัก สำหรับความหวัง ไม่เฉพาะกับเขา แต่กับทุกคนที่ได้ชิมมัน
2-3 ปีสำหรับการอยู่กินและชีวิตในวัยหนุ่มในสวนแห่งหนึ่งที่พะโต๊ะ วงจรชีวิตที่เติมเต็มต้นทุนชีวิต ร่างกายและหัวใจ เข้มแข็งมากกว่าสถานะทางการเงิน โลกนอกห้องเรียนสำหรับเขาตอนนั้น มันกว้างเกินกว่าจะพูดคุยเรื่องอนาคตไกลๆ
วันนี้จะปลูกอะไร จะเก็บเห็ด เก็บผักตรงนั้นมาทำอะไรกินอร่อยๆ ดีไหม
ระหว่างนั้น บางเวลาผมได้ไปอยู่ในวงจรชีวิตอีกแบบที่เขาใช้อยู่
ผมจำได้ดี มื้อไหนๆ ก็อร่อยไปทั้งหมด รสชาติที่โคตรให้ความรู้สึก ข้าวที่ได้รสข้าว ผักที่ได้รสผัก ผลไม้ที่หวานจับใจ เราห่างจากเนื้อสัตว์ได้โดยไม่นึกอยากแม้แต่น้อย
ผมจำได้อีกว่า เรานอนหัวหนุนแขน แหงนหน้าเก้าสิบองศา คุยกันเนิ่นนานในหัวค่ำ ลำธารข้างๆ กรอเสียงให้เราเพลิน ผืนฟ้าคืนนั้นพริบพราวไปด้วยดวงดาว ไม่เป็นแสนล้านด้วย แต่เป็นไม่รู้กี่ล้านๆๆ ดวง ที่กระจายทั่วเต็มผืนฟ้า เรานับกันไม่หวาดไม่ไหวหรอก แต่เรามีแผนที่ดาว ที่พอจะคลำทางให้เราได้รู้จักเรื่องราวข้างบนนั้น
เห็นไหม ไม่เฉพาะเรื่องสวน หรือต้นไม้ที่เขาอยากรู้จัก โลกรอบตัวทุกอย่าง ไม่ไกลเกินไปนักที่จะรู้จักได้ แม้แต่ดาวบางดวงที่ห่างไกลเป็นหลายๆ ล้านปีแสง
ถ้าไม่มีน้ำค้างในคืนนั้น เราคงนอนดูดาวกันจนหลับไปแน่ๆ
-3-
หลายปีถัดมา วัยหนุ่มของเขาและวันเวลาที่ผ่านมา พอที่จะบอกเล่าหรือพิสูจน์ความเชื่อให้ที่บ้านหรือใครๆ ได้เห็นบ้าง คนรอบข้างและคนในครอบครัวจึงช่วยกันลงขันให้เขาได้ซื้อที่ผืนหนึ่ง ในอำเภอห่างไกล สถานที่ๆ ไกลผู้คนอย่าง สังขละบุรี
เขาอยู่ที่นั้นได้ไม่นาน แม้จะเป็นที่แรกที่เขาลงมือลงแรง ได้ไถ่แปลงดินตั้งแต่แรกเริ่มไม่มีอะไร ลงต้นไม้และสร้างบ้านไม้หลังเล็ก
เพราะความเปราะบางหรือโชคชะตาบางอย่างหยุดความฝันเขาไว้ชั่วคราว มาลาเรียรุมเล้าร่างกายเขาจนป่วยหนัก
เขากลับบ้าน หยุดพัก หาหลักพิง ชั่วคราว...
-4-
“พี่จะไปอังกฤษ...”
คือสิ่งที่ผมได้ยินจากปากของเขาไม่นานหลังจากฟื้นครั้งนั้น ความจริง โลกบนดินที่เขาเลือกไปอยู่มันต่างจากเมืองฟ้าอมรมาตลอด แล้วมีอะไรดลใจให้เขาอยากไปอังกฤษ?
ฝีไม้ลายมือและทักษะด้านการนวดแผนไทยที่เขามีอยู่เป็นคำตอบ
เขาเลือกโลกใบใหม่ที่แปลกและแตกต่างจากโลกที่เขาและผมยืนอยู่ เป็นอีกฝั่งหนึ่งที่ห่างไกลจากความคิดของใครๆ
ไม่นานนัก การเตรียมตัวเดินทางก็ได้เริ่มต้นขึ้น เหมือนแผนที่ชีวิตมีไว้ให้เขาเลือกโดยเฉพาะ
หลายๆ คนสนับสนุน หลายๆ คนตั้งคำถาม ส่วนเขามีคำตอบ
“เพื่ออีก 2 ปี ข้างหน้า จะกลับมาทำสวนใหม่” นั่นเป็นเรื่องของคำตอบ
ส่วนความเชื่อก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะโลกที่แปลกและแตกต่าง หากไปอยู่ ไม่รู้ว่าชีวิตที่สะดวกสบาย และเงินปอนด์จะทำให้ความฝันเปลี่ยนไปหรือไม่
หลายๆ คน ภาวนา ผมด้วยคนหนึ่งล่ะ ที่จะรอ
-5-
และจดหมายลายมือฉบับแรกก็ถูกส่งมา
โปสการ์ดแผนแรกที่ได้รับจากเขา เล่าชีวิตความเป็นอยู่ในเมืองที่เป็นเหมือนมหานครของโลก “ลอนดอน”
อาชีพพนักงานเสิร์ฟไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับเขา ซึ่งเป็นอาชีพแรกเริ่มต้นชีวิตชั่วคราวที่นั่น เขาเรียนรู้อะไรเร็ว แต่คนที่มีจุดยืนแข็งอย่างเขา ก็ทำให้อะไรๆ จบลงเร็วอีกด้วย
ความไม่ลงตัวกับปัญหาบางอย่างกับหัวหน้างาน ทำให้เขาต้องเลือกระหว่างการประณีประนอม หรือแตกหัก
บทเรียนที่เขากำลังเรียนรู้เรื่องความคิดที่แตกต่างอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ในวันนั้นเขายอมอด ตกงาน และแตกหัก!! มากกว่าที่จะยอมฝืนใจตัวเอง
เงินปอนด์ใหญ่และแข็งพอกับประเทศเล็กๆ อย่างเมืองไทย แต่ปากท้องที่นั้นกำลังจะสำคัญกว่าความหวังไกลๆ
มีทางเลือกไม่มากมาย ต้นทุนที่เขามีอยู่นั่นอาจเป็นทางเลือกที่เขาตั้งใจเอาไว้ เขารับงานนวดแผนไทยและเริ่มมีรายได้
ใครจะเชื่อ สังคมบริโภคอย่างลอนดอนก็มีคนแสวงหาเรื่องพวกนี้อยู่ไม่น้อย บางคนชอบผ่อนคลายด้วยการนวดเสียด้วยซ้ำ
เขาเริ่มต้นและไปได้สวย แล้วมี่ใครเชื่ออีกบ้างว่า เขาเก็บเงินได้งามพอดู
นอกจากตัวเองแล้ว เขายังอุดหนุนช่วยเหลือคนข้างๆ เพื่อนๆ หรือแม้แต่ที่บ้านได้อีกด้วย เงินในกระเป๋ามีเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ครบ 2 ปี เลยไปหย่อนๆ นิดๆ เขาบินกลับบ้านพร้อมเงินก้อนหนึ่งที่โตพอหล่อเลี้ยงความฝันได้อย่างไม่น่าหวั่นใจ
-6-
ห่างกันระหว่างลอนดอนกับเมืองไทย เขาได้ที่แปลงสวย ซึ่งสวยในความหมายที่ลงตัว ในเรื่องของค่าที่ดินและระยะการเดินทางจากกรุงเทพฯ
นอกเหนือจากนั้น ผมเชื่อว่ารายละเอียดต่างๆ ต้องเหมาะสมกับการเพาะปลูกในอนาคต อย่างที่เขาวาดหวัง เพราะอย่างน้อยเขาเคยได้รับความผิดหวัง
บทเรียนในความทรงจำต่างๆ ของเขา กำลังจะเป็นทุนรอน และเมล็ดพันธุ์ในที่แห่งใหม่ บ้านที่เขาบอกว่าสร้างเสร็จแล้ว พร้อมที่จะชวนเพื่อนไปพัก นัยหนึ่งเขาอยากให้พวกเราไปสัมผัสความฝันที่ของเขา ผมรู้สึกอย่างนั้น
ระยะแรกคงเหนื่อยหนัก ผมคาดเดา
แต่คุยกันเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เขามีความสุข แม้ในยามตกดิ่งของช่วงกราฟอย่างสาหัส เขามีความหวัง แม้ยังมองไม่เห็นทางเดินไปต่อ ไม่ว่าตัวหนังสือ หรือคำพูด ความคิดของยืนยันไว้อย่างนั้น
ความหมายของความสุขและความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไม่มากก็น้อย แต่ในความต่างสำหรับบางคนคงไม่ต่างกันไปมากมาย
แต่สำหรับเขาเคยบอกผมไว้ครั้งหนึ่งว่า
“เป้าหมายคงไม่ใช่ปลายชีวิต แต่เป็นเรื่องของช่วงชีวิต”
ระหว่างทางเราเก็บเกี่ยวและสิ้นหวัง ความฝันของช่วงวัยจึงต่างกัน เขาคิดได้ตั้งแต่ผมไปโบกรถกับเขาครั้งแรกเมื่ออยู่มหา’ลัย ปี 2
เป้าหมายวัยหนุ่มของเขาจึงเข้มข้นและเต็มไปในการค้นหาสิ่งที่ต้องการ ไม่ง่ายที่จะทำให้ชัดเจน แต่เขาก็คลำทางบนเส้นบางๆ ที่เขาเลือกเสี่ยง
ใครๆ ต่างรู้ดีว่าความเสี่ยงของเขาเหมือนนักพนัน แต่ความเสี่ยงของเขามันวางเดิมพันกันด้วยชีวิต!!
มาถึงบรรทัดนี้ ไม่มีอะไรจะอธิบายต่อไปอีก นอกจากความรู้สึกว่า ชีวิตคนเรามันจะมีหรือไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่ได้ลองค้นหาตัวเอง เรียนรู้ ค้นพบสิ่งที่ค้นหาเจอไม่เจอคงไม่ใช่ประเด็น
นอกเหนือจากนั้น ความช่วยเหลือที่เขาพร้อมหยิบยื่นให้ตลอด ประโยคหนึ่งที่เขาพูดเสมอ “หากมีอะไรที่คิดว่าพี่ช่วยได้ ก็ขอให้บอก”
ในความขาดแคลน ยังมีอะไรที่หาได้เช่นนี้อยู่ ผมตื้นตัน
-7-
สัญญาณขาดๆ หายๆ ส่งเสียงของเขาจากโทรศัพท์ ที่ปลายสายอยู่ในพื้นที่ๆ ผมยังไม่รู้จัก
แต่เสมือนว่าภาพที่เขาเล่าให้ผมฟัง ได้วาดให้เห็นบ้านและลำธารที่อยู่ด้านหลัง ต้นไม้ที่ยังเล็กอยู่ ครัวและคู่ชีวิตที่กำลังทำนู้นทำนี่อยู่ในที่ผืนนั้น
อีกภาพที่เขาวาด คือ ผืนดินและบ้านของเขาควรได้รับการรองรับเป็นประโยชน์ และรับใช้ใครบางคนที่อยากเรียนรู้ ทดลองการใช้ชีวิตที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ลึกๆ เขาคิดมากกว่านั้น
เขาหวังอยากเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมบนผืนดินเล็กๆ แห่งนี้
ผมคิดถึง อี.เอฟ.ชูเมกเกอร์ นักเศรษฐศาตร์ชาวอังกฤษ ที่สนใจโลกตะวันออก ที่มีคำพูดง่ายๆ ว่า “Small is beautiful-เล็กๆ นั้นงดงาม”
ผมสัมผัสได้ในความรู้สึก!!
ซึ่งเขาไม่ใช่ศิลปิน นักคิด ไม่ใช่นักอะไรที่ยิ่งใหญ่ แม้ไม่ยิ่งใหญ่อะไรเลย แต่ในความหวัง ที่เขาทำมัน ช่างยิ่งใหญ่ ในความรู้สึกของผม!!
เยี่ยมเขาได้ผ่านทาง blog
http://mantarniwas.exteen.com
บ้านเพราะรัก
7 หมู่ 11ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่
อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โทร 085-2897589
#1 By bowiemekkO* on 2007-10-11 12:57