ชายชราในคาเฟ่แห่งนั้น
posted on 29 Nov 2007 00:00 by lonelysyndrome in Kavafe-room
มุมด้านในสุดของร้าน ชายชรานั่งตรงโต๊ะตัวนั้น
พร้อมกับหนังสือพิมพ์ที่อยู่ตรงหน้าโดยปราศจากคนรอบข้าง
เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเบื่อหน่าย
เขารำพึงถึงความสำราญในวัยหนุ่ม
วัยหนุ่มที่ดูกำยำแข็งแรง น่าดูและมีพลัง
ยิ่งรู้สึกกับวันอันสูงวัย รู้สึกถึงในสิ่งที่เห็น
ท่ามกลางวันอันเทาหม่น และเฉื่อยชา
หวนระลึกช่วงเวลาอันหนุ่มแน่นก่อนหน้า
คิดถึงคืนวันที่ผ่านมา, ช่วงเวลาช่างแสนสั้นนัก
ยิ่งใคร่ครวญเท่าไหร่ ก็ยิ่งหลงใหลกับมัน
อย่างเช่นที่เธอผู้หลอกลวงเขามาเหมือนอดีต
หรือใครบางคนลวงไว้พูดว่า “เธอยังมีเวลาอีกมากมายในวันพรุ่งนี้”
เขาจดจำมันได้ถึงความต้องการในวัยหนุ่ม
รสชาติของความต้องการความอันระเริงใจว่ามีมากมายเพียงใด
เขาบูชาความสุขเหล่านั้น
แล้วทุกอย่างก็สูญสิ้น-เปลี่ยนไป
ในบัดนี้ ได้แต่กล่าวโทษความผิดพลาดและขลาดเขลาของตนเอง
เราไตร่ตรองไปพร้อมกับความทรงจำของเขา
กับชายชราที่กำลังหมองหม่นข้นใจ
กับความพ่ายแพ้ที่หลงเหลืออยู่
ที่ซึ่งเขากำลังนั่งอย่างสงบนิ่งในคาเฟ่ อยู่ที่โต๊ะตัวนั้น
กอนสตันติน กาวาฟี,
1897
An old man
Constantine P. Cavafy (1897) เขียนต้นฉบับไว้เป็นภาษากรีก
เรียบเรียงและแปลเป็นภาษาไทยจากเวอร์ชั่นอังกฤษของ Rae Dalven, Harcourt Brace
.
.
ใกล้สิ้นปีและย่างเข้าเดือนธันวา
ข้างในหนาวไม่แพ้ภายนอก
อ่านโคลงเก่าเล่าเรื่องของกาวาฟีที่ว่า An old man
ไม่มากล้นก็พอกระจ่าง
ระแวดระวังอย่างไรในเรื่องเวลา ถึงช่วงสำราญก็ลืมเลือน
เราเป็นทั้งคนเก่าแก่ของปัจจุบันและก็เป็นอดีตในวันพรุ่ง
มองเห็นและเอื้อมหาในเวลาไล่เลี่ยกัน
อาจใช้จ่ายด้วยต้นทุนที่พันพวงมากับอดีต
เคยกล่าวโทษโกรธเคืองตัวเองหนักหนาสาหัส
น้อยครั้งกว่าคือกำลังใจที่กระซิบบอกตัวเอง
กระทั่งว่าบางทีเราหม่นมัวและมืดบอดในอดีตที่มองเห็น
ไม่เท่าไหร่ มันก็จะผ่านไป หากไม่ลืมสะก่อน คงดีต่ออนาคต
แต่บางอนาคตก็ลืมอดีต เหตุการณ์ก็ซ้ำเล่าวนมาอีก
สำหรับบางอดีตของคนอื่น ก็เป็นต้นทุนสำหรับคนบางคน
จะย่นเวลาให้รู้จักเข้าใจ แต่อาจไม่สำนึก เพราะไม่รู้สึกด้วยตัวเอง
เหมือนใครๆ ที่เสี้ยมสอนกันกระทั่งโต
“เธอยังมีเวลาอีกมากมายในวันพรุ่งนี้”
ใครจะเศร้ารู้สึกได้ ถ้าคิดถึงวันที่ย้อนคืนมาไม่ได้
กาวาฟี บอกให้ลองคิดตามคนข้างๆ ที่นั่งอยู่นิ่งเงียบนั้นดู
ที่ภายในอาจเต็มไปด้วยเรื่องราวอันปวดร้าวระบม
ถ้าไม่เหลียวก็ยังไม่ได้เห็น
ฟังโคลงที่ว่า รู้สึกค่าของการสูญเสีย ที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้
ไม่ใช่เรื่องของคุณค่าเชิงหยิบจับ แต่เป็นเวลาที่มีเหมือนหรือเท่ากันทุกคน
อย่างน้อยก็พึงระวัง ว่าจะเปล่าเปลืองในวันเวลาที่เราหายใจอยู่
อย่างน้อยก็น้อยครั้งลง ที่มานั่งจะนั่งจ่อมจมลง
และซึมเหมือนชายชราคนนั้นของกาวาฟี


อ่านรอบแรกต้องกลับไปตั้งสติก่อน
มาจนรอบนี้ ก็ยังไม่มีใครคอมเม้นท์
สงสัยจะขลัง ทรงพลัง ไปนิด
อ่านแล้ว ต้องสูดหายใจลึก ๆ อีกหนึ่งรอบ
ล้ำลึกมากท่าน
#1 By friday on 2007-11-29 02:13