ดอกทานตะวันของแวนโก๊ะ

posted on 02 Jan 2008 01:04 by lonelysyndrome  in Dust-words

 .

.


Vincent van Gogh: Sunflowers, 1888~1889

 .
.

-1-

.

 

เคยมีเพื่อนได้พยายามยืนมองภาพเขียนของแวนโก๊ะ
ภาพหนึ่งในชุดดอกทานตะวัน
ที่แขวนไว้บนผนังมิวเซียมที่ลอนดอน
กลับมา เขาเปรยหยั่งถามผม
ไม่รู้ว่ามันสวยตรงไหน

บางที่จะจับอะไรมาอธิบายความงามของศิลปะ
หรือกับภาพเขียนสักชิ้นอาจดูโง่เกินไป
สักครึ่งหรือค่อนโลกอาจมองต่างและเห็นไม่เหมือนกัน
ภาพดอกทานตะวันของแวนโก๊ะ
ความจริงอาจสวยไม่เท่าดอกทานตะวันสักดอกที่ปลูกอยู่บนดินจริงๆ
ใครบางคนอาจเห็นเป็นอย่างนั้น หากมองในมุมของความงาม

และความงาม ไม่น่าเกิดขึ้นได้ด้วยความซับซ้อน
ไม่น่าเกิดขึ้นจากเหตุและผล บางที่ก็อธิบายไม่ได้ แล้วแต่ใครจะมองเห็น

เชื่อว่าแผนการโจรกรรมภาพเขียนที่เป็นมรดกโลกนี้มีอยู่ทุกๆ วัน
หนึ่งในนั้นเป็นภาพดอกทานตะวันของชายหูขาดนั้นเอง
เนื้อข่าว ไม่มีใครจดจำชื่อของโจรผู้นั้น แต่เหตุผลของเขาน่าสนใจกว่า
เขาบอกว่า ภาพดอกทานตะวันรูปนี้ ช่วยเยียวยารักษาจิตใจอันแตกหักของเขา
ไม่มีใครพิสูจน์ความจริงข้อนั้น เพียงแต่เลืองลือกันถึงความงดงาม
ที่หลบซ่อนอยู่ในภาพๆ นั้น

ผมยังไม่มีโอกาสได้เห็นภาพดอกทานตะวันภาพนั้นจริงๆ
หลายๆ ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกอยากพิสูจน์เรื่องๆ นี้ด้วยตัวเองสักครั้ง

ในแง่อื่นๆ ไม่ยากที่จะอธิบายถึงความล้ำค่ากับของบางสิ่ง
หากเป็นทางประวัติศาสตร์
มันคงเพียงพอสำหรับมูลค่ามหาศาลสำหรับดอกทานตะวันสีเหลืองในภาพดอกนั้น
แต่ทางความรู้สึกก็อาจยังไม่เพียงพอ

.
.


-2-

เพลงๆ หนึ่งสำหรับบางคนเท่านั้น
เพลงๆ หนึ่ง อาจเพราะที่สุดสำหรับคนๆ นั้นร้อง
หงา คาราวาน ร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธาได้อย่างสะกดใจ
วันที่ได้ฟังสดๆ บนเวทีในคืนหนึ่ง
ผมก็รู้ว่า ไม่มีใครจะสามารถร้องเพลงนี้แทนได้และเพราะไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

เช่นเดียวกัน กับเพลง ทำนอง คำร้องอีกวงการหนึ่ง
เป็นอย่างไรไม่เคยสนใจฟัง
กระทั่งเรื่องราวพาลให้ฟัง
แดน บีม
D2B
ร้องเพลงที่สื่อถึงความหมายของเพื่อนที่เพิ่งจากไป
ผมไม่เคยสนใจมาก่อน แต่ข่าวคราว เรื่องราวของบิ๊กหลายๆ ปีที่ผ่านมา
พาให้ผมหยุดฟังเพลงที่สองคนนั้นร้องให้ผู้ที่จากไป
ผมกลับรู้สึกอย่างแปลกประหลาด
มันอธิบายไม่ได้ แต่รู้สึกได้ ถึงความหมายของการสูญเสีย
มันลึกซึ้งและดูเหมือนจับต้องได้
ผมรู้สึกว่าคนที่ร้องเพลงไม่เพราะ กลับน่าฟังและสะกดให้สนใจอย่างไม่น่าเชื่อ
หากนั่นเป็นเพียงละครตบตา เขาก็แสดงได้เก่งสมราคา
แต่เรื่องราวของความสูญเสียนั้นเป็นทุนของความเชื่อ
นั่นเป็นเหตุผลให้ผมได้หยุดฟัง และรู้สึกได้ถึงความลึกซึ้งของเพลง
เช่นเดียวกับแบงค์วงแคลช ที่แต่งเพลงๆ หนึ่งมอบให้มารดาที่จากไป
มันซาบซึ้งเกินกว่าคำว่า
เชื่อ
.

.

-3-

 

โลกนี่ความจริงไม่มีอะไรซับซ้อน
เพียงต้องการความเข้าใจ หรือเพราะเราต้องการการเปิดใจ
มนุษย์เราไม่ได้อ่อนแอ แต่เมื่อไหร่ที่เราสัมผัสกันตรงความอ่อนไหว
มักทำให้เราซาบซึ้งและแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นใครเปิดใจออกมาก่อน

ยิ่งเห็นคนใจแข็งอ่อนแรง เรายิ่งอ่อนไหว มักเป็นอย่างนี้
และพร้อมจะให้อภัย
แต่เราก็มีกำแพงขวางกั้นกันหนาและสูงอยู่รอบตัวโดยไม่รู้ตัว
ไม่เขาก็เราที่เป็นคนก่อ แต่ถ้าทั้งเขาและเราก่อ กำแพงยิ่งน่ากลัว

อาหารของหัวใจบางทีก็สำคัญไม่แพ้ปากท้อง
แต่แน่นอนว่าปากท้องเป็นเหตุผลทำให้เราผิดใจกัน
มากกว่านั้นคือศักดิ์ศรี และหน้ากากที่เราสวมใส่
เหมือนบางพื้นที่ของโลกที่วุ่นวายแม้ในคืนที่ค่อนโลกเฉลิมฉลองศักราชใหม่
ภาคใต้ยังเหมือนเดิม
ที่ปากีสถานข่าวการเสียชีวิตของบุดโตทำให้เกิดการจลาจลอย่างต่อเนื่อง
หลังเลือกตั้งทั่วไปของเคนย่าก็วุ่นวายและบานปลายไม่แพ้กัน

 .
.

-4-

อาหารของหัวใจจึงสำคัญ
หาจากข้างนอกบ้าง แต่จากข้างในก็สำคัญไม่แพ้กัน
อาศัยจากคนอื่นบ้าง แต่ด้วยตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน
ใช่รอให้ใครๆ เปิดใจ เราเองอาจต้องเปิดใจออกก่อน
บางทีภาพเขียนแบบแวนโก๊ะอาจกระจายอยู่เต็มทั่วท้องถนน
ดีกว่าการแย่งชิงและหยิบยื่นความวุ่นวายให้แก่กัน
มันอาจเป็นอะไรสักอย่าง ที่เราสื่อสารกันด้วยความจริงจัง จริงใจ
เพราะเมื่อเราเห็นได้ด้วยใจ ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีคุณค่า
มีความหมายในแง่ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโลก
แต่อาจเป็นแง่ที่เปลี่ยนความรู้สึก-ของเรา

ผ่านปีใหม่มาหนึ่งวัน
เรื่องราว ผู้คน ภาพถ่าย ภาพเขียน ความงาม บทเพลง เทคโนโลยี
ถ้วยชา แปลงดอกไม้ หรือแม้แต่ขยะต่างมีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป เหมือนฉายซ้ำๆ
ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่ละวัน แต่ละปี
รัฐบาลเก่า รัฐบาลใหม่ เดี๋ยวก็เปลี่ยนมาเปลี่ยนไป
พูดกันอย่างไม่เกรงใจ เราก็ไม่ได้อะไรจากการเปลี่ยนแปลงแต่ละหน

รู้สึกอะไรบ้าง สำหรับโลกรอบข้าง
รู้สึกได้ตอนนี้ คือแรงบันดาลใจ
ยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็แค่สีน้ำมันเหลืองๆ ของดอกทานตะวันดอกหนึ่ง
ในภาพเขียนของศิลปินที่เฉือนหูขวาตัวเองขาด
ที่สามารถรักษาและเยี่ยวยาหัวใจที่แตกหักคนๆหนึ่งได้ เท่านั้น

เสียดาย-ความรุนแรงบนโลกนี้ยังคงมีอยู่
ทั้งๆที่ดอกทานตะวันในภาพนั้นจะงดงามสักเท่าไหร่ก็ตาม

.

 

Motigo Webstats - Free web site statistics Personal homepage website counter

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คำว่าศิลปะที่แท้จริง

ไม่จำเป็นต้องมีคำบรรยายเนอะ big smile

แค่เรารู้สึกว่ามันสวยก็พอแล้ว

สวัสดีปีใหม่คับ confused smile

#1 By KaTTo-+tOdA on 2008-01-02 01:24

คงตอบไม่ได้ว่างามตรงไหน
แต่เราใช้สายตาไหนมอง และมองได้งามอย่างไร
สาระสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง อาจจะไร้สาระสำหรับหลายๆคน

หากจะโทษ คงต้องโทษ หอคอยบาเบล ที่ทำให้ความเข้าใจของคนเราต่างกัน
มีหลายภาษา มีหลายวิธีคิด

สวัสดีปีใหม่นะคุณ
มางงอะไรไม่รู้แถวนี้

รู้แค่ชอบงานเขียนของคุณ big smile Hot!
ความงามอยู่ที่ "ข้างหลังภาพ" ครับ
แน่นอน ไม่ใช่แค่ผนังผุๆแน่ๆ -_-'

สำหรับภาพแนว express ขนาดนี้
หากชมผ่าน copy หรือในเน็ทเท่านั้น
ก็เหมือนเหมือนฟังเพลงเฮฟวี่ผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์น่ะครับ

จะให้ได้รับรสชาติ ของอาหารก็ต้องชิม
เช่นกันกับภาพนี้ .. แม้ยังไม่เคยดูด้วยตาทั้งสองข้าง
แต่ก็ถูกสะกดใจด้วยหลายๆอย่างของภาพอยู่ดี
แต่บางทีเรื่องความ "สวย" .. ถกไปก็เท่านั้นครับ

เขียนดีนะครับ .. อ่านมานึกว่าจบไม่ลงซะแล้ว ^-^ Hot!
ดอกทานตะวันดอกน้น
เป็นปริศนาที่คนทั้งโลกจับตา
มันมีอะไรมากไปกว่าน้น

อาจเป็นเพียงดอกไม้ที่เด็ดมา
หรือมีที่มาอันประทับใจ

#4 By Zomme on 2008-01-02 07:42

ความงดงามขึ้นอยู่กับภูมิหลัง .. ที่มา
ดังจะเห็นได้จากการที่คุณหยุดฟังเพลงของ แดน บีม

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะbig smile

#5 By ป้าหมู on 2008-01-02 09:14

เสียดาย-ความรุนแรงบนโลกนี้ยังคงมีอยู่
ทั้งๆที่ดอกทานตะวันในภาพนั้นจะงดงามสักเท่าไหร่ก็ตาม

:)แวะมายิ้มเศร้าให้กับประโยคสุดท้ายครับ

#6 By filmsick on 2008-01-02 09:37

ไม่ขอกล่าวถึงภาพเขียนดอกทานตะวันได้มั๊ยครับ เพราะดูแล้วมันทำให้ผมตัวเล็กกระจิ๊ดริ๊ด ในบานหน้าต่างของคุณsad smile

เอาเป็นว่าผมชอบงานเขียนของคุณมากครับbig smile Hot!

สวัสดีปีใหม่ มีความสุขมากมายครับ big smile

#7 By ก้อนหิน on 2008-01-02 09:47

...

เคลื่อนไหวพริ้วไปตามกระแสโลก
พบเห็นดีร้ายคล้ายต่างกัน แต่ก็มีสิ่งที่เหมือนกัน
จิตวิญญาณที่ซุกซ่อนไว้ อำพรางด้วยแนวรั้วแตกต่างกัน
จะใช้สิ่งใดเหล่า จึงจะได้แลเห็น

...

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ไม่ได้แวะมาซึมซับความงามจากที่นี่มานานที

ยังคงงดงามเสมอ ไม่แปรเปลี่ยน

รักษาสุขภาพนะคะ

เช้าวันนี้ อากาศเย็นมากกว่าวันวานล่ะ

...


big smile

#8 By กะจิ๋วหลิว on 2008-01-02 09:56

ทุกอย่างเกิดมันมีเหตุ และเมื่อมันจบก็มาสาเหตุเช่นกัน
อยู่ที่ใครใส่ใจก่ะมัน หรือเอามันมาร่วมวงกับชีวิตคุณ
เลือกให้ดีล่ะกันน่ะค่ะ โยนของเสียทิ้ง เอาแต่สิ่งดีๆล่ะกัน
happy new year ค่ะ
สุขภาพแข็งแรงๆ confused smile

#10 By poo-picca on 2008-01-02 10:34

โห ภาพๆเดียว เจ้าของบล็อกสามารถสื่อหลายๆสิ่งออกมาได้
ฟังเพลงแดนบีม ที่ร้องให้บิ๊กทีไร น้ำตาจะไหลทุกที
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ เวลาท้อแท้
เพิ่งเจอมากับตัวเมื่อเร็วๆนี้เองค่ะ

ปีใหม่นี้ก็ขอให้เจ้าของบล็อกได้กำลังใจอยู่เคียงข้างเยอะๆน่ะคะopen-mounthed smile

#11 By --อาเย่-- on 2008-01-02 11:44

โอ๊ะ...
ขอบคุณบทความดีๆ
ขอบคุณความเอื้ออาทร
ที่มีต่อมวลมนุษย์
...
ขอบคุณที่คิดถึงเรื่องเหล่านี้

#12 By sofa on 2008-01-02 12:26

็แวะมาดูภาพเขียนชื่อดังครับ
Happy new year2008surprised smile

#13 By Ripley on 2008-01-02 15:40

ถ้าโลกนี้ไม่มีศิลปะคงจะซีดเซียวเหมือนผิวดวงจันทร์แน่ ๆ เลย

#14 By เจ้าชายน้อย on 2008-01-02 16:18

ผมชอบภาพทุกๆภาพของแวนโก๊ะนะครับ หลายภาพเหมือนมีอารมณ์ที่พลิ้วไหวอยู่ในภาพนั้นเอง ภาพดอกทานตะวันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ

ผมคิดว่าแวนโก๊ะคงจะวาดภาพนี้เพื่อบอกกับผู้ที่จ้องมองมันว่า แม้ก้านของดอกจะบิดเบี้ยว กลีบของมันจะร่วงโรย

แต่ประกายสดใสของชีวิตนั้นยังคงอยู่เสมอ

#15 By Neuropanda on 2008-01-02 16:24

ชอบบทความนี้จังเอาไปHot! ค่ะ

#16 By หิมะ~หิมะ on 2008-01-02 17:52

Hot!
สำหรับความจี๊ดครับ

#17 By N.P on 2008-01-03 00:46

เป็นภาพที่ดีนะคะ Hot!
ชอบบทความของคุณมาก เขียนดีมากเลยค่ะ

#18 By nidting on 2008-01-03 09:02

HNY 2(",)(",)8
ขอให้มีความสุขมั่กๆนะ
ชีวิต ความรัก ทุกสิ่ง สดใส สดใสค่ะ

ก้อนหินไปทานข้าวก่อนนะค่ะ
แล้วบ่ายๆหรือเย็นๆจะเข้ามาอ่านอีกรอบและเม้นต์ค่ะbig smile

#19 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.171.98) on 2008-01-03 12:44

สวัสดีปีใหม่ค่ะconfused smile

#20 By blue (202.5.89.60) on 2008-01-03 13:15

คุณว่า "ชื่อเสียงของศิลปิน" มีความเกี่ยวข้องกับ "งานศิลปะ"ไหม
คุณว่า "ราคาของงานศิลปะ" ใช่ตัวชี้วัดคุณค่าสำหรับงานศิลปะหรือเปล่า
ศิปละคือสิ่งที่เราชอบ

ไม่จำเป็นต้องมีคนชอบ

เพราะศิลปะเกิดมาจากจิตใจของเราเอง

#22 By okok (222.123.237.21) on 2008-01-03 17:27

I feel that there is nothing more truly artistic than to love people (Vincent Van Gogh)

ชอบแวนโก๊ะค่ะ
สำหรับเรา ภาพวาดมีไว้ให้รู้สึกมากกว่ามีไว้ให้ดูค่ะ
แค่ใครสักคนพูดว่า ภาพดอกทานตะวันรูปนี้ ช่วยเยียวยารักษาจิตใจอันแตกหักของเค้าได้ แค่คำพูดนี้ก้อเกินพอแล้วกับความผูกพันกับอะไรสักอย่าง

เราว่าการฟังเพลงแล้วรุสึกดีๆเกินกว่าซาบซึ้ง หรือมากเกินกว่าเชื่อเนี่ย คงเป็นเพราะสิ่งนั้นเป็นเรื่องจริงค่ะ

ขอให้เหตุการณ์ภาคใต้สงบในเร็ววัน และทุกๆที่ในโลกมีสันติภาพค่ะ

#23 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.171.98) on 2008-01-03 18:30

อาจเพราะเรามัวแต่มองข้างนอก
และหลงลืมข้างในกันบ่อย ๆ
ทั้งของคนอื่น
และของตัวเอง

จะเปลี่ยนแปลงซักกี่หนก็อาจไม่มีความหมาย
ถ้าข้างในยังเหมือนเดิม

อืม เราชอบเอนทรี่นี้นะHot!

#24 By ระหว่างทาง on 2008-01-03 21:53

ศิลปะ .. ?

หลายนัยยะ เน๊อะ

ทำเลอะ ก็บอก , มันเป็นศิลปะ

นอกกรอบ , มันเป็นศิลปะ

..

และอีกมากมาย

ใจเราตัดสินว่าใช่ , เสียงร่ำร้องมันบอกว่าชอบ

.

ก็ศิลปะ

#25 By ปราง (202.28.62.245) on 2008-01-04 08:27


หลังจากมาอ่านอยู่นาน...

ได้ฤกษ์เบิกชัย มาเป็นสมาชิกที่นี่

เลยเข้ามาอ่านอย่างเป็นทางการ (ซะที)

#26 By Taweewipa on 2008-01-08 22:10

บางทีหากไม่มีความรุนแรง
ความงามสักเล็กน้อยก็อาจไม่มีค่า
ไม่จำเป็นสำหรับเยียวยาใจดวงใด

ก็ได้นะคะbig smile

#27 By แก้วตา on 2008-01-09 18:34

แวะเข้ามาหา กวี จ๊ะbig smile

#28 By แมวหมา (58.8.105.74) on 2008-01-13 03:55

นั่งอ่านมาตั้งนาน.. เปิดมาเจอเรื่องราชสถาน อ่านไปเรื่อย จนมาเจอบทกวีจากใจ

อ่านแล้วได้อารมณ์ดีมาก

ขอให้กำลังใจ และประสพผลสำเร็จทุกเรื่องที่ตั้งใจทำ

ยินดีที่รู้จัก..จ้า

#29 By แมวน้ำ (124.120.119.42) on 2008-01-14 01:05

ไม่เคยสนใจประวัติแวนโก๊ะเลย
จนมาวันนี้อ่านเรื่องนี้แล้ว เลยลองเข้าไปหาประวัติเค้ามาอ่าน เพิ่งรู้ว่าเค้ามีชีวิตน่าสงสาร เข้าใจว่าการที่แวนโก๊ะเขียนรูปแนวอิมเพรสชั่นนิสก็เพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจของเขานั่นเอง

#30 By life in mono (124.120.168.240) on 2008-01-14 16:13

เพิ่งจะได้กลับมานั่งอ่านค่ะ
หลังจากที่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย
หลังจากที่พยายามจะหลับแล้ว
แต่กลับไม่ข่มตาหลับซะดื้อๆ

ติดใจ เรียกว่า ทบทวนดีกว่า
กับหัวข้อที่ 4 นี้อยู่หลายรอบ ..
= = = = = = = = = = = =
-4-
อาหารของหัวใจจึงสำคัญ
หาจากข้างนอกบ้าง แต่จากข้างในก็สำคัญไม่แพ้กัน
อาศัยจากคนอื่นบ้าง แต่ด้วยตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน
ใช่รอให้ใครๆ เปิดใจ เราเองอาจต้องเปิดใจออกก่อน
บางทีภาพเขียนแบบแวนโก๊ะอาจกระจายอยู่เต็มทั่วท้องถนน
ดีกว่าการแย่งชิงและหยิบยื่นความวุ่นวายให้แก่กัน
มันอาจเป็นอะไรสักอย่าง ที่เราสื่อสารกันด้วยความจริงจัง จริงใจ
เพราะเมื่อเราเห็นได้ด้วยใจ ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีคุณค่า
มีความหมายในแง่ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโลก
แต่อาจเป็นแง่ที่เปลี่ยนความรู้สึก-ของเรา
= = = = = = = = = = = =

บางครั้งเราเองอาจจะเปิดใจ..
มากไปรึปล่าวนะ! ในบางคราว
ความรู้สึกของตัวเราเอง ..
อยู่กับตัวเราแท้ๆ ยังเปลี่ยนลำบากพอดู
...

#31 By moodee on 2008-01-15 00:25

เคยยืนดูรูปทานตะวัน ที่ Vangoh Museum Amsterdam ..รู้สึกว่ามีพลัง..ตื่นตาตื่นใจ ..ไม่ใช่เรื่องความสวยไม่สวยของรูปเขียน ..แต่เป็นการรับรู้ในจิตใจ ของแต่ละคนมากกว่านะคะ ..และเคยตะเกียกตะกายไปดูรูป The Kiss ของ Gulstave Klimt คนที่ไปด้วยถามเหมือนเพื่อนคุณเลยว่าสวยตรงไหน ดูให้ได้อะไรขึ้นมา ..เฮ้อ..

#32 By rainysea (202.28.117.234) on 2008-01-16 15:15

เขียนได้ดีจังเลยค่ะ มีไม่กี่คนที่เขียนแล้วทำให้พี่อ่านราวกับลืมหายใจ กระหาย...

พี่หายไปนานค่ะ ลองออกไปเดินเล่นข้างนอกดูน่ะค่ะ

big smile ก็มีบ้างบางทีที่คิดถึง กวีในอากาศ ร้านกาแฟริมทะเลที่ตัวเองไม่รู้จัก ตู้ป.ณ.หนึ่งซึ่งยังไม่เคยส่งการ์ดไปถึง big smile
แวะมาหาค่ะ

ฝันดีนะค่ะbig smile

#34 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.170.217) on 2008-01-26 22:16

สิ่งที่น่าสนใจคือทำไมแวนโก๊ะถึงเลือกวาดรูปดอกไม้...
ทั้งๆ ที่ชีวิตของเขาเผชิญหน้าแต่ความอาภัพ
หรือมีบางสิ่งที่ซ่อนเร้น สิ่งที่ประวัติศาสตร์หรือหนังสือเล่มใดไม่เคยจารึกไว้

นั่นคือปริศนาของศิลปะ และ "ความงาม" อย่างหนึ่งอยู่ที่สิ่งนี้

#35 By Tivawarin R. (202.69.140.6) on 2008-01-27 00:26

อย่าหวังรอ...อาหารใจ...จากใครเขา
ไม่เทียมเท่า...ใจของตน...ไม่หม่นหมอง
จากภายใน...สร้างเองได้...ให้ทดลอง
จิตใจผอง...เราปิดกั้น...อันตราย

อันตราย...จากอะไร...ที่ไร้ค่า
ที่เข้ามา...ทำให้เศร้า...โศกศัลย์
ไม่จำเป็น...ให้เหินห่าง...แยกทางกัน
เศร้ากับฉัน...แยกกันไป...ไม่ต้องแคร์

เศร้าไปทาง...ฉันไปทาง...ห่างกันบ้าง
ฉันต้องสร้าง...ความสุขใจ...ให้ตัวฉัน
ให้นึกว่า...ฉันคนดีคนเก่ง...คนสำคัญ
บอกตัวฉัน...ทุกวัน...ฉันสุขใจ

อ่านจากหนังสือให้กำลังใจหลาย ๆ เล่ม...เขาให้พวกเราให้กำลังใจตนเองเยอะ ๆ...แล้วจะมีความสุขกว่าการคิดแต่สิ่งร้าย ๆ ทับถมตนเอง...ทุกวี่ทุกวัน



#36 By yawaiam (125.27.61.109) on 2008-01-30 22:08

big smile กลับมาสวัสดีปีใหม่ย้อยหลังค่ะ มีความสุขมากๆนะเจ้าคะbig smile

#37 By nanak on 2008-02-01 14:02

" เมื่อแวนโก๊ะวาดดอกทานตะวัน
ทานตะวันทั้งโลกเป็นเช่นนั้น "


(ผมเขียนในบทกวี 'กายภาพแห่งความจริง')

#38 By ปุถุชน on 2008-02-03 11:44

สุขสันต์วันแห่งความรัก
ขอให้มีความสุขมั่กๆนะค่ะbig smile

#39 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.177.127) on 2008-02-14 03:15

หายไปไหน...นานมาก

#40 By yawaiam (118.172.164.205) on 2008-02-17 22:41

โอ้โห ทำไมหายไปเป็นเดือนเลยคะ หวังว่าน้องจะสบายดีนะคะ

หวังเหวิดค่ะ question (ถามน้องจูนดูนะคะว่าแปลว่าอะไร question)
สวยจิงๆๆๆๆเลยเราชอบมันจัง

#42 By noname (117.47.154.222) on 2008-02-25 19:52

คุณอากาศกวีค่ะ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก้อตาม หวังว่าสักวันจะกลับมาใช่ไหมค่ะ? เอาใจช่วยนะค่ะ อย่าล้มเลิกกับเป้าหมายนะค่ะ

#43 By life in mono (124.120.175.147) on 2008-02-26 13:27

เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากในความรู้สึก ฉันชอบนะ ชอบศิลปะทั้งมวล
มันมีความหมายในตัวเองอยู่แล้วbig smile

#44 By Aof (125.27.120.102) on 2008-03-26 13:34

#45 By Aof (125.27.120.102) on 2008-03-26 13:37

ผลงานของแวนโก๊ะน่าภูมิใจมากค่ะ

#46 By มุก (222.123.150.183) on 2008-08-13 17:46

#47 By (117.47.110.125) on 2008-09-03 18:30