มองให้เห็นเป็นเรื่องสนุก
posted on 18 Mar 2008 21:45 by lonelysyndrome in Potter.
หลายๆ หน พอเหนื่อยก็อยากจะหยุด
กับอะไรสักอย่างที่ลงมือทำไปแล้วครึ่งๆ กลางๆ
แต่เพราะคำมั่นสัญญา หรือเพราะอะไรสักอย่าง
คนเราจึงควรเดินหน้าต่อไป
แล้วผมก็ลุกขึ้นไปทำต่อเรื่อยมาจนถึงเช้ามืดเมื่อเช้านี้
ไม่ใช่แค่ระยะเวลาสองสามวัน แต่เป็นสองสามเดือนที่ทำติดต่อกันมา
ถอยหลังไปสามเดือนก่อน ต้นเดือนมกราคมครับ
สวนเพื่อนอยู่หัวหิน มีใครบางคนไปเยี่ยมเยียนและพักดื่มน้ำชา
เพื่อนเลือกถ้วยชาที่ผมปั้นชงให้ใครคนนั้น
ผลของมันก็คือ เขาอยากได้ถ้วยชาแบบนี้
ไม่ใช่ใบสองใบ แต่เป็นร้อยใบ
“ทำได้ไหม ถ้าจะสั่ง” เพื่อนผมโทรหา
ผมถามว่าใครอยากได้
“อาจารย์สุลักษณ์”
ผมนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์
รับงานนี้มาเพราะมีเวลาทำงานเกือบสี่เดือน
.
.
ผมเริ่มปั้นถ้วยชาด้วยความรู้สึกสนุก
แล้วเริ่มเบื่อหน่าย เมื่อผ่านเลยไปแล้วไม่รู้เมื่อไหร่จะครบ
“ปั้นวันละสิบใบ สิบวันก็ครบแล้ว” Cheng gao lei พูดให้กำลังใจ
Cheng คนที่บ้านอยู่ซีอาน ชอบทำราเมน กับซาลาเปากินเองเป็นเรื่องปกติ
ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารประเภทนั้น เขาทำได้อย่างน่าดู สนุกสนาน
'ทำให้มันง่ายๆ' - วิธีคิดของเขาเหมือนเป็นตำหรับวิชาทำอาหารของเขา
ร่วมเดือนที่เขามาช่วยนวดดิน ก่อนเดินทางกลับซีอาน
ด้วยกรรมวิธีไม่ต่างกันกับตอนที่นวดแป้งทำซาลาเปา
เขาจึงทำได้โดยไม่ต้องสอนอะไรมาก
ได้ดินที่เตรียมไว้ดีจากฝีมือเขา ผมจึงปั้นถ้วยชาออกมาได้อย่างลื่นไหล
.
หนึ่งในจำนวนงานเสียครับ
.
ผ่านมาสองเดือนกว่า ผมปั้นถ้วยครบร้อยใบ
เตรียมรอเรียงเข้าเตาเผา หากฤกษ์งามยามดี อารมณ์เบิกบานพอ
เมื่อนั้น ผมคงได้เอาเข้าเตาแล้วจุดไฟ
จริงๆ มันเป็นการเล็งหาจังหวะมากกว่า เพราะจุดไฟในเตาแล้ว
ต้องมีเวลาให้อย่างน้อยต้องสองวันสองคืนเต็มๆ
ผมจึงใจเย็นๆ หาโอกาสเหมาะๆ อยู่พักใหญ่
เวลาผ่านเลยมาถึงเมื่อสี่วันที่แล้ว
อาจารย์สุลักษณ์แจ้งว่ามีการเปลี่ยนแปลง “ต้องการถ้วยชาเพื่อใช้อาทิตย์หน้า”
ความร้อนรุ่มมาเยือน!!
หนักใจขึ้นมาทันทีที่รู้ข่าว
เย็นคืนนั้น ผมกลับมาบ้าน ทยอยเรียงถ้วยชาเข้าเตา
ค่อยๆ ทยอยเผา สามสี่เตาจนครบร้อยใบ
เหนื่อยอยู่ข้างเตามาสี่วันสามคืน
ใจจดจ่ออยู่กับการคุมอุณหภูมิ
ผมไม่เคยต้องเผาเตาติดๆ กันข้ามวันข้ามคืนติดต่อกันสี่เตาอย่างนี้มาก่อน
เหนื่อย แต่ก็สนุก ตื่นเต้นแต่ก็มีกังวลใจ
สารพัดสารเพ ร้อยอารมณ์ผสมอยู่กับถ้วยกับอุณหภูมิในเตานั้น
เช้ามืดวันนี้ ผมตื่นขึ้นมาเพื่อเปิดเตาสุดท้ายตอนตีสี่ครึ่ง
อากาศเย็นสบายอย่างไม่เคยสัมผัสมานานแล้ว
ข้างนอกยังมืดอยู่
รอบบ้าน ถนน ผู้คน เงียบ – สงบ
แสงจากหลอดไฟสีเหลืองนวลสว่างฉายอยู่ภายในโรงปั้นเล็กๆ ในบ้าน
เตายังอุ่น เลขดิจิตอลแสดงอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสค่อยๆ ถอยหลังช้าๆ ลดอุณหภูมิลง
ผมค่อยๆ เปิดฝาเตา ถ้วยชาที่เรียงอยู่ในนั้นค่อยๆ เผยให้เห็นชัด
ถ้วยชาชุดสุดท้ายก็เสร็จสิ้น
.
.
อยากเล่าต่ออีกว่า ทั้งร้อยใบมันเสียทั้งหมด เสียอย่างที่ไม่มีโอกาสแก้ไข
เมื่อแรกที่เปิดเตาเห็น ผมตกใจ สีมันเพี้ยนทั้งเตา
ต้องการสีเขียวศิลาดล แต่เผาออกมาได้เป็นเอิร์ทโทนน้ำตาลทึมๆ
ผมกลับชอบ สีแปลกดี ให้ทำอีกคงทำไม่ได้ ผมคิดอย่างนั้น
แต่กับคนสั่งทำ คงไม่ชอบนัก!!
ผมเริ่มรู้สึกตึงเครียด ไม่สนุกต่ออีกแล้ว
เศร้าใจ เมื่อต้องสารภาพกับเจ้าของงาน
แต่ต้องยอมรับความจริงแล้ว เดินมาถึงสุดทางและแก้อะไรไม่ได้แล้ว
ผมส่งงาน และรอคำตอบจากอาจารย์สุลักษณ์
“ก็สวยดีหนิ” ท่านว่าอย่างนั้น
ผมโล่งใจ...
.
.
วันนี้หลังแพ็คงานบรรจุลงกล่องส่งถึงมืออาจารย์สุลักษณ์
ผมเบาใจ เหมือนสิ่งต่างๆ ที่กดทับไว้ทั้งหมดมันเบาหวิวขึ้นมาโดยพลัน
ผมนั่งคิด งานนี้หากไม่นับสินน้ำใจค่าจ้างแรงงาน
ผมได้อะไรบ้าง
มีมากมายที่ได้รับ มีมากมายที่ได้มองเห็น
เหมือนถ้วยชาที่เสีย บางคนคิดว่าเสีย ทว่าบางคนกลับมองว่ามันเจ๋ง
แต่สำคัญไม่แพ้เรื่องไหนๆ
นอกเหนือจากคำมั่นสัญญา คือการมองและทำให้มันเป็นเรื่องสนุก!!
ยิ่งเรื่องยากๆ ยิ่งพอผ่านไปได้ด้วยความสนุก ก็ยิ่งสุขและสำราญ
.
.
Sil Austin - Tu ne sais pas aimer
จากภาพแล้ว แก้วสวยดีคะ
#1 By ผ่านเลนส์ on 2008-03-18 22:10