ร้านหนังสือที่รัก

posted on 24 Mar 2008 00:17 by lonelysyndrome  in Dust-words

.

อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง ที่เคยมีฝัน-แบบนั้น
อยากทำร้านขายหนังสือหรือร้านขายกาแฟ
ที่จริงแล้วไม่ได้อยากขายเท่าไหร่
แต่อยากทำบรรยากาศให้ดีๆ ที่เราอยากได้-มากกว่า

ผมกลับบ้านมา ซอยเสนานิคม
1 ลาดพร้าว
กลางซอยมีร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง
‘Books Garden’

ร้านเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ตั้งใจจัดบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ในร้านของเธอ
หลายคนคงอิจฉา รวมทั้งผมด้วยที่เธอสามารถทำร้านได้น่ารักขนาดนี้

. 

Photobucket

.

บ้านอยู่แถวนี้หรอคะ
นี่คือประโยคแรกที่เธอเอยทัก และผมตอบเธอไป
แล้วเธอก็บ่นๆ ไป ทำไมวันหยุดแท้ๆ ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย

ผ่านไปราวยี่สิบนาที ผมยื่นหนังสือเล่มหนึ่งส่งให้เธอ
ซื้อหนังสือหรอคะดูเธอตกใจอะไรสักอย่าง

ผมพอทราบเรื่องราวเล็กๆ และสถานการณ์ของร้านนี้พอควร
เพราะความเปิดเผยจริงใจของเจ้าของร้าน
ที่เล่าเรื่องราวของและสถานการณ์ร้านผ่านหน้าเวปของร้านตัวเอง

คงพอเดากันออกนะครับ
ว่าสถานการณ์ที่ว่า คือสถานการณ์ทางการเงินที่ไม่ดีพอ
ค่อนข้างแย่ถึงขั้นติดลบด้วยซ้ำ
มันยิ่งตอกย้ำว่า
ทำอย่างที่ฝันแล้วท้องจะอิ่มไหม

เมื่อใครๆ ต่างทราบสถานการณ์ว่าเป็นเช่นไร
หลายคนคงเลิกอิจฉาเธอ
แต่ผม รู้สึกยิ่งอิจฉาเธอมากกว่าเดิม รู้สึกอิจฉาในความเข้มแข็งของเธอ
ทั้งๆ ที่ร้านไม่ได้ทำกำไรงามๆ ให้เธอ
ทว่าเธอกลับหล่อเลี้ยงความฝันให้ร้านคงอยู่ได้จากความมุ่งมั่นของเธอ

.

Photobucket

.


ผมกลับมานั่งคิด เพราะอะไร ร้านดีๆ ร้านหนึ่งไม่สามารถอยู่ได้และมีกำไรเพียงพอ
ที่จะเลี้ยงตัวเองให้รอดโดยไม่มีหนี้สินติดลบ
มีไหม ร้านไหนที่อยู่รอดกลางกระแสเศรษฐกิจแบบนี้

ผมนั่งคิด อะไรคือปัญหา สำหรับร้านในฝัน
เพราะการบริหารของร้าน
หรือ เพราะลูกค้า
หรือ เพราะมันไม่แมสพอ หรือเพราะอะไร...
ถ้าจะมองในแง่ของธุรกิจ ดูจะตอบง่ายกว่าด้วยเหตุผล
ยิ่งมองร้านฝั่งตรงข้าม แผงหนังสือของเขาเติบโตจนแบ่งร้าน แยกสาขา ดูรุ่งเรือง
แต่สำหรับ ‘Book Garden’ พื้นที่สวย เก้าอี้ว่าง หนังสือดี อากาศเย็นสบาย กาแฟหอม
แต่คนไม่เลือก
?


หรือมันคงเป็นเหตุผลของวิถีชีวิต
ถ้าจะเลือกนั่ง อาจเป็นช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบ
ทว่าชีวิตคนกรุงเทพ เจ็ดวันจะไม่รีบสักกี่วัน
รีบร้อนทั้งกิน ทั้งซื้อ ทั้งจ่าย ชินอยู่กับการให้ชีวิตเร็วๆ

ผู้คนไม่มีเวลาพอที่จะนั่งจิบชา กาแฟ ในร้านที่ควรจะเป็น
นอกจากสตาร์บัค
ไม่มีเวลาเดินหาหนังสือดีๆ ในร้านหนังสือเล็กๆ
นอกจากร้านสโตร์ในห้างหรือสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ท

หรืออะไรสักอย่าง?

ถ้าจะผิดที่เรา คงแก้ง่ายกว่า
ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรต่างๆ
แต่กับสังคม ลูกค้า ที่ไม่สอดคล้องกับร้านก็จนปัญญา

ก่อนหน้านี้ ได้อ่านคอลัมน์แปลจากภาษาอังกฤษ
เกี่ยวกับร้านหนังสือเล็กๆ ที่กำลังล้มหายไป
เพราะกระแสทุนนิยมเป็นเงื่อนไข ประเด็นหลัก สู้ร้านในห้างใหญ่ๆ ไม่ได้
ไม่มีเทศกาลลดราคา
ไม่มีระบบสั่งจองหรือเช็คข้อมูลโยงใยระหว่างสาขาผ่านอินเตอร์เน็ท

แม้ร้านหนังสือดีๆ มีคุณภาพด้านความรู้สึกมากกว่า
ก็อาจไม่พอต่อความต้องการของคนเรา

.

Photobucket

.

ยิ่งเทศกาลหนังสือแห่งชาติประจำปี
ผมห่างกันและไม่ได้เดินมาหลายปีแล้วครับ

ยังชอบเดินหา เดินเลือกในร้านหนังสือแถวบ้าน
ยิ่งกับร้านเล็กๆ ที่รักและชอบด้วยแล้ว
เราสุขและอิ่มใจกว่า นอกเหนือจากได้หนังสือกลับบ้าน
เรายังได้หยอดความฝัน หล่อเลี้ยงหัวใจให้เจ้าของร้านอีกด้วย
อิ่มใจกว่าครับ อิ่มใจกว่าที่จะได้หนังสือถูกๆ เยอะๆ กลับบ้าน

อยากอุดหนุน อยากให้กำลังใจกับร้านเล็กๆ
ที่เลือกทำอย่างนี้ก็คงทดแทนความรู้สึกลึกๆ ของตัวเอง
หรือเหมือนใครๆ ที่ฝันอยากทำร้านเล็กๆ แบบที่ตัวเองอยากเห็น

กลับมาถามตัวเองอีกหน
มีร้านไหน โชคดีที่เจ้าของร้านได้ทั้งอิ่มฝันและอิ่มท้อง

.

อยากอุดหนุนหรือแวะให้กำลังใจร้านเล็กๆ แห่งนี้ : http://www.book-garden.com/
ขอบคุณภาพถ่ายสวยๆ จาก : http://onnicha.multiply.com/

 

 

 

Pat Metheny-CinemaParadiso-LoveTheme

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาร่วมอิจฉา
และให้กำลังใจ
ผ่านไปจะแวะเยือน

ส่วนคำถามทั้งหลาย
คุณคงรู้ ว่าเราถามตัวเองมานาน

ผมอยู่ฝั่งธนบุรีครับ อยากให้มีร้านเล็กๆอย่างนี้ใกล้ ๆ บ้านบ้าง ผมจะได้ไปนั่งทุกเย็นเลย แต่มันก็คงยากที่จะเป็นไปได้จริง ๆ ครับ
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆที่เล่าสู่กันbig smile

#3 By นายใบ on 2008-03-24 01:13

ร้านในฝันเหมือนกันค่ะแบบนี้
ร้านหนังสือ ร้านกาแฟเล็กๆ
เป็นฝันค้าง ปั้นไม่สำเร็จเลย

ชื่นชมความเข้มแข็งที่หยัดยืนอยู่ได้
และหล่อเลี้ยงสิ่งที่ฝัน ด้วยความจริง
ที่เป็นอยู่ได้ ..อยากให้เธอเข้มแข็ง
และยืนหยัดได้ไปนานๆ ด้วยละค่ะ

#4 By moodee on 2008-03-24 01:14

ตามมาอ่าน blog... ขอบคุณสำหรับการให้เกียรติเอาภาพมาร่วมใน blog นี้ด้วยนะคะ

สำหรับร้านนี้ต้องลองไปบ่อย ๆ แล้วจะรู้เองว่าทำไมลูกค้าถึงค่อย ๆ หายไป

#5 By Onnicha (58.8.116.129) on 2008-03-24 01:32

เป็นความฝันแรกๆ และความฝันหลักๆในชีวิตเหมือนกันค่ะ กับร้านหนังสือ ของเราเอง เล็กๆ
ถึงได้ยอมที่เรียนหนักๆ จะทำงานหนักๆอย่างวิศวกร
เพียงเพื่อให้ถีงเวลานั้น ที่เราเปิดร้านในฝันของเราจริงๆ
จะทุนหนา จนถึงแม้จะกำไรน้อยขนาดไหน ก็จะยืนหยัดเปิดต่อไปให้ได้
อ่านentryนี้แล้ว จะไม่ท้อ จะฮึดสู้ต่อค่ะ
พ่อทำงานในวงการหนังสือมานาน ยังไม่แนะนำให้เราเปิดร้านเลยค่ะsad smile

#6 By pretty_little_things on 2008-03-24 03:13

ร้านน่ารักค่ะ
เสียดายที่ไม่ใกล้พอจะไป
ช่วยระบายความฝันกันได้
ถ้ามีโอกาสผ่านไป
คงดี

มันรีบเร่งจริงๆ
วันๆ
อย่าว่าแต่จะช่วยต่อเติม
ความฝันผู้คนรอบข้างเลย
แม้แต่ของเราเอง
บางครั้งยังลืม

มาอ่านเรื่องของคุณตอนเช้า
ของวันที่ต้องรีบทำอะไรหลายอย่าง
ได้ฉุกคิด
ว่าอย่าลืมสิ่งเล็กน้อย
ที่มันจะต่อจิกซอฝัน

#7 By แก้วตา on 2008-03-24 07:48

ร้านน่าแวะไปมากเลยครับ .. แต่ไม่อิจฉานะ ^-^
ธุรกิจร้านหนังสือ ก็เหมือนค่ายเพลงครับ ต้องปรับ .. ปรับ ปรับ

ค่ายเพลงออกอัลบัมมา ครึ่งหนึ่งของธุรกิจ ดันไปอยู่ที่ Ring Tone
ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ .. ร้านหนังสือแบบ Stand Alone
ส่วนใหญ่ผมเห็นจะอยู่ได้ก็ด้วย "กาแฟ" น่ะครับ

ส่วนปัญหาในธุรกิจนี้ก็มีเยอะ
ส่วนหนึ่งคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งมาจาก
ร้านหนังสือประเภท Discount Store ใหญ่ๆ เมื่อขายได้มาก
มีฐานข้อมูลสมาชิกมาก ก็ต่อรองกับผุ้จัดจำหน่ายได้มาก
สามารถจัดโปรโมชั่นลดๆ แถมๆได้ ซึ่งร้านเล็กๆทำไมได้
ผู้บริโภคส่วนหนึ่ง ต้องการซื้อหนังสือที่ "ลดราคา" แล้ว
เพราะหนังสือ ซื้อที่ไหนก็เหมือนกัน ไม่ส้มตำ
ถึงจะส้มตำเหมือนกัน แต่มีรสชาติแตกต่างกัน จนคนต้องเสาะหาร้านอร่อย

อีกอย่างคือ งานสัปดาห์หนังสือ เนี่ยแหละครับ ตัวดี ..
คนรอกั๊กไปใช้เงินในงานแบบนี้กันทั้งนั้น .. จะโทษคนซื้อก็ไม่เชิง
แต่หลายๆสำนักพิมพ์ บางทีหนังสือหมดก้ไม่พิมพ์เพิ่มครับ
รองานสัปดาห์ก่อน ค่อยพิมพ์ พอพิมพ์แล้ว คนที่อยากได้
ก็ไปซื้อในงานอีก ร้าน stand alone ก็ซวยไป

ไหนจะการพิมพ์ใหม่ บางทีนักเขียน ก็รอเปิดตัวในงาน
ขายได้ไปเยอะแล้ว ... ร้าน stand alone รับมาก็ต้องรอ
ผู้ซื้อรายใหม่ๆ กำรี้กำไรก็ไม่ได้เยอะ ...

น่าเหนื่อยใจครับ
ถ้าจะอยู่ให้ได้ ก็ต้องปรับ .. เยอะพอสมควร
แต่ก็ต้อง สู้ๆๆๆๆๆๆ ^-^
ว้าว หาที่วางหนังสือได้ละ
วางตามขั้นบันได
ไว้ดักพี่ชาย เผื่อเมาสะดุดล้ม
มรดกได้เป็นของเรา 555555555555

#9 By *´¯`PhoEniX on 2008-03-24 12:42

เจ้าของร้านกล้าหาญดีนะคะ...

ตัวพี่เอง...ยังเอาแต่ฝันถึงร้านหนังสือที่ขายกาแฟ โดยไม่เคยได้ลงมือทำแม้จะเพียงขั้นแรกของความฝันเลย
ร้านในฝันของใครหลายๆ คนสินะครับ
ก็เป็นอีกมุมของความคิดที่นำมาเล่ากันครับ big smile

#11 By White Paladin on 2008-03-24 13:07

เราเองก็คิดอยากจะทำร้านหนังสืออย่างนี้เหมือนกัน

#12 By นางสาวสมโหด on 2008-03-24 13:28

ร้านน่ารักดีค่ะ
เหมือนร้านเล่าที่นี่เลยอ่ะconfused smile

#13 By blue (202.5.89.60) on 2008-03-24 16:54

ชอบร้านนี้จัง รักร้านหนังสือค่ะ

สู้ สู้ค่ะbig smile

เรามีพี่อยู่ซอยเสนา ถ้าไปหาพี่จะแวะไปค่ะopen-mounthed smile

#14 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.241.197) on 2008-03-24 20:22

กรุงเทพฯให้ความรู้สึกเหนื่อยได้ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเยียน
ฉันมักจะสงสัยอยู่เสมอว่าผู้คนที่นั่น เขารีบร้อนไปไหนกัน
สู้ตายไว้ลายสู้ๆconfused smile
จริง ๆ ค่ะคุณอากาศกวี
น่าอิจฉาเจ้าของร้าน ที่ได้ทำตามฝัน...
อันนี้ไม่พูดถึงเรื่องผลกำไรที่วัดกันที่ตัวเงินนะ
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องผลกำไร ที่เป็นตัวเงินมันก็ต้องอิงระบบเศรษฐกิจ และกระแสสังคม + ค่านิยม จริง ๆ ค่ะ เราคง
จะหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการต้องเลือกระหว่างความฝันกับความจริงของสังคม
จริงอยู่ที่เราอาจมีวิธีให้สองสิ่งดำเนินไปควบคู่กัน แต่ก็ต้องใช้มันสมองเยอะ ๆ อ่ะค่ะ ต้องมากกว่านี้ ต้องมองคิดทั้งในกรอบและนอกกรอบ เพื่อจะอยู่ตรงกลางนั่นให้ได้แล้วเราก็จะอยู่แบบไม่ขาดทุน( พูดได้น่ะแต่ LIFE IN MONO ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน 55+)
อีกอย่างค่ะ ที่คนกรุงชอบร้านใหญ่ เพราะเวลาเค้ามีจำกัด เพราะฉะนั้นการไปร้านใหญ่ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะหนังสือเยอะกว่าไม่ต้องเสี่ยงกับการเสียเวลาเปล่า (มุมมองสำหรับคนที่มุ่งหน้าจะซื้อหนังสือค่ะ)ส่วนราคาลดนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะร้านหนังสือเล็ก ๆ ขายในราคาปลีก คนที่ซื้อปกติเค้าก็ซื้อหนังสือแบบปลีกอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องกาแฟ อันนี้ไม่ขอแสดงความเห็นนะ เพราะถึงแม้จะชื่นชอบกาแฟ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องกาแฟเท่าไหร่ เอาเป็นว่าถ้ารสชาติดีถูกใจคอกาแฟ สักวัน ปากต่อปาก แบรนด์คงติดได้ไม่หาก LIFE IN MONO ว่าเรื่องนี้คงต้องพัฒนากันที่ตัวสินค้าค่ะ

#17 By life in mono (124.120.173.190) on 2008-03-25 17:40

เคยได้ยินเขาเปรียบเทียบกันว่า
"ทุนนิยมคือปีศาจแห่งศตวรรษ"
--เป็นร้านที่สวยมากๆเลยค่ะ ไม่ค่อยเห็นแถวๆบ้าน จัดร้านได้น่ารักอย่างนี้เลย - -*

#18 By Menamarea on 2008-03-26 14:52

เป็นร้านที่น่าไปนั่งเล่นมากๆ เลยค่ะ

เพราะเราก็ชอบร้านบรรยากาศแบบนี้เช่นกัน

ขอบคุณที่นำมาแนะนำนะคะbig smile Hot!

#19 By unknown subject on 2008-03-27 14:26

ทุกๆเรื่องมีความเป็นไปได้ และมีความเป็นไปไม่ได้ ใกล้เคียงกันมาก ต้องหมั่นสังเกตและเข้าใจสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ถ้าชอบมันก็ใช่ ไม่ต้องเปรียบเทียบอะไรอีก มีหลายๆทางสำหรับการเดินไปสู่เป้าหมาย บางทีเราก็ไปยึดติดกับเส้นทางเดียว เดิมๆมากเกินไป ก็เป็นไปปได้
(ทำเป็นเขียนเท่ห์ๆ ไปงั้นแหละ แหะๆ)

#20 By มิตรไทย|ปาย (118.172.61.47) on 2008-03-27 20:25

ขอบคุณ อากาศกวี มากนะครับ
ที่เข้ามาให้กำลังใจเรื่องโดนลอกงาน
ตอนนี้คงจะรอดูไปก่อนครับ
เหนื่อยใจแต่จะไม่วางมือ
.
.
ว่าแต่ว่า
ผมเจอร้านกาแฟที่จะไปพักใจแล้วหละครับ

#21 By สนุกประเทศ (203.188.42.34) on 2008-03-28 10:30

ต้องแวะไปที่ร้านนี้ซะหน่อยแล้วสินะเนี่ยยbig smile

#22 By St.Maya' on 2008-03-28 20:10

เอ่ออ ,, ชอบง่ะ

แล้วจะไป

บางทีเมินร้านหนังสือในห้างดังบ้างก็ดีเนอะ big smile

#23 By ปราง (124.121.90.139) on 2008-03-31 17:08

เราก็ฝันถึงร้านขายกาแฟที่ขายหนังสือ หรือร้านหนังสือที่ขายกาแฟ เราเองก็ซื้อหนังสือตามร้านหนังสือเล็กๆ เหมือนกันค่ะ ซื้อหนังสือลดราคามันก็ลดไม่กี่สิบบาทหรอก เห็นด้วยกับคุณที่ว่า ซื้อหนังสือเพื่อหยอดหัวใจเจ้าของร้าน....

#24 By นกจร on 2008-04-02 11:48

เพิ่งมีโอกาสได้มาอ่านเจอค่ะ
ดีใจและซาบซึ้งมาก

ขอบคุณนะคะ
ว่างๆแวะมาเยี่ยมกันบ้างนนะคะ

#25 By opel (58.8.141.202) on 2008-05-11 16:43

ขอบคุณคุณอากาศกวีมากครับ ที่เขียนถึงห้องสมุดเล็กๆของเรา

ขออนุญาตทำ link ขอบคุณไว้บนเวป book-garden.com นะครับ

http://www.book-garden.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538680592&Ntype=3

ขอบคุณมากๆอีกครั้งนะครับ

ก๊อก

#26 By Kokky (202.156.8.14) on 2008-05-11 17:46