ความหลังกับวันที่ฝนตกหนัก
posted on 08 Apr 2008 12:34 by lonelysyndrome in Dust-words
.
บ่ายที่ฝนตกหนัก, หน้าเกาะหวาย-เมษา'51
.
.
เกือบทุกคนบนเรือกำลังเก็บความหลังลงกล้องตัวเล็กๆบนเรือโดยสารขนาดเล็กเที่ยวสุดท้ายของวันที่วิ่งระหว่างเกาะเล็กๆ กับเกาะช้าง, ตราด
และฝนพึ่งหยุดตกไปชั่วโมงที่แล้ว คนที่นั่นว่าช่วงนี้เป็นฤดูมรสุม สามสี่เดือนถัดไปจากนี้ฝนจะตกตลอด
ก่อนลงเรือ ฝนหอบนั้นเคลื่อนตัวมาชัดเจนเหมือนม่านน้ำฝนที่ค่อยๆ ห่มคลุมท้องทะเล
ทะเลและท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทาในคราวเดียว
ผมเก็บภาพเหล่านั้นอย่างไม่มีเหตุผล เรือประมงที่ลอยตัวนิ่งอยู่กลางผืนน้ำ หมู่เกาะที่เคยเห็นอยู่มุมนั้นหายไปในม่านฝน ผืนฟ้าก็จมหายไปในภาพนั้นด้วย
คงเพราะฝน เรือที่รอยังไม่ปรากฏตัว
เรือ ฝน ทะเล และเวลา คล้ายความสัมพันธ์ที่บางคนควรเข้าใจ แม้ไม่ตลอดไป แต่เฉพาะช่วงเวลาสำหรับเราก็ควรได้เรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อที่จะต้องเข้าใจและหาทางอยู่ร่วม แต่เพียงเพื่อที่จะรอได้ด้วยความสบายใจ
ภาพจากกล้องดิจิตอลเก็บความละเอียดภาพในภาพได้ครบเหมือนสมบูรณ์ ขนาดความจุก็เพียงพอที่จะเก็บเรื่องราวรอบข้างไว้ได้เท่าที่เราควรเก็บ ในสองวัน อาจมีบางภาพที่จดจำได้ไม่ดีพอ เพียงแต่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำของกล้องถ่ายรูป
เสียงของฝน-เพียงพอต่อการหวลระลึกถึงภาพเก่าๆ ที่คราวนั้นไม่ได้บันทึกด้วยกล้องใดๆ
เมื่อปี 2539 คนหนุ่มสองคนกำลังกางเต้นท์อยู่ตรงหาดๆ หนึ่งที่ไร้ผู้คน ไม่มีบังกะโลสักหลังบนหาดทรายสะอาดๆ พอเรือโดยสารที่มีมีวันละรอบทิ้งให้ขึ้นฝั่งตรงนั้น สองหนุ่มก็ยืนลอยเคว้ง เหมือนโลกนี้มีแค่สองชีวิตที่ยืนอยู่ แต่เพราะทะเลที่ใส ท้องฟ้าที่หอมกลิ่นแดดสิบโมง สองชีวิตก็เอาแต่วิ่งกระโดดอยู่บนผิวโลกที่มีแต่รอยเท้าของพวกเรา
มื้อเที่ยงที่มีเพียงมาม่าที่ต้มด้วยหม้อสนามดำๆ ที่ช่วยแก้ปัญหามาให้เราหลายๆ มื้อ ยังจำได้ดีที่ผมและเพื่อนทะเลาะกันเพียงแค่ปริมาณน้ำในหม้อที่เราชอบไม่เท่ากัน คนหนึ่งชอบน้ำเยอะ อีกคนชอบน้ำน้อย แต่มื้อนั้นก็ผ่านไปได้เพราะความหิวที่มีพอๆ กัน
หลังมื้อนั้นมาไกลหลายๆ ปี ยังอดขำไม่ได้ แต่มันก็เป็นอารมณ์หนึ่งของเด็กผู้ชายสองคนที่อยากเที่ยวเล่นและกินอยู่แบบเด็กหนุ่ม
เราย้ายไปมาอยู่หลายที่หลายมุมของเกาะ เด็กผู้ชายสองคนคราวนั้นก็ตื่นเต้นกับเรื่องรอบด้าน
ยิ่งในคืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก เรานอนขดตัวอยู่ในเต้นท์ท่ามกลางลมแรง สุดท้ายเราทนอยู่ภายในนั้นไม่ไหว
ออกมาทั้งมืดๆ ตัว เป้และข่าวของเปียกไม่มีชิ้นดี เดินออกมาเพื่อหาที่พักอาจเจอบ้านสักหลังที่อยู่ใกล้-แล้วเราก็เจอ
เช้าถัดมา เราได้ค้นพบหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะช้าง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ด้านหลังของเกาะ เงียบสงบแม้แต่กลางวัน
ชีวิตกลางวันของคนในหมู่บ้าน ต่างออกทะเล เข้าสวนผลไม้ เราเดินเที่ยวจนแน่ใจว่า ไม่มีที่ให้เราพัก ไม่มีร้านอาหารสำหรับมื้อถัดๆ ไป
ขณะที่กำลังคิดว่าจะออกจากหมู่บ้านแห่งนั้น เรากลับได้รับน้ำใจจากคนในหมู่บ้านสลักเพชรที่ชวนเราไปกินปลาสดๆ ในบ้าน ให้ที่เรานอน แม้เป็นบนเรือโดยสาร แต่นั่นก็ทำให้เรามีโอกาสนอนบนดาดฟ้าเรือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต แม้เป็นเด็กหนุ่มซนๆ ในภาพคราวนั้นแต่เราก็ซาบซึ้งใจกับสิ่งที่เราได้รับ
คำขอบคุณ-คือสิ่งเดียวที่เราตอบแทนน้ำใจให้พวกเขา เราย้อนคิดขึ้นมาทันที ไม่มีประโยชน์ที่เราจะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกในมื้อถัดๆ ไป
ในสถานที่ที่ทั้งฟ้าและทะเลสวยงาม คราวที่เราเที่ยวเล่นแบบไม่มีตังค์ เราขลาดแคลนกำลังทรัพย์ แต่เราก็ได้รับสิ่งสวยงามที่อยู่ข้างในสุดของชีวิตจากคนแถวนั่น
นี่อาจไม่ได้คิดได้ในคราวเดียว ต่อเมื่อไหร่ที่ชีวิตไม่ได้พบเจออีก ก็ถึงคราวที่ผลึกของความทรงจำต่างๆเหล่านั้นก็ผุดสว่างขึ้นมาเสียงม่านฝนลาเสียงลง ฟ้าคลายตัวสว่างคืนมาอีกหน คลื่นทะเลนิ่ง เรือลำเล็กๆ พอจะออกสู่ทะเลได้อีกหน ชายฝั่งเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
บนเรือลำเดียวกัน ต่างคนต่างที่มาและต่างมีความหลังที่ต่างกัน
ความหลังสำหรับบางคนได้แต่เก็บไว้ แต่อีกบางคนถ่ายทอดให้กับอีกคนรับรู้ในช่วงพึ่งพ้นไปด้วยเครื่องโทรศัพท์มือถือ
แล้วผมกับผู้คนบนเรือลำนั้นกลับขึ้นสู่ฝั่งอีกครั้ง ท่ามกลางความหลังที่ต่างคนต่างเก็บด้วยวิธีการของตน
และอีกส่วนที่ต่าง คงเป็นเรื่องราวที่เราอยากจดจำหรือไม่
ทว่าความจริงเราไม่เคยเลือกเรื่องที่จะจดจำ แม้ในสถานการณ์ที่ไม่มีกล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ หรืออะไรเลย แต่เราก็มีเหตุการณ์ที่เราจดจำได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยก็บางเรื่องในชีวิต

ไว้ในความทรงจำนะคะ ลิ้นชักตัวนี้ความจุไม่มี
จำกัดปริมาณและกำหนดด้วยเวลาไม่ได้ด้วยสิ
หลายเรื่องผ่านไปแล้ว กี่ปีก็ตามมีอะไรมาสะกิด
ว่ามันเคยเป็นอย่างนี้ เคยผ่านพบแบบนี้ เรื่องเก่าๆ
ผุดขึ้นมา ราวกับเพิ่งเกิดไปเมื่อไม่นาน ภาพยัง
ชัดเจน ..
เคยมีแบบภาพซ้อนกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่
เหมือนๆ ว่า เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ เรากำลังจะ
ไปที่นี่ เดินทางแบบนี้ เคยเป็นมาก่อนแล้ว ครั้งนึง
แบบนี้เรียกว่าอะไรสักอย่างที่เคยได้ยินคนพูดถึง
เราเคยเป็นแบบนั้นเหมือนกัน.. บางทีมันคล้ายๆ
ว่าเรากำลังเดินทางตามรอยเดิมที่เป็นอยู่ กี่ปีแล้ว
จะเวียนมาให้ได้เจอแบบนี้อีก .. อาจจะไม่เหมือน
ซะทีเดียวแต่มันคล้ายซะจนเหมือนซ้ำ ..
การเดินทางของเวลา
เครื่องบันทึกความทรงจำจากตัวเรานี่หละ
เราว่าเจ๋งกว่ากล้องถ่ายรูปอีกค่ะ ..
เวลาได้นั่งฟังคนแก่รุ่นคุณตาคุณยาย เล่าเรื่องราวเก่าๆ
ในอดีตที่ท่านเคยผ่านมา ดวงตาเป็นประกายเชียว
ท่านเล่าให้ฟังสนุกไปเลย เรื่องผ่านมาตั้งนานท่านยัง
เก็บมาเล่าสู่กันฟังได้ เหมือนท่านเพิ่งผ่านวัยกลางคน
มาไม่นานอย่างไงอย่างนั้นหล่ะ
#1 By moodee on 2008-04-08 16:09