เซี่ยงไฮ้ในฤดูใบไม้ผลิ
posted on 22 Apr 2008 00:26 by lonelysyndrome in China
“สองปีกฝันจะกล้าแกร่งได้ ก็ต้องออกไปให้พ้นชายคา”
ไปตามเส้นทางของเรา
วรพจน์ พันธุ์พงศ์
.
.
.
ทุบกระปุกแบกเป้อีกหน หนีร้อนไปพึ่งเย็น จากความเคยชินไปอยู่ในที่ๆ ไม่คุ้นเคยอีกครั้ง
ที่กินและที่นอนเลือกได้ แต่ไม่รู้จะสุขหรือเศร้า
กับประเทศใหญ่ๆ ที่มีประวัติศาสตร์หลากรสอย่างเซี่ยงไฮ้,ประเทศจีน
แบกไกด์บุ๊คไปด้วยใจหวิวๆ แม้ฝืนทำใจแข็ง แต่ก็อดหวั่นๆ อยู่ไม่น้อย
บ่ายนั้นยิ่งหนาว เมื่อยืนอยู่หน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินผู่ตง
ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ไปไม่ถูก หันไปถามคนรอบข้าง
เหมือนมีคำตอบ แต่พากษ์เป็นภาษาจีนที่ไม่มีสิทธิ์จะเข้าใจ
แถมพ่นควันบุหรี่ใส่ให้สำลักเล่น
.

.
ฉากแรกของเซี่ยงไฮ้ เริ่มต้นจริงๆ ที่สถานีรถไฟซับเวย์ Longyang
ปลายทางอยู่ที่โฮสเทลแห่งหนึ่งซึ่งต้องลงที่สถานี Caoyang
และหลังจากนั้นก็ยึดเส้นทางคมนาคมทางรถไฟซับเวย์เป็นทางหลักในการเดินทาง
เพราะสิบสามล้านคนสำหรับประชากรในเซี่ยงไฮ้
ขนาดของเมืองขยายไปในลักษณะสูงเป็นตึกเสียดฟ้า
ด้วยเหตุผลหนึ่งคงเพราะราคาที่ดินแพงมหาศาล
และการเดินทางทั้งบนถนน บนฟ้า และใต้ดิน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ก็มีแต่คนเต็มไปหมด
.

.
.
เช้า สาย บ่าย ค่ำ
ฟ้าก็สวยได้ในทุกมุมที่มีต้นไม้กำลังผลิใบ และมีตึกระฟ้าเป็นส่วนประกอบ
ถนนหนทางเหยียดยาวไปในเส้นทาง จักรยานที่เรียบสองข้างทาง
ร้านรวงแต่งเติมสีสันไปเป็นระยะๆ
จากถนนหนึ่งสู่อีกถนนเส้นหนึ่ง
จากเช้าๆ ที่ 20 องศาต้นๆ ไปจนถึงหัวค่ำที่สิบกว่าองศาเซลเซียส
.
.
บางถนน ผู้คนสนุกอยู่กับการซดราเมน คีบเส้นนุ่มๆ ด้วยตะเกียบที่คล่องแคล่ว
บ้านตึกชั้นเดี๋ยวเตี้ยๆ ยืนเรียงตัวเป็นกลุ่มๆ แทรกตามตึกสูงเสียดฟ้า
เสียงการสนทนาไม่รู้ว่ารักหรือทะเลาะกันจึงส่งเสียงดังขนาดนั้น
“เพราะประเทศจีนคนเยอะ” มีคนพยายามอธิบาย
ต่อเมื่อเสียงหัวเราะเผยออกมาปิดท้ายบทสนทนาก็พอทำให้เบาใจ
.

.
เรื่องรอยยิ้มนั้นหายากยิ่งในใบหน้ายุ่งๆ ในแต่ละวันของชีวิต
“เขาก็เก็กไปงั้นเอง” ใครบางคนออกตัวแทน
แต่เหมือนว่าจริงๆ เลือกที่จะไม่สนใจใครมากกว่า
ต่างก็เดินมุ่งไปจุดหมายของตัวเอง เหมือนจะบอกว่า เสียเวลาเปล่า
มีเรื่องที่ต้องรีบไปทำเยอะแยะมากมาย
เหมือนเป็นยังงี้ทั้งโลก ยิ่งกับเมืองเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็ว
เมืองไหนๆ ในโลกก็คงไม่ต่างกัน.

.
สีสันของเสื้อผ้าที่ตากยามแดดบ่าย ระบายเมืองให้ดูสนุกสนานเป็นกันเองกว่าไหนๆ
ไม่ต้องเกรงใจใคร
ในรูปแบบการดำเนินชีวิต ยิ่งกับเรื่องแดดแล้ว ถือเป็นเรื่องจำเป็น
อากาศหนาวเย็นในเมืองที่ตึกสูงขนาดนั้น หาแดดได้ก็ในบางมุมบางชั่วโมงเท่านั้น
.

.
.
นอกจากราเมน ถ้าจะมีก็น้ำชาร้อนๆ กับวงไพ่ เป็นของคู่ที่แทรกตัวอยู่ในเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ยุคไหนๆ มาแล้ว
ส่วนหนุ่มสาว โทรศัพท์มือถือคือเครื่องใช้ที่ไม่ขาดมือ บนรถไฟ ท้องถนน สวนสาธารณะ
จะว่าไปอาจเป็นปรากฏการณ์ของคนทั้งโลก ที่ต้องการคนมารับฟังและพูดคุย
แต่บางอ้อมกอด ก็ไม่สนใจใคร ในความหนาวก็น่าจะร้อนผ่าวสำหรับคนสองคน
.

.
หลายๆ วันผ่านไป ก็ปรับตัวไปตามรูปแบบของชีวิตที่นั่น
เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่อาจต้องทำความเข้าใจใหม่
เรียนรู้เรื่องการเดิน การกิน การฟัง การเข้าใจ วิธีคิด
เมืองที่รถวิ่งเลนขวา และมีเวลาข้ามถนนเป็นเรื่องเป็นราว
รถเมล์เริ่มต้นที่หนึ่งหยวน
.

.
มักได้ยินคำขอบคุณ “เซี่ยเซี่ย” ที่มักพูดก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือ
“ปู๊จือเต้า” คือคำที่ใช้และได้รับบ่อย ซึ่งมีความหมายว่า “ไม่รู้เรื่อง”
จำเป็นต้องย่ำเรื่องราคาก่อนเสมอ แม้กระทั่งราเมนที่วางใจว่า สี่หยวน ก็อาจกลายเป็นสิบหยวนเอาดื้อๆ
กลิ่นอายของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ “ติงหลี่” ยังอยู่ให้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ และเห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต
เสื้อผ้า ผู้คน ตึก บ้าน อาคาร ใหม่ๆ เก่าๆ สลับทับซ้อนกันของยุคสมัยในแต่ละถนนสายหนึ่งๆ
เมืองที่เด็กๆ ไม่ค่อยมี แต่คนหนุ่มสาวแทบจะเดินเหยียบกันตาย
เห็นระยะห่างระหว่างพรุ่งนี้กับเมื่อวาน
พรุ่งนี้ คือเทคโนโลยี รถเก๋งคันโต ความทันสมัยต่างๆ สีของผมที่เป็นสีอื่น
แต่สำหรับเมื่อวาน คือ ใบหน้าเก่าๆ ที่จะโทรมหรือทรุด แต่ก็ดูมีคุณค่า
หลังคากระเบื้องโบราณ วัดอันสงบร่มรื่น ต้นไม้ ร่มเงา สระน้ำ และความเงียบ


แล้ววันหนึ่งๆ ก็ผ่านและจบลง ถนนบางสาย แสงและเสียงดูคึกคักขึ้นมาในเวลาย่ำค่ำ
ตึกสูงระฟ้าระยับแสงในบางชั้น ร้านอาหารเนืองแน่นอีกหน
บางถนนที่ยามกลางวันคนเคยเยอะๆ ก็ค่อยจางลงไปพร้อมกับเสียงและแสงสว่าง
ชีวิตเก่าๆ เดินเข้าตรอกซอกซอยสู่บ้านหลังเดิม
อาจมีหลายมุมมองและความรู้เชิงประวัติศาสตร์เยอะแยะมากมายที่มีคนบันทึกไว้ให้อ่าน
แต่สำหรับผม การได้มาเดิน นั่งมองผู้คน กินแต่ราเมนที่ต้องเสี่ยงกับท้องเสียในแต่ละวัน
เสียเวลาเดินทางไปกับหลงทาง มองหาผู้คนที่ใจดี
เดินในตรอก ใกล้ชิดบ้านเก่าๆ ที่แปลกตา ที่คาดว่าจะถูกรื้อทุบทิ้งในอนาคต
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเซี่ยงไฮ้ในฉากหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ ที่มีเรื่องน่าหลงใหลในชีวิตธรรมดาๆ

บางครั้งซ้ำๆ อยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านๆ ไปหลายๆ ฤดู
เราเองก็อาจหลงลืมแม้กระทั่งตัวเอง
.
.


จิงๆเราเองก้อพูดภาษาจีนได้นิดนึงเองค่ะ แต่สิ่งที่เรารู้เราอยากบอกค่ะ แก้แล้ว ลบเม้นต์เราออกก้อได้นะ
ใช้ประกอบเนื้อเรื่องยิ่งแจ่มครับ
#1 By WhiteMapleS on 2008-04-22 01:39