ม่อนเขาแก้ว เถ้าถ่านที่ยังติดไฟอยู่
posted on 03 May 2008 16:27 by lonelysyndrome in Dust-words.
.



.
.
เช้าวันนั้นฝนตกปรอยๆ ผมออกจากตัวเมืองลำปางขึ้นไปทางตะวันออกสิบสองกิโลเมตรด้วยรถสองแถว น้ำหนักของฝนลงแบบนี้พอให้เดินตากไหว ผมลงจากรถสองแถวที่หน้าปากทางเข้าบ้านม่อนเขาแก้ว
ถนนลาดยางมะตอยเปียกชื้นสีดำยาวไหลคดเคี้ยวไปตามทาง ตัดกับทุ่งนาสีเขียว เขียวที่ชัดขับขึ้นมาให้ตาชุ่มชื้น ฉากหลังเป็นแนวสันเขายาวขวางอยู่ไม่ไกล มอร์เตอร์ไซค์วิ่งสวนไปมาเป็นระยะ เผยชีวิตหน้าตาผู้คนให้คาดเดา
ระยะทางจากถนนใหญ่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก็เข้ามาถึงหมู่บ้าน บ้านม่อนเขาแก้ว ผมหลงใหลหมู่บ้านแห่งนี้ นับแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักและเข้าไปเมื่อสามปีก่อนหน้านี้ ชีวิตส่วนใหญ่ของคนที่นี่คือการปั้นดินและเผาไฟด้วยขี้เถ้าบนลาน มันเป็นวิถีชีวิตและมีวิธีการที่แตกต่างจากที่อื่นๆ
ผู้หญิงหลากหลายวัย อยู่ในโรงปั้นข้างๆ ตัวบ้าน โรงปั้นเป็นเรือนยาวที่มีหลังคาดินเผาคลุมระเรี่ยดิน ฝนตกแต่ข้างในอุ่น ไฟจากหลดไส้สีเหลืองอ่อนโยนโปรยแสงไปทั่วทั้งโรงปั้น เผยให้เห็นผิวดินของงานที่ปั้นเสร็จเรียบร้อยเป็นเงา หม้อหลายขนาดเรียงรายรอเวลาที่สมควรนำไปเผา รูปทรงของหม้อสวนใหญ่กลมเกลี้ยงและตบแต่งด้วยลายจากไม้ที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้กันเองในหมู่บ้าน ใช้ในการตบแต่งตีลงที่ผิวดินตัวชิ้นงาน อายุของลวดลายบ้านม่อนเขาแก้วผ่านกาลเวลามาหลายช่วงอายุคน ไม่มีปีที่ระบุหรือจดบันทึกไว้ แต่ในความทรงจำแม่หญิงที่มือเปื้อนดินอยู่บอกว่า “เป็นร้อยปีแล้ว อายุของหมู่บ้าน”
ทำกันมาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร หมักดิน นวดดิน ปั้น ตบแต่ง และเผา ไม่มีเครื่องมือประเภทไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เรี่ยวแรงคือต้นทุนที่มี ส่วนพลังงานที่ได้ก็มาจากนาข้าวที่อยู่ข้างๆ แม่หญิงว่า “ข้าวไม่ต้องซื้อ ปลูกและสีกันเองในหมู่บ้าน”
หม้อใบใหญ่อยู่บนแป้นไม้ที่หมุนช้าๆ ด้วยแรงมือที่เหวี่ยงไปเมื่อครู่ ไม้หน้าแบนถูกตบลงเป็นจังหวะๆ มืออีกข้างกำหินขัดก้อนกลมไว้ข้างในหม้อประคองดินให้เป็นรูปทรงกลม กรรมวิธีที่ว่า เคยถูกเปลี่ยน จากการส่งเสริมจากข้าราชการและนักพัฒนาในพื้นที่ แต่ผ่านไปได้ไม่นาน ชาวบ้านก็รู้ว่า ไม่เหมาะกับชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่ เพราะการเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการทำเครื่องปั้น ถูกเปลี่ยนไปพึ่งเครื่องมือข้างนอกมากเกินไป ไม่เฉพาะวิธีการปั้น การเผาก็ด้วยเช่นการ ต้องใช้เตาเผา ต้องสร้างเตาขนาดใหญ่ ลงทุนเหยียบครึ่งแสน เคยทำกันมาด้วยวิธีธรรมชาติ เข้ากับวิถีชีวิต ต้องเปลี่ยนแปลงขนาดนั้นคงไม่ไหว
วิธีการมันเหมือนการกลั่นกรองจากวิถีชีวิตประจำวัน พื้นฐานของคนเราแตกต่างกัน ความงาม ความสุขของคนเราก็ย่อมต่างกัน มันดูง่ายสำหรับที่หนึ่งแต่มันก็ดูยุ่งยากกับอีกที่หนึ่ง ลานดินที่เป็นพื้นที่เผาจึงยังคงอยู่ ที่นี่ไม่มีเตาเผา เครื่องปั้นทั้งหลายถูกเปลี่ยนสถานะจากสิ่งที่ไม่คงทนเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่แกร่งทนด้วยลานดิน ไม้ และขี้เถ้าที่ผสมตกทอดกันมาจากอดีต
แม่หญิงเรียงเครื่องปั้นบนลานดิน ค่อยๆ กำหนดวางฟืนท่อนใหญ่ๆ สลับกับท่อนเล็กๆ เรียงสลับกันไปมากับเครื่องปั้น คลุมด้วยฟางแก่ๆ ที่ตระเตรียมไว้ แล้วโกยขี้เถ้าสีขาวเทาๆ จนทั่วอีกชั้นหนึ่ง
ไฟที่จุดล่ามลุกปกคลุมไปทั่วอย่างรวดเร็ว สักพักควันสีเทาก็โรยตัวขึ้นไปบนหลังคาดินเผา ที่สีดำไปด้วยเขม่าควัน ท้องฟ้าภายนอกสว่างและใสขึ้นแล้ว อีกแปดชั่วโมงไฟจะดับและพรุ่งนี้เช้าจะได้เห็นงานที่อยู่ใต้กองขี้เถ้า
ทุกอย่างยังน่าดู การใช้ชีวิตและความสงบเงียบของที่นี่ บ้านบางหลังสวยเรียบอย่างน่าหลงใหล ทุกอย่างกลมกลืนกันในธรรมชาติ สีเขียวของต้นไม้เรื่อยที่เรื่อยไปตามโค้งหลังคา ย้อยลงมาเป็นพุ่มอยู่หน้าบ้าน มีเครื่องปั้นใบใหญ่ที่แตกชำรุดแต่ถูกวางเรียงไว้อย่างไม่ตั้งใจตามมุมบ้าน ใบเล็กๆ วางริมรั้ว หลังคา ผ่านมานานหลายฝนเปลี่ยนจากสีส้มสดเมื่อครั้งออกจากกองขี้เถ้าใหม่ๆ ผ่านมาหลายฤดูจนสีคร่ำเขียวขึ้นตระไคร้
แต่ใครจะไปเชื่อ นาครึ่งผืนใหญ่ของหมู่บ้านถูกนายทุนกว้านซื้อไปทั้งผืน ตอนนี้บ้านจัดสรรหลังคาโมเดิร์นเรียงแถวต่อจากหมู่บ้านเก่าแก่ ไม่ต้องถามว่าเสียใจแค่ไหน ยิ่งกับชาวบ้านค่อนหนึ่งของหมู่บ้านที่ยังยึดการปั้นและเผาหม้ออย่างเก่าๆ เหล่านั้น เขายิ่งกว่าเสียใจ มันคงห้ามกันไม่ได้สำหรับสิ่งตอบแทนและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
ฝนหยุดตกไปหลายชั่วโมง ชีวิตประจำวันถึงคราวพักผ่อน เครื่องปั้นยังร้อนไหม้อยู่ในเถ้าถ่านยังที่อยู่ในกองไฟ ผ่านมาค่อนชีวิต หมดฟื้นและห่มควันไฟมานานใกล้ช่วงสุดท้ายของชีวิต แม่หญิงเปรยว่า “ไม่มีใครทำต่อแล้ว รุ่นลูกๆ เขาเรียนหนังสือและไปทำอย่างอื่นหมดแล้ว ในหมู่บ้านคงเป็นรุ่นสุดท้าย”
เหมือนตัดพ้อแต่เป็นเรื่องจริง ไม่รู้ว่าในใจคนส่วนใหญ่ยังอยากให้มีอยู่หรือไม่ แต่ฐานะคนนอกแล้ว ตอบแบบเห็นแก่ตัว ก็อยากให้มีอยู่ แต่ความจริงแล้วคงไม่มีใครกำหนดได้ว่าเถ้าถ่านกองไหนจะเป็นการเผาครั้งสุดท้าย หม้อดินเผาใบไหนจะเป็นออกมาเป็นชุดสุดท้าย แต่ที่แน่ใจคือไม่ต้องเสียใจกับการหายไป เพราะสิ่งที่เปลี่ยนแปลง หายไป หรือจบสิ้นนั้น จะจบลงไปพร้อมๆ กับวิถีชีวิตของคนสักรุ่น และการจบลงก็เป็นความพึงพอใจของคนอีกรุ่นที่เลือกที่จะไม่ทำต่อ
ความเสียใจ จะมีแต่ก็คนภายนอกที่อยากเก็บรักษา สตั๊ฟมันไว้ แบบนั้นคงน่าหดหู่ใจกว่า เพราะแม้ควันไฟและเถ้าถ่านยังร้อนอยู่ ก็เป็นเพียงแต่รูปแบบของการรักษา แต่ลมหายใจจริงๆ ไม่ได้มีอยู่ในนั้นแล้ว
เดินออกจากม่อนเขาแก้วมาอย่างคนที่เห็นชีวิตงดงาม อยากเล่าและเก็บเรื่องราวเหล่านี้ไว้ เพราะรู้ว่าสักวันถ้าจะกลับไป มันคงเหลือกองเถ้าถ่านที่ติดไฟอยู่ไม่เท่าเดิม
ลำปาง,
พ.ค. 2551
ฝีมือจริงๆ ดินที่ปั้นเข้าเตาเผาแบบหลังๆ นี้
กำหนดความแรงของไฟ ควบคุมด้วยเครื่องไม้
เครื่องมือ ดินที่เผาออกมา ก็ยังมีที่ไม่ได้อย่างใจ
ที่จะให้เป็นบ้างใช่รึปล่าวคะ .. เผาแบบใช้ขี้เถ้า
บนลานอย่างที่เล่านี้ ควบคุมด้วยประสบการณ์ ใจ
และก็ฝีมือเพรียวๆ เลยนะนี่
แสงกับพื้นผนังสีส้มรูปแรกนี่ สวยดีจัง
#1 By moodee on 2008-05-03 17:39