.

.

PhotobucketPhotobucket
PhotobucketPhotobucket

.

. 

 

เช้าวันนั้นฝนตกปรอยๆ ผมออกจากตัวเมืองลำปางขึ้นไปทางตะวันออกสิบสองกิโลเมตรด้วยรถสองแถว น้ำหนักของฝนลงแบบนี้พอให้เดินตากไหว ผมลงจากรถสองแถวที่หน้าปากทางเข้าบ้านม่อนเขาแก้ว

ถนนลาดยางมะตอยเปียกชื้นสีดำยาวไหลคดเคี้ยวไปตามทาง ตัดกับทุ่งนาสีเขียว เขียวที่ชัดขับขึ้นมาให้ตาชุ่มชื้น ฉากหลังเป็นแนวสันเขายาวขวางอยู่ไม่ไกล มอร์เตอร์ไซค์วิ่งสวนไปมาเป็นระยะ เผยชีวิตหน้าตาผู้คนให้คาดเดา

ระยะทางจากถนนใหญ่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก็เข้ามาถึงหมู่บ้าน บ้านม่อนเขาแก้ว ผมหลงใหลหมู่บ้านแห่งนี้ นับแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักและเข้าไปเมื่อสามปีก่อนหน้านี้ ชีวิตส่วนใหญ่ของคนที่นี่คือการปั้นดินและเผาไฟด้วยขี้เถ้าบนลาน มันเป็นวิถีชีวิตและมีวิธีการที่แตกต่างจากที่อื่นๆ

ผู้หญิงหลากหลายวัย อยู่ในโรงปั้นข้างๆ ตัวบ้าน โรงปั้นเป็นเรือนยาวที่มีหลังคาดินเผาคลุมระเรี่ยดิน ฝนตกแต่ข้างในอุ่น ไฟจากหลดไส้สีเหลืองอ่อนโยนโปรยแสงไปทั่วทั้งโรงปั้น เผยให้เห็นผิวดินของงานที่ปั้นเสร็จเรียบร้อยเป็นเงา หม้อหลายขนาดเรียงรายรอเวลาที่สมควรนำไปเผา รูปทรงของหม้อสวนใหญ่กลมเกลี้ยงและตบแต่งด้วยลายจากไม้ที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้กันเองในหมู่บ้าน ใช้ในการตบแต่งตีลงที่ผิวดินตัวชิ้นงาน อายุของลวดลายบ้านม่อนเขาแก้วผ่านกาลเวลามาหลายช่วงอายุคน ไม่มีปีที่ระบุหรือจดบันทึกไว้ แต่ในความทรงจำแม่หญิงที่มือเปื้อนดินอยู่บอกว่า
เป็นร้อยปีแล้ว อายุของหมู่บ้าน

ทำกันมาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร หมักดิน นวดดิน ปั้น ตบแต่ง และเผา ไม่มีเครื่องมือประเภทไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เรี่ยวแรงคือต้นทุนที่มี ส่วนพลังงานที่ได้ก็มาจากนาข้าวที่อยู่ข้างๆ แม่หญิงว่า
ข้าวไม่ต้องซื้อ ปลูกและสีกันเองในหมู่บ้าน

หม้อใบใหญ่อยู่บนแป้นไม้ที่หมุนช้าๆ ด้วยแรงมือที่เหวี่ยงไปเมื่อครู่ ไม้หน้าแบนถูกตบลงเป็นจังหวะๆ มืออีกข้างกำหินขัดก้อนกลมไว้ข้างในหม้อประคองดินให้เป็นรูปทรงกลม กรรมวิธีที่ว่า เคยถูกเปลี่ยน จากการส่งเสริมจากข้าราชการและนักพัฒนาในพื้นที่ แต่ผ่านไปได้ไม่นาน ชาวบ้านก็รู้ว่า ไม่เหมาะกับชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่ เพราะการเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการทำเครื่องปั้น ถูกเปลี่ยนไปพึ่งเครื่องมือข้างนอกมากเกินไป ไม่เฉพาะวิธีการปั้น การเผาก็ด้วยเช่นการ ต้องใช้เตาเผา ต้องสร้างเตาขนาดใหญ่ ลงทุนเหยียบครึ่งแสน เคยทำกันมาด้วยวิธีธรรมชาติ เข้ากับวิถีชีวิต ต้องเปลี่ยนแปลงขนาดนั้นคงไม่ไหว

วิธีการมันเหมือนการกลั่นกรองจากวิถีชีวิตประจำวัน พื้นฐานของคนเราแตกต่างกัน ความงาม ความสุขของคนเราก็ย่อมต่างกัน มันดูง่ายสำหรับที่หนึ่งแต่มันก็ดูยุ่งยากกับอีกที่หนึ่ง ลานดินที่เป็นพื้นที่เผาจึงยังคงอยู่ ที่นี่ไม่มีเตาเผา เครื่องปั้นทั้งหลายถูกเปลี่ยนสถานะจากสิ่งที่ไม่คงทนเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่แกร่งทนด้วยลานดิน ไม้ และขี้เถ้าที่ผสมตกทอดกันมาจากอดีต


แม่หญิงเรียงเครื่องปั้นบนลานดิน ค่อยๆ กำหนดวางฟืนท่อนใหญ่ๆ สลับกับท่อนเล็กๆ เรียงสลับกันไปมากับเครื่องปั้น คลุมด้วยฟางแก่ๆ ที่ตระเตรียมไว้ แล้วโกยขี้เถ้าสีขาวเทาๆ จนทั่วอีกชั้นหนึ่ง

ไฟที่จุดล่ามลุกปกคลุมไปทั่วอย่างรวดเร็ว สักพักควันสีเทาก็โรยตัวขึ้นไปบนหลังคาดินเผา ที่สีดำไปด้วยเขม่าควัน ท้องฟ้าภายนอกสว่างและใสขึ้นแล้ว อีกแปดชั่วโมงไฟจะดับและพรุ่งนี้เช้าจะได้เห็นงานที่อยู่ใต้กองขี้เถ้า

ทุกอย่างยังน่าดู การใช้ชีวิตและความสงบเงียบของที่นี่ บ้านบางหลังสวยเรียบอย่างน่าหลงใหล ทุกอย่างกลมกลืนกันในธรรมชาติ สีเขียวของต้นไม้เรื่อยที่เรื่อยไปตามโค้งหลังคา ย้อยลงมาเป็นพุ่มอยู่หน้าบ้าน มีเครื่องปั้นใบใหญ่ที่แตกชำรุดแต่ถูกวางเรียงไว้อย่างไม่ตั้งใจตามมุมบ้าน ใบเล็กๆ วางริมรั้ว หลังคา ผ่านมานานหลายฝนเปลี่ยนจากสีส้มสดเมื่อครั้งออกจากกองขี้เถ้าใหม่ๆ ผ่านมาหลายฤดูจนสีคร่ำเขียวขึ้นตระไคร้

แต่ใครจะไปเชื่อ นาครึ่งผืนใหญ่ของหมู่บ้านถูกนายทุนกว้านซื้อไปทั้งผืน ตอนนี้บ้านจัดสรรหลังคาโมเดิร์นเรียงแถวต่อจากหมู่บ้านเก่าแก่ ไม่ต้องถามว่าเสียใจแค่ไหน ยิ่งกับชาวบ้านค่อนหนึ่งของหมู่บ้านที่ยังยึดการปั้นและเผาหม้ออย่างเก่าๆ เหล่านั้น เขายิ่งกว่าเสียใจ มันคงห้ามกันไม่ได้สำหรับสิ่งตอบแทนและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

ฝนหยุดตกไปหลายชั่วโมง ชีวิตประจำวันถึงคราวพักผ่อน เครื่องปั้นยังร้อนไหม้อยู่ในเถ้าถ่านยังที่อยู่ในกองไฟ ผ่านมาค่อนชีวิต หมดฟื้นและห่มควันไฟมานานใกล้ช่วงสุดท้ายของชีวิต แม่หญิงเปรยว่า
ไม่มีใครทำต่อแล้ว รุ่นลูกๆ เขาเรียนหนังสือและไปทำอย่างอื่นหมดแล้ว ในหมู่บ้านคงเป็นรุ่นสุดท้าย


เหมือนตัดพ้อแต่เป็นเรื่องจริง ไม่รู้ว่าในใจคนส่วนใหญ่ยังอยากให้มีอยู่หรือไม่ แต่ฐานะคนนอกแล้ว่แกร่งทนด้วยลานดิน ไม้ และขี้เถ้าที่ผสมตกทอดกันมาจากอดีตรื่องปั้นทั้งหลายถูกเปลี่ยนสถานะจากสิ่งที่ไม่คงทนเป็นข้าวของเครื่องใช้ท ตอบแบบเห็นแก่ตัว ก็อยากให้มีอยู่ แต่ความจริงแล้วคงไม่มีใครกำหนดได้ว่าเถ้าถ่านกองไหนจะเป็นการเผาครั้งสุดท้าย หม้อดินเผาใบไหนจะเป็นออกมาเป็นชุดสุดท้าย แต่ที่แน่ใจคือไม่ต้องเสียใจกับการหายไป เพราะสิ่งที่เปลี่ยนแปลง หายไป หรือจบสิ้นนั้น จะจบลงไปพร้อมๆ กับวิถีชีวิตของคนสักรุ่น และการจบลงก็เป็นความพึงพอใจของคนอีกรุ่นที่เลือกที่จะไม่ทำต่อ

ความเสียใจ จะมีแต่ก็คนภายนอกที่อยากเก็บรักษา สตั๊ฟมันไว้ แบบนั้นคงน่าหดหู่ใจกว่า เพราะแม้ควันไฟและเถ้าถ่านยังร้อนอยู่ ก็เป็นเพียงแต่รูปแบบของการรักษา แต่ลมหายใจจริงๆ ไม่ได้มีอยู่ในนั้นแล้ว

เดินออกจากม่อนเขาแก้วมาอย่างคนที่เห็นชีวิตงดงาม อยากเล่าและเก็บเรื่องราวเหล่านี้ไว้ เพราะรู้ว่าสักวันถ้าจะกลับไป มันคงเหลือกองเถ้าถ่านที่ติดไฟอยู่ไม่เท่าเดิม

 

 

ลำปาง,
พ.ค. 2551

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ปั้นดิน เผาไฟแบบดั่งเดิมแบบนั้น
ฝีมือจริงๆ ดินที่ปั้นเข้าเตาเผาแบบหลังๆ นี้
กำหนดความแรงของไฟ ควบคุมด้วยเครื่องไม้
เครื่องมือ ดินที่เผาออกมา ก็ยังมีที่ไม่ได้อย่างใจ
ที่จะให้เป็นบ้างใช่รึปล่าวคะ .. เผาแบบใช้ขี้เถ้า
บนลานอย่างที่เล่านี้ ควบคุมด้วยประสบการณ์ ใจ
และก็ฝีมือเพรียวๆ เลยนะนี่

แสงกับพื้นผนังสีส้มรูปแรกนี่ สวยดีจัง

#1 By moodee on 2008-05-03 17:39

ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์การเดินทางที่พาไปพบกับบางสิ่งบางอย่างเสมอ :)

#2 By rainysea (202.12.97.117) on 2008-05-04 11:13

เคยสัมภาษณ์กลุ่มคนที่ทำงานฝีมือเหล่านี้หลายกลุ่ม ส่วนใหญ่คุณลุงคุณป้าทั้งหลายก็มักจะตบท้ายว่า รุ่นลูกรุ่นหลานก็คงไม่มีใครทำแล้ว เพราะมันเหนื่อย ฉะนั้นถ้าใครสนใจก็ขอให้มาเถอะ แกจะสอนให้ฟรี ขอเพียงแค่ให้งานเหล่านี้ได้รับการสืบทอดต่อไปก็พอ...

ฟังมาก ๆ เข้าเล่นเอาพี่อยากเกิดเป็นคนเก่งกว่านี้ ไม่ขี้เกียจขนาดนี้ sad smile

เพราะพี่จะได้เรียนรู้ให้ครบทั้งหมด ไม่ว่าจะปั้น หล่อ ตี ตอก ทุบ เขียน ทอ ฯลฯ

น้องเองก็อย่างน้อยก็ปั้นอะไร ๆ เป็นละ... เนอะ

big smile
แวะมาเชียงใหม่บ้างสิคะconfused smile

#4 By blue (202.5.89.60) on 2008-05-07 15:34

big smile

#5 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.175.28) on 2008-05-09 03:58

คงไม่ใช่หมู่บ้านแรก และก็คงไม่ใช่หมู่บ้านสุดท้าย ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้เกิดขึ้น

วันเวลาเปลี่ยน วิถีชีวิตก็เปลี่ยนเช่นกัน

คนแต่ละคน แต่ละรุ่นก็เลือกกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง แม้ใจเราจะอยากให้มันคงอยู่ แต่เราก็ไม่ได้เป็นผู้เลือกที่จะดำรงวิถีชีวิตเช่นนั้นเอง

ขอให้รักษาความทรงจำที่ดีไว้ครับ แต่ก็ยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปด้วยในขณะเดียวกัน


big smile

#6 By แรงใจไฟฝัน on 2008-05-09 20:45

ฝนตกอีกแล้ว รักษาสุขภาพนะค่ะbig smile

#7 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.178.47) on 2008-05-27 02:35

บ้านฉันหนิ
แต่น่าอาย ที่ต้องบอกว่า
ไม่เคยรู้จักหมู่บ้านนี้มาก่อน

ที่ลำปางมองไปทางไหนก็มีแต่โรงงานเซรามิค
เป็นธรรมดา
แต่หมู่บ้านที่เผางานแบบดิบๆแบบนี้
ฉันคงต้องไปดูให้เห็นกับตาซักครั้ง



#8 By walk my own way ^^ on 2008-05-28 11:33

สวยจังค่ะ อยากมีโอกาศแบบนี้บ้าง ได้แต่เหงาอยู่กับที่เดิม

#9 By jum (124.121.187.230) on 2008-05-30 07:52

เป็นงานศิลปะที่น่าชื่นชม

น่าจะได้มีการอนุรักษ์ไว้

#10 By yawaiam (118.172.167.126) on 2008-06-03 23:51


เอนทรียังเป็นหน้าเดิม (นานเลยค่ะ)
ห่างหายจากหน้าบลอคไปเลยนะคะ
สบายดี ?

#11 By moodee on 2008-06-07 10:35

ชอบจังค่ะ
เขียนดีมาก
big smile

#12 By Peaw-weaw on 2008-06-14 00:11

ตอนนี้เวียดนามเกิดภาวะ "ฟองสบู่แตก" ไม่รู้ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอะไร บางอย่าง อะไรๆก็เปลี่ยนไปได้เสมอ อยากสตั๊ฟ ภาพสวยๆเอาไว้เหมือนกัน

#13 By sweethay on 2008-06-14 11:57