จดหมายในกล่องอากาศ

posted on 25 Oct 2008 20:49 by lonelysyndrome  in PostBox46

 ..

 

 ..

ถึง คุณๆ ที่น่ารัก

ที่นี่ ฝนตกมาเป็นอาทิตย์แล้ว
แต่ไม่ได้ตกต่อเนื่องนะครับ เว้นช่วงบ้าง แต่ก็ตกเกือบตลอดเวลา
เสื้อผ้าที่ตาก เหมือนชื้นๆ ตากมาตากไปเป็นอาทิตย์ยังไม่แห้งสนิท
อยู่บ้านคนเดียวก็เงี้ยแหละครับ
อากาศ การงาน อาหาร เสื้อผ้า ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง
ต้องดูแลจัดการด้วยตัวเอง
ฟังดูเหมือนคนเหงาๆ นะครับ แต่ไม่เหงาเลย
เพราะเวลาไม่มีให้เหงานะสิครับ

ช่วงนี้สำหรับผม ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย
จะว่างอีกทีก็สิ้นปี คิดว่าจะไปบ้านเพื่อนที่อยู่หัวหิน
อืมม์ ก็พี่วัดไงล่ะครับ ที่เคยพูดถึงและเล่าให้คุณฟังมาก่อนหน้านี้
อยากไปหายใจให้ชุ่มปอด
อากาศที่นั่นดีจนรู้สึกว่าปอดสะอาดเอามากขึ้น
คิดว่าจะไปอยู่สักอาทิตย์หนึ่ง
ไปนอนเสื่อ กินข้าวหอมๆ ที่หุงจากหม้อดินไม้ฟืน
ไปอาบน้ำที่ไหลระรินลงจากหุบเขาใกล้ๆ
ไปฟังนิทานแมลงพร้อมด้วยวงซิมโฟนีที่ถักทอเสียง
ให้นอนฟังเพลินๆ เมื่อยามพระอาทิตย์พักผ่อน

ส่วนกลางวันคงจะลงแรง ปรุงดินที่รอการเติบโตของต้นไม้
พอเหนื่อย ก็แค่เข้าร่มพัก น้ำจากขันก็น่าจะทำให้หายเหนื่อยไปได้
ไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้
ทั้งๆ ที่เมื่อก่อน พอมีเวลาก็อยากออกไปเดินทาง
ไปข้างนอกที่ผู้คนล้นหลาม

ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่แปลกหูแปลกตา
กินอาหารที่แปลกรส ดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมและสถานที่ที่งดงามของบ้านเมือง
รายล้อมไปด้วยผู้คนที่ต่างวิ่งหนีจากโลกใบเดิมๆ
เพื่อสัมผัสอิสรภาพแม้เพียงระยะเวลาหนึ่งสั้นๆ

แต่สิ้นปีนี้ ไม่ไปไหนไกล แค่อยากไปอยู่กับสิ่งที่จะได้รับฟัง
เสียงที่เกิดจากธรรมชาติ
มันอาจจะรู้สึกแตกต่างๆ และใช้เวลาในการรับฟัง
ปรับจูนหู ตา และจมูก
แยกแยะความเป็นธรรมดา และสกัดความพิเศษออกมาให้ได้
เสียงของแมลง ทางเดินของมด ใบไม้ที่ย้อมแสงแตกต่างหลากสี
หรือแม้แต่เสียงของน้ำที่กระทบก้อนกรวดเล็กๆ ริมลำธาร

กระท่อมไม้ไผ่ คงจะชุ่มฝนและอุ่นแดด
กลิ่นของไผ่และแฟกหลังคาคงความหอมอย่างสะอาดๆ
การสัมผัสถึงทำให้ยิ่งรู้สึกว่าธรรมชาติมีบทบาทและใกล้ตัวเราอย่างมาก
ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดอ่อนหรือปล่อยความคิดเอามากๆ

ส่วนช่วงนี้ มีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น
เรียงมาตั้งแต่จากห้วงลึก ของพจนา
และอีกเล่มหนึ่งของเขาที่แปลมาจากกวีจีนที่มีชื่อเสียง
อันนามว่า หลีไป๋ บทกวีแต่ละบทโคตรเรียบง่ายและเต๋ามากๆ
เอาแค่ชื่อหนังสือ
ขุนเขายะเยือก
แค่ชื่อก็ดูเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก
อยากเขียนให้ได้อย่างนั้น แต่มันเป็นเรื่องไม่ง่าย
เพราะหลีไป๋ ดื่มด่ำและซดสุรา แกล้มความโดดเดี่ยว
มีดอกไม้ ขุนเขาและแสงจันทร์เป็นเพื่อน
หายใจเข้าออกถ่ายทอดได้เป็นบทกวี
คำบางคำเป็นอมตะ แม้จะตายไปก่อนปีหนึ่งพัน
แต่ลมหายใจของเขายังเคลื่อนไหวในยุคสองพัน
ยิ่งอ่านในเช้าวันหยุด ที่ตื่นมาไม่เร่งรีบ
ทำให้บทกวีผุดพรายขึ้นมามากมาย
แล้วยังอากาศที่มีฝนและลมหนาวผสมๆ กันอยู่ด้วยละมัง
ที่ทำให้อะไรๆ ก็ดูสด และสวยมากขึ้นจับใจ
ไม่ยากที่จะดึงดูดและทำให้ต้องพูดถึง
จนทำให้คุณๆ ต้องเข้ามาเจอบทกวีเกลื่อนกลาดหน้าจอนี้จนเบื่อกันไปข้าง
หรือมันอาจจะเป็นเรื่องยาก ที่จะอ่าน เพราะบทกวีที่แท้มันก็ไม่มีสาระอะไร
ถ้าจะว่ากันตามความรู้สึก มันก็คือภาชนะหนึ่งที่เป็นไส้กรองสภาวะของคนๆ หนึ่ง
อาจจะดิบ ยุ่งยาก หรือง่ายดาย ว่างเปล่า
ก็แปลได้ว่า ผมยังเป็นคนธรรมดา ที่ยังไม่บรรลุธรรมใดๆ ทั้งสิ้น
เพราะความโง่เขลาด้วยซ้ำ ที่กล้าเปิดเผยตัวตนมากขึ้น
โดยที่
อากาศกวี
ที่คุณๆ เคยพบเห็นบนหน้าจอเกิดกลายเป็นตัวตนขึ้นมา
ทั้งๆ ที่ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งทำให้ผมเขียนอะไรๆ ได้น้อยลง
เพราะความโง่เขลาอีกนั้นแหละที่กลัวการมีตัวตน เมื่อใครๆ เข้ามาใกล้และสัมผัสมากขึ้น

แต่ตอนนี้ คลี่คลายลงมากแล้ว
ไม่ต้องกลัวที่จะเขียน ไม่กลัวที่คนจะเข้ามาอ่านหรือว่าจะไม่มีคนอ่าน
เพราะอย่างน้อย การได้เขียนหรืออธิบายอะไรๆ ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่
ก็เป็นไปเพื่อการบรรลุความคิดและอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง
แล้วนำไปสู่การตกตะกอนเพื่อเติบโตต่อไป
โดยที่ไม่ได้หวังความชื่นชอบในตัวอักษรแต่อย่างใด

อืมม์ และช่วงนี้ย้ายเข้าบ้านใหม่แล้ว
หมายถึงชีวิตจริงนะครับ หลังจากเช่าบ้าน ย้ายบ้านมาในรอบหกปี
เฉลี่ยปีละครั้ง ก็เหนื่อยพอดู คิดว่าตอนนี้ควรหยุดและปักหลักเสียที
บ้านหลังใหม่ มีหน้าต่างรอบบ้าน ติดมู่ลี่ไม้ไผ่ทุกบานเลยละครับ
สนุกดี ที่เราได้ทำบ้านให้อยู่ในบรรยากาศที่เราชอบ
ก็จริงตามที่อาจารย์เทพศิริพูดไว้
ชีวิตคนเราสร้างบ้านได้คนละหลัง

เพราะรู้เลยว่า การลงแรงกับบ้านหลังหนึ่งไม่ใช่ง่ายเลย
ใช้ทั้งเวลาและทุ่มเทแรงเอามากๆ
ตั้งแต่กลับจากจีนเมื่อเดือนเมษายน
ผมก็เริ่มคิดว่าควรจะหาที่อยู่เป็นของตัวเองเสียที
โชคดีที่ได้บ้านหลังหนึ่งที่ตรงกับความต้องการ
ตอนนี้ตบแต่ง ปลูกหญ้า ปลูกต้นโมกไว้ริมรั้วหน้าบ้าน
ดอกไม้สีขาวเล็กๆ ก็เริ่มบานกระจายบ้างแล้ว
และได้ต่อเวิร์คช๊อปเล็กๆ สำหรับทำงานปั้นด้วย
มีปัญหานิดหน่อยที่คนรอบๆ กลัวเตาเผาของเรา
ตอนนี้เลยคิดจะทำเตารากุ เผาทีละลูก เป็นเตาเล็กๆ
ส่วนเตาใหญ่ นั้นถูกยกให้เป็นสาธารณะประโยชน์กับนิสิต
ที่ช๊อปเซรามิค คณะศิลปกรรมของม.บูรพาเรียบร้อยแล้ว
ต่อไป คงปั้นและเผาอย่างที่สภาพแวดล้อมมีอยู่

ก็สนุกดี มีเรื่องราวมากมายผ่านมาและก็คลีคลายไป
แล้วคุณล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง
ได้เที่ยว ได้ไปไหน ได้ทำอะไร หรือฟังเพลงอะไรอยู่
อ่านหนังสืออะไรบ้างหรือเปล่า
เล่าให้ผมฟังบ้างหากมีเวลา....

ขอบคุณที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้
หรือแค่แวะผ่านมา ฝากอะไรไว้หน่อยนะครับ
จะสั้นจะยาว ตอนนี้มีเวลามากพอที่จะแลกเปลี่ยน
อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าที่หายไปหลายๆ เดือน
แล้วยังมีอีเมล์ส่งมาถามไถ่ ได้กลับมาเขียนใหม่แล้วนะครับ
ฝากทิ้งข้อความไว้นะครับ
อย่างน้อยก็จะทำให้รู้ว่ายังมีคนแวะมาอยู่บ้าง


คิดถึงคุณๆ ทุกคนครับ
บางแสน ชลบุรี

 

 

 

มือ: เบน ชลาทิศ
  

 

.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นหลายเอนทรี ก่อนหน้านี้เขียนต่อเนื่องกัน
ได้อ่านบ้างแวีปๆ เป็นบางเรื่อง ยังไม่ได้ย้อน
กลับไปอ่านอีกเลย แต่ก็รู้สึกเหมือน เพื่อนที่
เคยได้คุยกัน กลับมามีเรื่องคุยกันใหม่ ให้ได้
รู้ว่ายังสบายดีอยู่ ที่ใดที่หนึ่ง ..

จดหมายฉบับนี้ ได้อ่านแซงเอนทรีเดิม 15 เรื่อง
ซะก่อน เลยแวะมาทักทายกันตอนนี้

ยินดีด้วยกับบ้านหลังใหม่ค่ะ big smile

#1 By moodee on 2008-10-25 21:53

ยังคงตามอ่านอยู่เสมอครับ

#2 By Zirius Sandorius on 2008-10-25 22:00

สวัสดี คุณหมูดี
แวะมาอ่าน มาทัก ขอบคุณครับ
หวังว่าสบายดีเช่นกัน

#3 By อากาศกวี on 2008-10-25 23:29

ชายสีเทาในเมืองสีเทา

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

#4 By อากาศกวี on 2008-10-25 23:32

หลัง ๆ ไม่ค่อยได้แวะมา
ทั้งบล็อกคุณ
บล็อกคนอื่น
(และบล็อกตัวเองsad smile)

เราเรื่อย ๆ ค่ะ
อารมณ์ขึ้นลงตามประสา

แต่ก็โอเค
ได้เดินทางบ้างตามแต่โอกาสอำนวย

ดีใจที่สบายดีค่ะ big smile

(อยากสร้างบ้านแฮะ)open-mounthed smile

#5 By ระหว่างทาง on 2008-10-25 23:53

สวัสดี คุณระหว่างทาง

ไม่ได้คุยกันนานเลยนะครับ
ไม่ได้อ่านเรื่องระหว่างทาง
ไม่ได้ดูรูปสวยๆ มุมดีๆ ในภาพของคุณ
เอะ! รู้สึกว่าวันนี้จะมีเรื่องมาเล่า
อืมม์ จริงด้วย ภาพน่ารักๆ อีกแล้ว
เห็นภาพแบบนี้แล้วอยากออกไปอีกแล้ว

#6 By อากาศกวี on 2008-10-26 00:01

แวะมาเรื่อย ๆ big smile
แวะมาเรื่อยๆ เช่นกันค่ะ

เขียนเท่าที่เขียน บอกเท่าที่บอก
ให้ตัวเองสบายใจก็พอแล้วค่ะ

สบายๆ อย่าคิดมาก

ภาษาคุณเรียบง่ายและน่ารักอยู่ในที อ่านแล้วสบายใจดีค่ะ

อย่ากลัวเลย ดีออกsurprised smile

#8 By -- กำพล -- on 2008-10-26 10:04

piglet-letter,

ขอบคุณครับ ที่ผ่านเข้า
ทำให้ผมรู้จักพื้นที่ๆ น่ารักอีกที่
ตัวหนังสือและ blog คุณสวยเลยทีเดียวนะครับ
ชอบๆๆ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

#9 By อากาศกวี on 2008-10-26 10:19

คุณกำพล,

ถ้าเข้าใจไม่ผิด
สุภาพสตรีใช่ไหมครับ
จำได้เสมอ เวลาคุณเข้ามาฝากคอมเมนต์ไว้
แต่พักหลังๆ หายๆ ไป ไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่
สบายดีนะครับผม

ส่วนเรื่องราว ที่ขีดๆ เขียนๆ จะทำไปตามความสบาย
อย่าที่คุณว่า นะครับ

#10 By อากาศกวี on 2008-10-26 10:23

ยินดีกับบ้านหลังใหม่ด้วยคนค่ะbig smile
ว้าว มีหน้าต่างรอบบ้าน ติดมู่ลี่ไม้ไผ่ทุกบานเลยด้วย มีดอกไม้สีขาว ดีจังเลย

ไปอาบน้ำที่ไหลระรินลงจากหุบเขาใกล้ๆ....
แอบคิดตาม ฟังเสียงธรรมชาติcry
บรรยายได้มีความสุขมากเลยค่ะopen-mounthed smile
อ่านจดหมายแล้วรู้สึกมีความสุขค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปันความสุขนะค่ะ

question

#11 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.171.196) on 2008-10-26 11:05

ก้อนหินรูปหมู,

ได้อ่านเรื่องและดูภาพที่ไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมมา
ดีจัง ไปเที่ยวบ้านของแวนโก๊ะ
แล้วได้ดูภาพเขียนของเขาบ้างไหม
เหมือนเป็นความฝันของผมเลยนะ
ภาพดอกทานตะวันนั่นนะ
ได้ดูไหมครับ? แต่เห็นดอกไม้สดๆ ตามร้านรวง
ก็อิ่มใจแล้วเนอะ

#12 By อากาศกวี on 2008-10-26 11:17

ไปดูภาพดอกทานตะวันมาแล้ว หลงรักภาพวาดของแวนโก๊ะมากๆเลย สีสวยสุดๆ มีแรงดึงดูด เห็นสีที่ปูดออกมานะ ไปดูใกล้ๆบางภาพมีสีหลายๆสีกระจายเต็มไปหมด แล้วตอนที่เราเดินดูภาพอยู่นะ มีผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาก วาดภาพของแวนโก๊ะอยู่ข้างๆ รู้สึกดีมั่กๆ

อีกที่นึงนะ ที่เราชอบมั่กๆเลย คือ musee d'orsay ที่ฝรั่งเศส บนชั้น5นะ จะมีภาพอิมเพรสชั่นนิสต์ มีภาพของแวนโก๊ะอยู่เยอะเหมือนกันนะ เป็นมิวเซียมที่เราหลงรักแหละ

#13 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.171.196) on 2008-10-26 11:41

ก้อนหินรูปหมู,

แค่ฟังก็ตื่นเต้นแล้วครับ
รูปเขียนสีน้ำมันหนาเตอะ
ภาพตระกูลอิมเพรสชั่นนิสม์นี่มีอะไรน่าหลงไหลไม่รู้สินะ
ถ้ายิ่งเห็นเขาเขียนสดๆ นี่คงสนุกไม่เบาเลย

ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่ว่า น่าสนใจมากนะครับ

#14 By อากาศกวี on 2008-10-26 13:28

การได้เขียนหรืออธิบายอะไรๆ ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่
ก็เป็นไปเพื่อการบรรลุความคิดและอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วนำไปสู่การตกตะกอนเพื่อเติบโตต่อไป
โดยที่ไม่ได้หวังความชื่นชอบในตัวอักษรแต่อย่างใด

นี่น่ะ คำพูดของกวีละ big smile

ปล. นิทานแมลง และวงซิมโฟนี อยากฟังบ้าง^^
ยังแวะเวียนมาเรื่อยๆ ชอบ Poetry Wind นะ

#16 By rainysea on 2008-10-27 10:07

เด็กหญิงความทรงจำ,

ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ไปแล้วจะเอาบทกวีมาฝากนะ
หรืออยากจะไปด้วยกัน
ถ้าว่างก็ไปได้นะครับ
แค่หัวหินเอง

#17 By อากาศกวี on 2008-10-27 10:19

rainysea,

เดี๋ยวจะเขียนเรื่อยๆ นะ
แล้วมีที่ไม่ชอบบ้างไหมหนา
ได้เห็นอยู่ว่าเข้ามาเรื่อยๆ นะครับ
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ

#18 By อากาศกวี on 2008-10-27 10:22

เชียงใหม่ก็ฝนตกเหมือนกันค่ะ
แต่ถึงฝนจะตกก็ยังไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน
ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะมากๆเลยค่ะ
ไปที่ไหนคนก็เยอะ
ถ้ามีโอกาสก็อยากแวะไปหัวหินบ้างค่ะ

ยินดีด้วยกับบ้านใหม่นะคะ
คงกำลังสนุกกับการแต่งบ้านอยู่สิคะ
แล้วจะมีงานขึ้นบ้านใหม่หรือป่าวคะ
อย่าลืมชวนนะคะ
อิอิconfused smile

#19 By blue (58.64.31.2) on 2008-10-27 11:34

บ้านผมก็คล้ายๆกันหลังไม่ใหญ่ แต่มีสิ่งที่เราชอบ

น่าเสียดายที่บางทีบ้านมันไม่ยอมอยู่กับเรา
ไปเดินเล่นกับไฟเสียแล้ว

สร้างบ้านใหม่ตอนอายุ 40 ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

#20 By granun on 2008-10-27 20:01


ยาวที่สดเลย รึเปล่าเนี่ย เอนทรี่นี้
รู้สึกได้ถึงความเปิดเผย เกินปกติ จริง ๆ

ดีใจด้วย ที่ได้จุดหมายแล้ว ปีใหม่นี้
ส่วนเรา (คาดว่า) ได้แล้วเหมือนกัน
คงต้องเก็บข้อมูลจากแถวนี้ ๆ แหละ

ช่วงนี้ได้อ่านหนังสือเยอะเหมือนกัน
ได้สะสางดีวีดี ที่ขยันซื้อ แต่ไม่ขยันดู จนกองเตี้ยลงเยอะ
เหตุเพราะ ความเจ็บ และความป่วย ที่รู้สึกจะพากันแวะเวียนมาได้เรื่อย ๆ รายสัปดาห์
เรียกว่า เดินทางสลับเจ็บ สลับป่วย ก็ว่าได้

ตั้งใจอยากเขียนบล็อค แต่ก็ไม่สมความตั้งใจสักที
ตั้งใจอยากไปเยี่ยมบ้านใหม่ แต่ก็จำต้องนอนอยู่บ้านซะก่อน
เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่าน อยู่บ้านเป็นครั้งแรก ในรอบกี่เดือน ยังนึกไม่ออก

นอนฝันถึงบ้านใหม่ ที่ยังอยู่ในกระดาษ
นอนคิดถึงความฝัน ที่ดูเหมือนไปซ่อนแอบ

ดึก อีกแล้วคืนนี้
นี่แหละ เป็นสาเหตุที่ไม่อยากหยิบโน๊ตบุ้ค มาเปิด ตอนกลางคืน

อืม..ยาวเลย ฝากเป็นเอนทรี่ (แฝง) ด้วยละกัน

ราตรีสวัสดิ์จ้ะ (แต่ยังไม่นอนหรอก)

ป.ล.เราว่า คุณขาด แค่ ไม่ซดสุรา นี่แหละ double wink

#21 By friday on 2008-10-28 01:14

อ่านแล้วรู้สึกมีความสุข ยังไงไม่รู้ค่ะ big smile

ตั้งใจแวะมาทักทายน๊า... double wink
blue,

ไปด้วยกันไหม หัวหินหน่ะ
แต่จะว่าไป เชียงใหม่ก็น่าไปเที่ยวเหมือนกัน
ช่วงนี้ คงสวย และน่าเที่ยว น่าอยู่
แต่คนคงเยอะไปขึ้นอย่างที่คุณว่า

ส่วนบ้านใหม่
คงไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรครับ
เพราะอยู่ตามความสะดวก
ตอนนี้ก็สบายดีไปตามอัธภาพครับ

แล้วคุณสบายดีนะครับ

#23 By อากาศกวี on 2008-10-28 09:48

friday,

มีเวลาอยู่บ้านก็ดีนะครับ
แต่ยากใช่ไหม
เพราะข้างนอกมีกิจกรรมให้อยากออกไปเยอะแยะมากมาย
ผมก็เป็นเหมือนกัน ต้องแบบว่าท้าทายตัวเองมากๆ
ที่จะเอาชนะความคิด และหาเวลาทำอะไรในบ้าน
ส่วนบ้านใหม่ อยากเห็นจัง ว่าเป็นแบบไหน
แต่คิดว่า มันคงเจ๋งแน่ๆ ก็ไอเดียคุณซะอย่าง
ถ้าสำเร็จขั้นไหนแล้ว เล่าให้ฟังบ้างนะ

และคิดว่าน่าจะได้อ่านเรื่องใหม่ๆ ในเร็ววัน
รักษาสุขภาพด้วยครับ

#24 By อากาศกวี on 2008-10-28 09:55

คุณ granun,

ยินดีที่ได้รู้จักครับ
เกิดอะไรขึ้นกับบ้านคุณครับ
ฟังดูน่ากลัว แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง
คุณผ่านมันมาได้ คิดว่าคุณเข้มแข็งมากๆ
เพราะเพื่อนของผมก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก
ซึ่งรับรู้ได้ว่าเขาต้องใช้ความอดทน
และเข้มแข็งสูงมากในการที่จะรับและผ่านไปให้ได้

แล้วปัจจุบัน ทุกอย่างดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ
คุณอยู่ที่ไหน เล่าให้ฟังบ้างก็ได้นะครับ
แล้วจะเข้าไปอ่านที่บล๊อกครับผม


#25 By อากาศกวี on 2008-10-28 09:59

นักเดินทางตัวจิ๋ว,

ดีใจที่ตัวอักษรส่งความสุขได้
ถ้ามีคนอ่านก็เขียนอีกครับ

ยินดีที่ได้รู้จัก

#26 By อากาศกวี on 2008-10-28 10:02

จะไปวันไหนหรอคะ
ถ้าไปได้จะได้ขอไปด้วยคนconfused smile

#27 By blue (58.64.31.2) on 2008-10-29 13:11

จดหมายฉบับนี้ให้ความรู้สึกที่ดีต่อผู้เข้ามาอ่าน
ขอให้คุณอากาศกวีมีความสุขในบ้านหลังใหม่ที่น่ารัก

#28 By yawaiam (118.172.171.101) on 2008-11-01 21:59

ความสุข แท้จริงอยู่ใกล้ๆ
แค่หลับตา นิ่งในอารณ์ ความรู้สึก
หายใจลึกๆ
อืม..
นอนเสื่อ ฟังเพลงธรรมชาติ ปลูกต้นไม้
น่าอิจฉาจริงๆ
เข้ามาในบล็อกคุณโดยบังเอิญ จากการ search google หา"ชีวิตช้าๆ"
ถือว่าเป็นความบังเอิญที่ดีมากๆ ที่ได้อ่านความเรียงดีๆ จากคนไข้โรคขี้เหงา (เราก็ป่วยด้วยอาการนี้เหมือนกัน)
ดีนะคะที่เหงา เพราะ.เหงา.ทำให้เรามีพลังจะทำบ้าบอกับเวลาที่มี ทำอะไรๆมากมาย อย่างคุณอากาศกวีนี่ทั้งคิด เขียน ปั้น เดินทางจนได้ผลงานและมิตรภาพจากการเสพกวีทางอากาศของผู้ผ่านทาง
ส่วนตัวก็ทำงานประจำ เดินทาง ถ่ายรูป เก็บความงดงามของธรรมชาติ ทำโปสการ์ด ทำสวน (เท่าที่มีกำลังทรัพย์ ส่วนใหญ่จึงท่องไปในประเทศเรา)แต่เราจะไม่ยอมว่างให้เหงา
การมีบ้านเป็นความสุขค่ะ
ได้นั่งคิด ลงมือทำของแต่งบ้าน ออกแบบบ้าน ผนังปูเปลือย ห้องน้ำ outdoor terrace ไม้ระแนง กว้างๆ
จัดสวน ปลูกต้นนู้นนี่ แอบอิจฉาค่ะ เพราะอยากทำบ้านของตัวเองบ้าง แต่ไม่รู้จะอยู่กะใคร อยู่บ้านกับพ่อ แม่ก็มีบ้านเดิมอยู่
ขอให้มีความสุขกับ บ้าน นะคะ
big smile

#29 By rat (61.90.160.163) on 2008-11-02 12:42

blue,

ผมเดินทางวันที่ 27 ธันวา
ถ้าอยากไป เชิญนะครับ
คิดว่าไปพักผ่อน
และทดลองอยู่อาศัยในสวนแบบธรรมชาติล้วนๆ

ติดต่อมาได้เลยครับที่อีเมล์ผม

#30 By อากาศกวี on 2008-11-03 08:16

yawaiam,

ดีใจที่มีคนอ่านแล้วมีความสุข
แลกเปลี่ยนกันนะครับ
ถ้าอยากเล่าอะไรให้ฟังกันบ้างก็แลกเปลี่ยนกันนะครับ

ยินดีที่ได้รู้จัก

#31 By อากาศกวี on 2008-11-03 08:18

rat,

อาจจะไม่บังเอิญก็ได้นะครับ 555
เพราะมันมีเหตุมีผลในการมาเจอกัน
กูเกิ้ลอาจจะเป็นเครื่องมือหนึ่ง
แต่ความตั้งใจของเราที่จะค้นหาอะไรบางอย่าง
อย่างตั้งใจ นี่อาจจะเป็นเรื่องที่เรากระทำมันด้วยตัวเองมากกว่า

ก็ดีนะครับ ที่เรามีเครื่องมือที่ดีลองรับความต้องการ
และหากันได้รวดเร็วมากขึ้น

บ้านหลังหนึ่ง มันมีชีวิตขึ้นมา ก็เพราะคนอยู่อาศัย
จะน่าอยู่หรือไม่น่าอยู่ก็เพราะคนอยู่อาศัย
แต่เชื่อว่า ความผูกพันของคนที่ทำบ้านแล้วได้อาศัยอยู่
มันมีความสุข แม้บ้านจะหลังเล็กหรือใหญ่ก็ตาม
ผมก็รู้สึกว่า ไม่คิดว่าจะใช้พลังงานมากขนาดนั้น
บางอย่างไม่ได้ตามที่เราคิด ก็เป็นเรื่องที่เราต้องปรับใจให้ได้
และเรียนรู้ว่าวิธีการไหน หรือจะจัดการอย่างไรต่อไป
ในการทำครั้งต่อไป
บ้านหนึ่งหลัง ทำให้คนได้เรียนรู้คนเยอะแยะมากกมาย
ช่างไม้ ช่างปูน ช่างตบแต่ง ช่างไฟ คนทำสวน แม่บ้าน
แต่ละคนมีแนวทางชีวิตที่หลากหลายและน่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน
คือ แต่ละคนรู้เรื่องของที่ตัวเองทำเป็นอย่างดี
และแต่ละคนก็มีประสบการณ์ที่ดี และเลวร้ายกันทั้งนั้น
ผมนั่ง ดู รอ ติ และชม เวลาดูเขาทำงาน
คุยกัน และก็มีเรื่องราวเล่าให้ฟังตลอดเวลา
ผมอยู่ที่บ้าน รอให้พวกเขามาเล่าให้ฟัง เวียนกันมาก็ดูมีเรื่องราวดี
มีอีกอย่างที่ช่างทุกคนกลัว คือการมีโทรศัพท์จากเจ้าของบ้าน
หลังจากที่ไปทำภายในวันสองวัน
นั่นหมายถึงงานที่เขาทำไป มีปัญหา ต้องกลับไปแก้

เล่ามายาวเหยียดเลยนะครับ
ไว้มีโอกาสเล่ายาวๆ ดีกว่าเนอะ...

ยินดีที่ได้รู้จักครับ


#32 By อากาศกวี on 2008-11-03 08:34

สวัสดีครับ อากาศกวี
แวะมาบอกว่า
เราได้ตอบเรื่องเสื้อไปแล้วทางอีเมลนะครับ
ไม่รู้ว่าอากาศกวีได้รับหรือยังครับ
เพิ่งกลับจากทริปแชงกรีลาครับ
เลยตอบแบบล่าช้ามากมาก
ติดตรงไหน เมลคุยกันได้เลยนะครับ
สวัสดีครับ

#33 By สนุกประเทศ (203.188.42.53) on 2008-11-13 23:25

อ่านแล้วเขินเลย

ไม่ค่อยมีใครเรียกสุภาพสตรีอะ

ใช่แล้วค่ะ เราเป็นผู้หญิง

ชื่อกำพลเป็นชื่อหมาที่มีโอกาสได้ดูแลกันแค่ 7 วันแล้วเค้าก็ตายไปเพราะเป็นลำไส้อักเสบ

บลอคที่สร้างขึ้นก็สร้างขึ้นในวันที่เค้าตาย แต่จนป่านเกือบ 4 ปีได้แล้ว ก็ยังไม่ได้เขียนถึงเค้าซักที เพราะแค่คิดถึงก็น้ำตารื้นซะแล้ว

ปล คุณอากาศกวีน่ารักจัง ตอบทุกคอมเม้นเลย ^^

#34 By -- กำพล -- on 2008-11-24 22:31

ตามเข้ามาอ่านบ้างเมื่อมีโอกาส
เหมือนนาน ๆ เจอะเจอเพื่อนเก่าที
ไม่ค่อยได้ทักทายกัน แต่ระลึกทึงเสมอ
ข้อเขียนของคุณก็ยังน่าอ่านเหมือนเดิม
จะตามอ่านไปเรื่อยๆ ค่ะ

#35 By เม๋เมี้ยว (61.91.249.102) on 2008-12-03 15:59

พิมพ์ผิด ระลึกถึงเสมอ

#36 By เม๋เมี้ยว (203.148.239.202) on 2008-12-03 16:01

ผมกำลังจัดเวลาช่วงสิ้นปีนี้
ไปแวะที่ ป่าละก่อนด้วยครับ
ได้อ่านแล้ว รู้สึกเย็นๆในใจเลย
ได้ช่วงเวลาพอดี เลยอยากแวะไปดู open-mounthed smile

#37 By คนไกลวัด (124.120.182.206) on 2008-12-16 12:12

เพื่อการบรรลุความคิดและอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง
แล้วนำไปสู่การตกตะกอนเพื่อเติบโตต่อไป
คำพูดประโยคนี้ของคุณมันสะท้อนความรู้สึกและกินใจคนอ่านมากค่ะ ขอยืมคำพูดของคุณมาเป็นเพื่อนเตือนใจบ้างน่ะค่ะ

confused smile สู่ทางฝันค่ะ .....

#38 By สู่ทางฝัน (202.129.38.132) on 2009-01-29 10:55

ชอบกลอยู่ไม่น้อย
ที่คนเขียนหนังสือ หรือชอบขีดๆ เขียนๆ ทำไมหน้อ ถึงค่อนข้างปิดบังหน้าตา ลอง click เข้าไปที่ About me แต่กลับพบว่า " พ่ออากาศกวี คนดี " มีภาพแสดงตนอันเลือนลาง อยากจะสังเกตให้เห็นได้ชัด

อย่างนี้ ถ้ามีคนมาหลงรัก คงหลงรักตัวหนังสือสวยๆของคุณแทน แน่ๆค่ะ

#39 By nangfha (203.155.100.61) on 2009-03-18 15:47

รู้สึกดีที่ได้อ่านทุกครั้ง

#40 By together (114.128.138.78) on 2009-03-23 21:04