มุมที่ไม่มีใครเคยเห็น
posted on 15 Nov 2008 18:46 by lonelysyndrome in Dust-words
“Many people dream of success but to mesuccess can only be achieved for repeated failure and introspection. Indeed mysuccess results from 1% of my work which results from the 99% that we callfailure.”
"สิ่งที่คุณเห็นคือความสำเร็จเพียง 1%ของชีวิตผม
แต่สิ่งที่คุณไม่เห็นคืออีก 99% ที่เป็นความล้มเหลวของผม"
โชอิจิโร ฮอนด้า
ประธานบริษัทฮอนด้า ประเทศญี่ปุ่น
(November 17, 1906–August 5, 1991)
.

.
.
.
ในปี 2002 ฮิเดโอะ คันบาระ ออกแบบยางลบก้อนหนึ่งที่ต้องการตอบโจทย์ที่ว่า เป็นเครื่องเขียนชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีที่ใดมาก่อนและช่วยให้ประสบการณ์การเขียนและวาดดีขึ้น
ฮิเดโอะตั้งชื่อให้กับยางลบของตัวเองว่า คาโดเคชิ (Kadokashi) ซึ่งมีความหมายจากคำศัพท์สองคำคือ “Kado หรือมุม” กับ “Keshigomu หรือยางลบ”
คาโดเคชิ หรือยางลบที่มีมุมมากมาย ก้อนที่เขาออกแบบนั้นประกอบด้วยรูปลูกบาศก์สิบลูกวางเรียงสลับกันจนเกิดเป็นทรง เหลี่ยมและมุมรวมกันแล้ว 28 มุมซึ่งต่างจากยางลบที่ใช้ๆ กันอยู่ที่มีอยู่แค่ 8 มุม
สาเหตุที่เขาต้องการให้เกิดมุมมากมายขนาดนั้นไม่ใช่เพราะต้องการความสวยงามหรือความแปลกใหม่ แต่จุดประสงค์หลักอยู่ตรงที่ต้องการแก้ปัญหาในการใช้งาน
ยางลบแบบเดิมๆ เมื่อซื้อมาใหม่มักมีมุมที่สะดวกต่อการลบต่อเมื่อเราหยิบมาใช้เรื่อยๆ มุมทั้ง 8 ก็ค่อยๆ มนโค้ง ทำให้ยากลำบากและไม่แม่นยำในการลบ
มุมที่ ฮิเดโอะ ใส่ไปในก่อนยางลบ เป็นมุมที่เกิดจากการมองเห็นช่องทาง หรือทางออกของปัญหาไม่ใช่เรื่องของการดีไซน์ ไม่ใช่เรื่องของความแปลกใหม่แต่เป็นมุมมองของการหาทางออกให้กับปัญหาที่มีอยู่
ความสำเร็จที่เกิดจากมุมมองของฮิเดโอะ สร้างความประทับใจของผู้พบเห็น เป็นความแปลกใหม่ในสิ่งที่มีอยู่แล้ว
มุมที่เกิดขึ้นบนก้อนยางลบธรรมดาๆ กลับไม่ธรรมดา เมื่อมันเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าต่อผู้ใช้งานและก็ดูเป็นสิ่งแปลกใหม่ต่อผู้พบเห็น
ตอนที่ฮิเดโอะคิดและออกแบบ “คาโดเคชิ”สำเร็จได้รับความสนใจและยกย่องอย่างกว้างขวาง เขาอายุเพียง 23 ปี แต่ย้อนหลังก่อนหน้านั้นหนึ่งปี สิ่งที่เขาคิดนั้นยังเป็นเพียงไอเดียหรือ “มุม” ที่เกิดจากการสังเกตุและยังทำมันออกมาใช้ไม่ได้จริง มีปัญหาระหว่างการใช้งานตรงที่เนื้อยางลบนั้นน้อย เป็นมุมที่ยังไม่ได้เรื่อง มุมที่มากมายของยางลบทำให้ยางลบฉีกขาดได้ง่าย
จนกระทั่งผ่านมาอีกปี เขาก็ค้นหาวัสดุที่เหมาะกับการนำมาทำ “คาโดเคชิ” วัสดุดังกล่าวได้ถูกปรับส่วนผสมขึ้นมาใหม่จนแก้ปัญหาที่พบได้สำเร็จ
มากกว่ามุมที่เห็น ฮิเดโอะต้องมีความพยายามใส่อะไรต่างๆลงไปอีกมากมายเพื่อให้มุมนั้นเป็นแง่แห่งความเป็นจริง ซึ่งความจริงสิ่งใหม่ๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
สิ่งเหล่านั้นก็เกิดขึ้นมาจากมุมที่เราเห็น ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่พลิกแพลง แปลงมุมมัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ เป็นนวัตรกรรมใหม่ ล้วนแล้วเกิดมาจากไอเดีย มุมมอง ที่ต่างคนต่างเห็น
ฮิเดโอะ เป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง อาจเทียบเคียงไม่ได้เท่านักประดิษฐ์ดังๆของโลก หรือนักคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างสตีปจ๊อป หรือบิลเกตส์
แต่สิ่งที่ไม่ต่างกันก็ตรง “มุม” ที่มองเห็นและ “สร้างมัน” แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ เพราะเมื่อล้มเหลวจากการสร้างมันออกมาแล้ว ยังคงยืนยันและทำต่อ
ตราบเท่าที่คนยังมีมุมที่มองเห็นและพยายามสร้างมันออกมาแต่สิ่งหนึ่งที่บอกเราตลอดมาว่า มุมที่ได้รับการกล่าวขวัญคือมุมที่ตอบโจทย์ปัญหาของมนุษย์ได้
แต่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้มุมที่เห็นนั้นเกิดขึ้นมาได้จริงๆบางทีก็เป็นเพียงไอเดีย เป็นแบบร่าง เป็นความเพ้อฝัน หรือขั้นลมๆ แล้งๆ หรือถึงขั้นถูกหัวเราะเยาะใส่ ต่อเมื่อผ่านการทดลองผ่านบททดสอบ ผิดๆ มานับไม่ถ้วน และปั้นมันออกมาจนจับต้องได้สำเร็จ
อุปสรรค์บางทีก็ทำให้เราชัดเจนขึ้น ปัญหาก็จะเป็นหลักไมล์ของความสำเร็จ และประวัติศาสตร์จะอยู่บนระยะทางที่ก้าวผ่านความผิดหวังมาได้แม้ผู้คนจะพร้อมลืมมัน
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การคิด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมองเห็นมุมหรือไม่เห็น
หากฮิเดโอะหยุดงานออกแบบของเขาเพียงแบบร่างบนกระดาษ หรือล้มเลิกไปตั้งแต่ทำมันออกมาแล้วล้มเหลวครั้งแรก
เราก็คงไม่มีวันที่จะได้รับความรู้สึกทึ่งกับ ‘มุม’ ทั้ง 28 มุมที่เขามองเห็นในยางลบก้อนสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ไปได้ มุมที่เขาเห็น ก็อาจจะเป็นมุมที่เราไม่มีวันจะได้เ็ห็นมันเลย!!
มุมของเราในชีวิตประจำวันเช่นกัน มันอาจมีบางอย่างที่มองเห็น
ไ่ม่แปลกถ้าจะเป็นเรื่องน่าหัวเราะสำหรับมุมมองที่ยังคงเป็นไอเดียอยู่ แต่ต่อเมื่อมันได้รับการสานต่อ และสร้างมันออกมา
ต่อเมื่อมันนำไปสู่การจับต้องของผู้คน มุมที่เห็นเพียงคนเดียวก็จะเป็นเรื่องน่าทึ่ง แม้จะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ในแง่ประวัติศาสตร์ หรือมนุษยชาติ แต่ก็มีโอกาสที่จะได้รับการกล่าวขวัญอย่างเจ้าก้อนยางลบของฮิเดโอะเช่นกัน
หมายเหตุ: ยางลบ Keshigomu ของ ฮิเดโอะ คันบาระ ถูกรวบรวมอยู่ในหนังสือเรื่อง "Humble Masterpieces-100 Everyday Marvels of Design" โดย Paola Antonelli


#1 By บีิอิ่ง♥บลอค on 2008-11-15 20:59