Photo by lonelysyndrome

 

 

ค่ำวันอาทิตย์แรกของปี, งานวัดแถวบ้าน

บนชิงช้าสวรรค์ เขาเปิดเพลงนี้ “คนล่าฝัน”
มันปลุกใจ รื่นเริง และหวนคิด มากมายระหว่างอยู่บนนั้น
แต่บางคู่ก็ชวนฝันอยู่ในกระเช้าข้างๆ ไม่สนใจใยดีสภาพแวดล้อมและสายตาคู่ร้อนรอบตัวที่จดจ้องอยู่

“คนเป็นคนย่อมปะปนด้วยชั่วดี
ในศักดิ์ศรีมีทั้งจนและร่ำรวย
มีความรักเป็นเรื่องราวอันสดสวย
ความผิดหวังเป็นแค่เรื่องธรรมดา”

เพลงพูดเข้าหูผม แต่อาจไม่ได้เข้าหูคู่รักในคืนนั้นแน่ๆ

“แม้ในข้างคืนเดือนดาวอันมืดมิด
ยังมีสิทธิ์คิดฝันอันเฉิดฉาย
ดุจแสงเทียนนำทางสว่างไกล
ดุจหิ่งห้อยพร่างพรายในค่ำคืน”

ผมชอบท่อนนี้ เพราะก่อนหน้านั้นห้าชั่วโมง ได้ไปพบใครคนหนึ่งเข้า
บนภูเขาที่มีวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งขณะที่ผมอารมณ์ดีว่าจะขึ้นไปวาดรูปแถวนั้น
มีคนบอกว่า ไหนๆ ขึ้นมาแล้วลองเข้าไปดูที่โบสถ์สิ มีคนเขียนรูปบนผนังโบสถ์อยู่
แน่นอน ผมสนใจ!!
พอเปิดประตูเข้าไป โบสถ์ที่ภายในกำลังถูกตกแต่งภาพวาดบนฝาผนังรอบด้าน
เป็นจิตรกรรมไทยที่เจ้าของผลงานก็กำลังจดจ่ออยู่กับภาพและพู่กันที่อยู่ตรงหน้า
ผมที่ยาวแซมขาวถูกรวบง่ายๆ ไว้ต้นคอ เสื้อเชิ้ตตัวเก่าๆ กางเกงที่เปื้อนสีตรงหน้าตัก
คือภาพของลุงคนหนึ่งที่จดจ่ออยู่กับการจดปลายพู่กันบนกำแพงโบสถ์สีขาวๆ ให้กลายเป็นเรื่องราวรามายานะ ที่แทรกคติธรรมไว้
ได้คุยกันสองสามประโยค

“น่าจะอีกสักปีครึ่งถึงเสร็จ” “เขียนคนเดียว” 
“ไม่เคยไปไหนมาสองปีแล้ว อยู่ที่นี่ทุกวัน”


นี่เป็นคำตอบที่พอจะเข้าใจได้ว่า ผู้ชายสูงวัยท่านนี้มีมานะขนาดไหน
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะจดจ่อทำอะไรสักอย่างแบบถวายชีวิต สักเดือน หรือสองสามเดือนยังบ่นแถบตาย
ได้ข้อมูลเพิ่มจากคนที่วัดว่า แกเขียนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สามสี่ทุ่มเปิดไฟเขียนอยู่ในโบสถ์คนเดียว ดูมีสมาธิมาก คิดแบบชาวบ้านๆ ว่า ถ้าไม่มีณาญ และสมาธิพอคงทำไมได้

สำหรับผม เห็นงาน ภาพที่วิจิตรรอบโบสถ์ก็น่าทึ่งแล้ว สำหรับความฝันของช่างเขียนรูปโบสถ์นี่ไม่ใช้เรื่องธรรมดาๆ แน่ๆ 
ผลของงาน คือภาพที่งดงาม แต่สภาวะที่นิ่งของคุณลุงงดงามยิ่งกว่า
ถ้าจะบอกว่าเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ก็ไม่ใช่ ดีกรีจบจากศิลปากรด้วยแล้ว คงการันตี แต่ฝีไม้ลายมือที่แท้จริงสะสมมาจากการเขียนโบสถ์และเรียนรู้ด้วยตัวเองมามากกว่า

“เขากินมื้อเดียว มีสมาธิมาก เป็นคนอื่นทำไม่ได้หรอก” คนที่วัดว่างั้น

ถ้าเป็นเรามีเวลาเป็นปีๆ จะทำอะไร?
เป็นเรื่องที่น่าคิด แต่สำหรับลุงมีเวลาสี่ปีที่เขียนโบสถ์ให้สำเร็จ เดินวนอยู่ภายในโบสถ์บนเขาที่เงียบสนิท ร่างภาพด้วยดินสอ จรดปลายพู่กันที่นับเบอร์ไม่ถ้วน ใส่รายละเอียดเล็กๆ แต้มเติมตามภาพที่ระบุไว้ในเรื่องราวเชิงพุทธศาสนา 

ยิ่งเห็นใบหน้าของพระพุทธที่ปรากฏอยู่บนผนังโบสถ์บางรูปดูร่มเย็น หวานด้วยสีเหลืองอ่อนโยนผสมกับชมพูบานเย็น มีลวดลายคล้ายแสงแพรวพรายชวนให้ชื่นบานและเย็นใจ อยู่รายรอบภาพ


เข็มของนาฬิกาไม่ได้มีโอกาสเดินเล่นเหมือนเรา
โชคดีที่เราจัดสรรเวลาหาโอกาสได้ลิ้มรสชาติของชีวิตตามใจปรารถนา แม้นอกเส้นทางและห่างไกลเป้าหมายของชีวิตไปบ้างก็ตามที เราก็ยินยอมโดยดุษฎี เพื่อแลกกับความสุขแบบโลกๆ

หรือคนเราจะหยุดเดินหยุดวิ่งก็ต่อเมื่อล้มลงแล้วเท่านั้น!!

แต่สำหรับบางคนแล้ว การหยุดเดินหรือหยุดวิ่ง โดยการนั่งลงทำในสิ่งที่สงบสุขของชีวิต อุทิศจิตใจด้วยฝีไม้ลายมือและความเพียรพยายาม สร้างสรรค์งานที่จิตใจจับต้องได้ ยอมสูญเสียเวลาและโอกาสในการเดินทางข้างนอก ใฝ่ฝันถึงเรื่องข้างใน ทำงานเงียบๆ โดยมีปลายพู่กันและผนังโบสถ์เป็นเป้าหมายและความก้าวหน้าของชีวิตเท่านั้น

แต่ที่แน่ๆ เป้าหมายทางธรรม หรือความฝันทางโลกของแต่ละคนจะแตกต่างหรือเหมือนกันขนาดไหน ไม่ได้อยู่ด้วยว่าของใครเฉิดฉายกว่าใคร แต่ก็ต่างหนีกฎเกณฑ์และเงื่อนไขของเวลาไปไม่ได้ทั้งนั้น

ถ้าอย่างนั้นจุดสำคัญมันคงอยู่ที่ว่าใครฉกฉวย เริ่มวิ่ง หรือหยุดนิ่งก่อนกัน

 

 

 


Kiss Me Goodbye - Various Artists

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

:)

#1 By rainysea (117.47.14.180) on 2009-01-06 06:37

ภาพชิงช้าภาพนี้ สวยจังค่ะ
ได้รับรู้ เรื่องคุณลุงวาดภาพบนพนังโบสถ์
แล้วรู้สึกศรัทธาใน ปนิธานอันแรงกล้าจริงๆbig smile

#2 By C-C on 2009-01-06 11:19

ขณะที่ผมอารมณ์ดีว่าจะขึ้นไปวาดรูปแถวนั้น
big smile

คิดว่าคุณลุงทำด้วยความรักและศรัทธาค่ะ สองสิ่งนี้ทำให้มนุษย์ทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ค่ะbig smile

ใครขยับคนนั้นเป็นquestion

#3 By ก้อนหินรูปหมู (58.9.177.191) on 2009-01-06 18:08

เริ่มวิ่งหรือหยุดนิ่งน่าคิดมากเลยครับ ใจเรายังนิ่งขณะที่ยังวิ่งอยู่ได้ไหมนะครับ ชื่นชมครับ ตัวอักษรของพี่สวยงามนะครับ ให้อะไรๆหลายอย่างกับผู้อ่าน ไม่ได้กล่าวยกยอนะครับ ผมชื่นชมจริงๆ Hot! big smile

#4 By redtear on 2009-01-06 19:19

ความสุขแม้จะต่างกันไปบ้างตามวิธีการปฎิบัติ
หรือ การเลือกทำให้เกิดความสุข
แต่เชื่อแน่ว่า
ในความรู้สึกที่เป็นสุข นั่น
เรา เรา คงรู้สึกเหมือนกัน
.
.
big smile อ่านแล้วรู้สึกสุขไปกับพี่คนเขียน และ ลุงคนนั้นจังเลย ค่ะ big smile

#5 By Madaewee @ Hippie''60' s on 2009-01-06 20:06

น่านับถือยิ่งนัก

#6 By friday on 2009-01-06 21:58

Hot! Hot! Hot!

อ่านแล้วได้อะไรดีๆเยอะเลย
ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆอย่างนี้ขึ้นมาค่ะ
มาตักตวงเอาความรู้สึกดีดีจากตัวหนังสือของคุณอีกเช่นเคย เห็นด้วยกับคุณ redtear อักษรที่งดงาม จริงๆขอบคุณมากๆค่ะbig smile

#8 By ratto (202.28.183.10) on 2009-01-13 22:58

แวะมาเติมพลังใจค่ะ
เรื่องราวคุณลุงทำให้อยากมีแรงทำงานที่รักนี้ไปเรื่อยๆ
ถึงร่างกายจะเหนื่อย ถึงปากจะบ่น
แต่ก็มีความสุขดีนะคะ

และหวังว่าคุณก็คงเช่นกัน

#9 By อ้อ (81.226.14.60) on 2009-01-15 08:36

เพลงนี้โดนใจมากค่ะ รวมทั้งเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟังด้วยแต่เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสเหมือนคุณค่ะ

จะแวะมาเยี่ยมใหม่น่ะค่ะ....
สู่ทางฝันค่ะ..
confused smile

#10 By สู่ทางฝัน (202.129.38.132) on 2009-01-19 09:44

#11 By (110.49.96.104) on 2009-10-24 23:40