ชิงช้าสวรรค์ พู่กันและความฝันอันเฉิดฉาย
posted on 06 Jan 2009 02:53 by lonelysyndrome in Dust-words
Photo by lonelysyndrome
ค่ำวันอาทิตย์แรกของปี, งานวัดแถวบ้าน
บนชิงช้าสวรรค์ เขาเปิดเพลงนี้ “คนล่าฝัน”
มันปลุกใจ รื่นเริง และหวนคิด มากมายระหว่างอยู่บนนั้น
แต่บางคู่ก็ชวนฝันอยู่ในกระเช้าข้างๆ ไม่สนใจใยดีสภาพแวดล้อมและสายตาคู่ร้อนรอบตัวที่จดจ้องอยู่
“คนเป็นคนย่อมปะปนด้วยชั่วดี
ในศักดิ์ศรีมีทั้งจนและร่ำรวย
มีความรักเป็นเรื่องราวอันสดสวย
ความผิดหวังเป็นแค่เรื่องธรรมดา”
เพลงพูดเข้าหูผม แต่อาจไม่ได้เข้าหูคู่รักในคืนนั้นแน่ๆ
“แม้ในข้างคืนเดือนดาวอันมืดมิด
ยังมีสิทธิ์คิดฝันอันเฉิดฉาย
ดุจแสงเทียนนำทางสว่างไกล
ดุจหิ่งห้อยพร่างพรายในค่ำคืน”
ผมชอบท่อนนี้ เพราะก่อนหน้านั้นห้าชั่วโมง ได้ไปพบใครคนหนึ่งเข้า
บนภูเขาที่มีวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งขณะที่ผมอารมณ์ดีว่าจะขึ้นไปวาดรูปแถวนั้น
มีคนบอกว่า ไหนๆ ขึ้นมาแล้วลองเข้าไปดูที่โบสถ์สิ มีคนเขียนรูปบนผนังโบสถ์อยู่
แน่นอน ผมสนใจ!!
พอเปิดประตูเข้าไป โบสถ์ที่ภายในกำลังถูกตกแต่งภาพวาดบนฝาผนังรอบด้าน
เป็นจิตรกรรมไทยที่เจ้าของผลงานก็กำลังจดจ่ออยู่กับภาพและพู่กันที่อยู่ตรงหน้า
ผมที่ยาวแซมขาวถูกรวบง่ายๆ ไว้ต้นคอ เสื้อเชิ้ตตัวเก่าๆ กางเกงที่เปื้อนสีตรงหน้าตัก
คือภาพของลุงคนหนึ่งที่จดจ่ออยู่กับการจดปลายพู่กันบนกำแพงโบสถ์สีขาวๆ ให้กลายเป็นเรื่องราวรามายานะ ที่แทรกคติธรรมไว้
ได้คุยกันสองสามประโยค
“น่าจะอีกสักปีครึ่งถึงเสร็จ” “เขียนคนเดียว”
“ไม่เคยไปไหนมาสองปีแล้ว อยู่ที่นี่ทุกวัน”
นี่เป็นคำตอบที่พอจะเข้าใจได้ว่า ผู้ชายสูงวัยท่านนี้มีมานะขนาดไหน
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะจดจ่อทำอะไรสักอย่างแบบถวายชีวิต สักเดือน หรือสองสามเดือนยังบ่นแถบตาย
ได้ข้อมูลเพิ่มจากคนที่วัดว่า แกเขียนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สามสี่ทุ่มเปิดไฟเขียนอยู่ในโบสถ์คนเดียว ดูมีสมาธิมาก คิดแบบชาวบ้านๆ ว่า ถ้าไม่มีณาญ และสมาธิพอคงทำไมได้
สำหรับผม เห็นงาน ภาพที่วิจิตรรอบโบสถ์ก็น่าทึ่งแล้ว สำหรับความฝันของช่างเขียนรูปโบสถ์นี่ไม่ใช้เรื่องธรรมดาๆ แน่ๆ
ผลของงาน คือภาพที่งดงาม แต่สภาวะที่นิ่งของคุณลุงงดงามยิ่งกว่า
ถ้าจะบอกว่าเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ก็ไม่ใช่ ดีกรีจบจากศิลปากรด้วยแล้ว คงการันตี แต่ฝีไม้ลายมือที่แท้จริงสะสมมาจากการเขียนโบสถ์และเรียนรู้ด้วยตัวเองมามากกว่า
“เขากินมื้อเดียว มีสมาธิมาก เป็นคนอื่นทำไม่ได้หรอก” คนที่วัดว่างั้น
ถ้าเป็นเรามีเวลาเป็นปีๆ จะทำอะไร?
เป็นเรื่องที่น่าคิด แต่สำหรับลุงมีเวลาสี่ปีที่เขียนโบสถ์ให้สำเร็จ เดินวนอยู่ภายในโบสถ์บนเขาที่เงียบสนิท ร่างภาพด้วยดินสอ จรดปลายพู่กันที่นับเบอร์ไม่ถ้วน ใส่รายละเอียดเล็กๆ แต้มเติมตามภาพที่ระบุไว้ในเรื่องราวเชิงพุทธศาสนา
ยิ่งเห็นใบหน้าของพระพุทธที่ปรากฏอยู่บนผนังโบสถ์บางรูปดูร่มเย็น หวานด้วยสีเหลืองอ่อนโยนผสมกับชมพูบานเย็น มีลวดลายคล้ายแสงแพรวพรายชวนให้ชื่นบานและเย็นใจ อยู่รายรอบภาพ
เข็มของนาฬิกาไม่ได้มีโอกาสเดินเล่นเหมือนเรา
โชคดีที่เราจัดสรรเวลาหาโอกาสได้ลิ้มรสชาติของชีวิตตามใจปรารถนา แม้นอกเส้นทางและห่างไกลเป้าหมายของชีวิตไปบ้างก็ตามที เราก็ยินยอมโดยดุษฎี เพื่อแลกกับความสุขแบบโลกๆ
หรือคนเราจะหยุดเดินหยุดวิ่งก็ต่อเมื่อล้มลงแล้วเท่านั้น!!
แต่สำหรับบางคนแล้ว การหยุดเดินหรือหยุดวิ่ง โดยการนั่งลงทำในสิ่งที่สงบสุขของชีวิต อุทิศจิตใจด้วยฝีไม้ลายมือและความเพียรพยายาม สร้างสรรค์งานที่จิตใจจับต้องได้ ยอมสูญเสียเวลาและโอกาสในการเดินทางข้างนอก ใฝ่ฝันถึงเรื่องข้างใน ทำงานเงียบๆ โดยมีปลายพู่กันและผนังโบสถ์เป็นเป้าหมายและความก้าวหน้าของชีวิตเท่านั้น
แต่ที่แน่ๆ เป้าหมายทางธรรม หรือความฝันทางโลกของแต่ละคนจะแตกต่างหรือเหมือนกันขนาดไหน ไม่ได้อยู่ด้วยว่าของใครเฉิดฉายกว่าใคร แต่ก็ต่างหนีกฎเกณฑ์และเงื่อนไขของเวลาไปไม่ได้ทั้งนั้น
ถ้าอย่างนั้นจุดสำคัญมันคงอยู่ที่ว่าใครฉกฉวย เริ่มวิ่ง หรือหยุดนิ่งก่อนกัน
Kiss Me Goodbye - Various Artists


#1 By rainysea (117.47.14.180) on 2009-01-06 06:37