ความหวัง, เวิร์ดดิ้งและสีบนเสื้อ
posted on 13 Jan 2009 16:05 by lonelysyndrome in Dust-words

ภาพ: ประชาไท http://www.prachatai.com
เฟรเดริก กานเต้ นักฟุตบอลทีมเซบีย่า (Sevilla) ถูกใบเหลืองจากผู้ตัดสิน
หลังจากที่เขายิงประตูช่วยให้ทีมเซบีย่าเอาชนะทีมเดอปอร์ติโว ลา คอ รุณญา (Deportivo La Coruna) ในฟุตบอลถ้วยโคปา เดอ เรย์ 2009 และมีสิทธิถูกปรับเป็นเงิน 3,000 ยูโร ด้วยข้อหาสวมเสื้อยืดที่พิมพ์คำว่า “ปาเลสไตน์” ในภาษาต่างๆ ที่หน้าอก
จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที่เฟรเดริกต้องสกรีนเสื้อที่หน้าอกว่า “ปาเลสไตน์” แต่คนในประเทศที่อยู่ในปาเลสไตน์ต่างชื่นชมและเชิดชูความกล้าหาญที่แสดงการสนับสนุนปาเลสไสน์อย่างยอดเยี่ยมและปราศจากการใช้ความรุนแรง ด้วยการสวมเสื้อยินดีในสนามฟุตบอลเมื่อได้ชัยชนะจากการทำประตูให้กับทีมของตน
ท่าทีของการแสดงออกของเฟรเดริกนี้อาจจะเป็นความหวังเล็กๆ ท่ามกลางความรุนแรงของสงครามที่ชนวนกาซ่าจนมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 700 คน จากการโจมตีของอิสราเอลในช่วง 18 วันที่ผ่านมา
“ปาเลสไตล์” ในภาษาต่างๆ บนหน้าอกเสื้อของเฟรเดริก คือ คำประกาศจุดยืนการสนับสนุนปาเลสไตน์ ที่ต้องแลกกับข้อหาที่ห้ามนักฟุตบอลส่งข้อความสัญลักษณ์ใดๆ เกี่ยวกับการเมืองในสนามฟุตบอลในกฎข้อบังคับที่ 137c ของ RFEF ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นของการแข่งฟุตบอลระดับประเทศในสเปน
เฟรเดริกยอมใส่เสื้อ “ปาเลสไตน์” ผืนกฎ เพื่อแลกกับความหวังเล็กๆ ของเขาที่จะส่งสัญญาณให้กับชาวโลกเพื่อรับทราบความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการสู้รบของชาวปาเลสไตน์ที่ต่อต้านการตั้งรัฐอิสราเอลบนพื้นที่ของตน
ข้อความของเฟรเดริก มีมูลค่ามหาศาล มันคุ้มยิ่งกว่า แม้เขาจะต้องจ่ายเงินเป็นค่าปรับที่ทำผิดกฎเป็นจำนวนเงิน 3,000 ยูโร
ข้อความของเฟรเดริก มีอานุภาพที่สามารถสื่อถึงผู้คนทั้งโลก ให้หันมามองสงครามที่ยืดเยื้อมายาวนานค่อนครึ่งศตวรรษ (ตั้งแต่ 1948~ปัจจุบัน) หรือเท่ากับค่าเฉลี่ยของคนๆ หนึ่ง ซึ่งถ้าเด็กคนที่เกิดในปีที่สงครามเกิดขึ้นจนกระทั่งปัจจุบัน 60 กว่าปีก็ยังไม่จบสิ้น เท่ากับว่า คนๆ หากยังมีชีวิตอยู่ ชีวิตที่ผ่านมาทั้งชีวิตก็อยู่ในสงครามตลอดเวลา
ข้อความของเฟรเดริกบนเสื้อทีมฟุตบอลเสมือนคำปราศรัยที่ได้ใจความ อย่างน้อยก็ขยายวงกว้างของการรับรู้ให้มากขึ้น มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาค่อนศตวรรษได้เพียงข้ามวัน แต่เป็นขวัญและกำลังใจ จุดยืน และสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความตระหนักต่อสิทธิเสรีภาพและความรุนแรง
แม้อิสราเอลจะมองว่าเป็นการปลุกระดมก็ตาม แต่การแสดงจุดยืนบนพื้นฐานของความสงบดูมีเกรียติมากกว่าการใช้ขีปนาวุธหรือความรุนแรงใดๆ ตอบโต้อย่างแน่นอน
ในการสู้รบแต่ละครั้งสร้างความปวดใจมากยิ่งกว่าความสูญเสีย เชื้อชาติและคนร่วมแผ่นดินน่าจะทราบดีว่าตนผ่านอะไรมาบ้าง ขณะที่คนภายนอกและชาวโลกรับรู้เพื่อลืมเลือน
แต่นี่อาจเป็นการแสดงออกโดยใช้เวลาและคำสั้นๆ “Palestine” ในจังหวะของชัยชนะในสนามฟุตบอลเพื่อปลดปล่อยความหวังที่ลางเลือนก็ตามที
หรือนี่เป็นเวิร์ดดิ้งคือคีย์เวิร์ดที่ไขความเข้าใจต่อสถานการณ์บนพื้นที่สงครามปาเลสไตน์กับอิสราเอลให้กับคนที่ยังไม่ได้รับรู้เพื่อร่วมกดดันอิสราเอลและยุติสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน
และนี่ทำให้คิดได้ว่า เวิร์ดดิ้ง “Palestine” ของเฟรเดริกเหมือนกันกับการใช้สีของเสื้อเหลืองและแดงในประเทศของเราก็ตรงที่ว่า การแสดงจุดยืนที่ดูมีความหวัง แต่ความแตกต่างนั้นกลับอยู่ตรงที่เจตนาที่จะนำไปสู่ความสงบหรือความรุนแรง
ในขณะที่สามัญสำนึกของทุกคนก็มีอยู่เช่นเดียวกัน อะไรควร อะไรไม่ควร เพราะตราบใดที่มนุษย์มีเลือดเนื้อเชื่อไขที่เหมือนกัน ก็ย่อมรู้สึกไม่ต่างกัน มีความรักและเจ็บปวดพอกัน
ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคนทั้งโลกมี "หัวใจ" เหมือนกัน ก็ย่อมเป็นฝ่ายเดียวกันและรักกันได้ หรือว่าใครจะปฏิเสธว่าเลือดของเราต่างสีกัน?


ทุก ๆ เช้ามาเป็นสัปดาห์แล้ว เพราะที่ทำงาน
สถานฑูตอิสราเอล อยู่ตึกเดียวกับที่ทำงานเรา
ใกล้ชิดกันมากอีกต่างหาก สถานฑูตอยู่ชั้น 25
บริษัทเราอยู่ชั้น 26 .. แต่ละวันมีชาวมุสลิม
เป็นส่วนใหญ่ที่มาประท้วงที่หน้าตึก ครึ่งวันเช้า
ทุกๆ วัน ตำรวจตรึม วันนี้มีมากกว่าทุกๆ วันที่
ผ่านมา ด้วยเหตุจากแรงกระตุ้น จากฝ่ายไหน
บ้างไม่รุ้ แต่จำนวนคนตายเพิ่มมากขึ้นจากข่าว
เป็น 900 รายแล้ว ..
ถ้าคนที่มีหัวใจเหมือนกัน มีความรู้สึกนึกคิดและ
จิตสำนึกดีๆ ไปในทางเดียวกัน ปัญหาในโลกนี้
คงไม่มี สงครามคงไม่เกิด การแก้ปัญหาด้วยสันติ
ก็คงจะสำเร็จไปแล้วในหลายๆ พื้นที่
การถอยหลังออกมาก้าว สองก้าว หรือมากกว่านั้น
เพื่อให้โดยองค์ประกอบส่วนรวมดีมากที่สุด สูญเสีย
น้อยที่สุด คงต้องใช้กำลังในใจ และจิตสำนึกเยอะ
อยู่นะว่า . เพราะคนส่วนใหญ่แล้วมักคิดว่า คนที่ยอม
เหมือนเป็นคนที่แพ้ .. เท่าที่เห็นความต้องการเป็น
ผู้ชนะก็มากกว่าซะด้วยสิ
#1 By moodee on 2009-01-13 17:31