บ่อยครั้งที่เราโกหกกัน
posted on 07 Apr 2009 23:55 by lonelysyndrome in Dust-words.
หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย
โมหะ ทำให้คนเสียหาย
พุทธวจนะ
.
.
Photo by: lonelysyndrome
.
.
ระหว่างคนรัก พ่อกับแม่ พี่กับน้อง เพื่อนกับเพื่อน หรือคนเพิ่งรู้จัก เราเคยโกหกกันมากน้อยแค่ไหน
ไม่ได้ถามใครคนอื่น หากแต่กำลังตรวจสอบตัวเอง เราก็เคยกันทั้งนั้นทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว แต่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นั้น เราอาจจะไม่ได้จดจำและลืมเลือนไปแล้ว
แต่เราต่างก็ไม่ชอบคนที่ไม่ซื่อสัตย์ด้วยกันทั้งไหน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะไหน สถานะใด ระหว่างกันและกันก็ย่อมต้องการความซื่อสัตย์ด้วยกันทั้งนั้น
เมื่อคืนดูรายการทีวีที่เอาคนสองฝ่ายซึ่งเป็นคู่กรณีฟ้องร้องกันถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล พิธีกรซักทั้งสองฝ่ายจนในที่สุดหลังลบล้างคำพูดไปมาด้วยหลักฐานและความรู้สึกของตนเอง ก็ดูเหมือนจะไม่จบและดูไม่มีบทสรุป
ต่างฝ่ายก็เริ่มเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่ สาดใส่อารมณ์ต่อกัน กระทั่งพิธีกรต้องบอกให้หยุด จริงๆ เรื่องราวของคู่กรณีก็อยู่ในขั้นโรงขั้นศาล ตัดสินกันไปแล้วก็หลายคดี แต่ดูเหมือนว่ากฎหมายไม่สามารถทำเรื่องให้กระจ่างแจ้งและไม่ยุติธรรมในความรู้สึกของอีกฝ่ายที่แพ้คดี
จึงอาศัยภาคสังคม ร้องหาความยุติธรรม ด้วยคำพูดและหลักฐาน แต่ฟังไปมาแล้ว ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่พูดไม่จริง เพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตน “พูดความจริง”
แล้วใครกันแน่ที่โกหก
ถ้าวัดกันด้วยกรอบศีลธรรม ในห้าข้อพื้นฐานแล้ว เราคงเป็นเช่นเดียวกัน ที่ผิดต่อข้อสี่มากที่สุดซึ่งไม่สามารถละเว้นจากการพูดเท็จ ในแต่ละวันไปได้
ติช นัท ฮันห์ อธิบายศีลข้อนี้ไว้น่าฟังว่า “ก็มิได้หมายถึงการห้ามกล่าวเท็จแต่เพียงอย่างเดียว หากยังรวมไปถึงการตั้งสัตย์ปฏิญาณ ที่จะพูดแต่ความจริง และถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความหวัง เบิกบาน และไม่ควรกระพือข่าวที่ตนเองไม่รู้แน่ชัด ตลอดจนละเว้นวาจาที่จะก่อให้ เกิดความแตกแยก”
จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นเหตุปัญหามากมายส่วนใหญ่มาจากคำพูด ปัญหามากมายระหว่างเพื่อน ระหว่างคนใกล้ตัว หรือระดับชาติ หากก็บานปลายมาจากคำพูดของคนไม่กี่คนในประเทศ
ผิดถูกอยู่ตรงไหน ถ้าในมุมของกฎหมายอาจมีคำตอบ แต่ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ แต่ในกรอบของศีลข้อสี่นี้แล้ว คงตอบได้ไม่ยาก และรู้แก่ใจดี ว่าถ้อยคำของใครสร้างปัญหา
และพื้นฐานของมนุษย์มีที่มาต่างกัน วัดกันได้ยาก เชื่อใจกันได้ง่ายที่ไหน!! หากแต่ต้องใช้เวลาและต้องอาศัยความเชื่อใจ โอกาส กระทั่งความรักเป็นตัวนำพา อย่างบทกวีบทนี้ของท่านติช นัท ฮันห์
"เมื่อเธอมีความรักอย่างแท้จริง
เธอจะไม่แบ่งแยก .. ไม่กีดกัน
ฉันรักเธอ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นพุทธ มุสลิมหรือเชื่อในพระเจ้า
แต่เพราะเธอไม่กีดกัน และแบ่งแยกผู้อื่นออกไป
ถ้าเธอไม่มีวิธีการดูแลความรัก
ความรักจะเปลี่ยนเป็นความเกลียด
แต่ถ้าเรารู้จักวิธีเจริญสติ
ก็สามารถเปลี่ยนความเกลียดให้เป็นความรักด้วยเช่นกัน
แต่แท้จริงแล้ว ไม่มีการรักและการถูกรัก"
คิดๆ ดูแล้ว คำพูดของคนเราเป็นอุปสรรค์ต่อความสัมพันธ์ และก่อเกิดความขัดแย้ง แต่ทว่าคำพูดหรือวาจานั้นก็ถูกบ่งการมาจากใจทั้งสิ้น
บางครั้งในชีวิตประจำวันจำเป็นต้องการการโกหกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วแต่หนักเบา เราล้วนแต่ต้องตามน้ำเพื่อความสบายใจของเรา ของใครๆ ในบางที
ตามน้ำที่ว่า กลับไม่จบง่ายๆ เพราะคำพูดที่ไม่ถูกต้องล้วนต้องหาเหตุผลมารองรับอย่างสมน้ำสมเนื้อและยืดยาว ต่อเมื่อไปไกลที่ยากเกินกว่าจะย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น
บ่อยครั้งที่เราโกหก เราก็ต่างไม่สบายใจ เป็นสัญญาณพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ควรมี แม้สามัญสำนึกข้อนี้จะไม่เท่ากันก็ตามที

ขออนุญาตสาดนะคะ

#1 By b613 ดาวถัดมา on 2009-04-08 04:09