India-Indream

จังหวะเต้นของหัวใจ

posted on 09 Nov 2006 20:48 by lonelysyndrome  in India-Indream


Painting by Klimt, Gustav (1862-1968) "Stoclet Frieze"


-1-

เมื่อวานนี้ผมเตะบอลครั้งแรกในรอบห้าปีที่ล่วงมา สนุกและเหนื่อยหนัก การลงไปวิ่งไล่หลีกหลบและเลี้ยงลูกบอลเพียงลูกเดียวในสนาม กับคนข้างละสิบคนเล่นเอาหอบและหมดแรงภายในยี่สิบนาที

นาทีที่ยี่สิบเอ็ดจึงต้องหลบออกมานั่งริมสนาม เป็นกองเชียร์แทน

ก่อนหน้านี้หนึ่งสัปดาห์ หมอที่ตรวจร่างกายทายทักเหมือนคนเคยรู้จักกันมาก่อน เพียงฟังเสียงของหัวใจเต้นผ่านเครื่องฟังของหมอ ก็รู้ได้ทันที่ว่าผมไม่ได้ออกกำลังกายเลย

มันแน่นอนอยู่แล้ว คนทำงานตั้งแต่เช้าจรดหัวค่ำ จะเอาเวลาที่ไหนไปวิ่ง ไปเล่นกีฬา ทุกวันนี้เพียงไม่รู้สึกว่าตัวเองเจ็บป่วยก็พอแล้ว

แต่ความคิดเห็นของหมอว่าไม่พอ จังหวะเต้นของหัวใจมันฟ้อง

ยี่สิบนาทีในสนามฟุตบอลวันนั้น นอกจากความสนุกและความเหนื่อยแล้ว ความเมื่อยหล้าและเจ็บต้นขาออกอาการในวันรุ่งขึ้น

คนแข็งแรงอายุใกล้แปดสิบและออกวิ่งทุกเช้าอย่างพ่อ นอกจากโรคข้อเสื่อมที่เกิดจากการวิ่งแล้ว ไม่ปรากฏโรคใดๆเลย ทะมัดทะแมงเหมือนคนวัยห้าหกสิบ

ส่วนแม่ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย เจ็บป่วยและมีความดันโลหิตสูง เดินไม่ได้ไกลก็เหนื่อย

ทุกวันนี้ พ่อสามารถเดิน วิ่ง เที่ยวไกลๆได้โดยไม่มีปัญหาด้านสุขภาพเลย ส่วนผู้เป็นแม่ขอรออยู่ที่บ้านจะปลอดภัยกว่า

อาการเจ็บต้นขา หอบเหนื่อยและจังหวะเต้นของหัวใจกำลังบ่งบอกและเตือนอะไรบางอย่างกับร่างกายที่ดูแข็งแรงปกติ

ทุกวันนี้ยังไม่เป็นปัญหาอะไรสำหรับชีวิตประจำวัน

แต่เมื่อไรที่ต้องเดินทาง ต้องใช้ร่างกาย ปีน ป่าย วิ่ง อย่างสมบุกสมบันแล้ว จังหวะเต้นของหัวใจอย่างนี้คงไม่ไหวและเที่ยวไม่สนุกแน่ๆ และนั้นจะเป็นปัญหาสำหรับอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

-2-

จังหวะเต้นของหัวใจ ร้องดังโครมครามด้วยอาการตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อนึกอยากตรวจพาสปอร์ตเพื่อดูอายุของวีซ่าที่สถานทูตอินเดียออกให้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ในนั้นระบุว่าสามารถอยู่ในประเทศของเขาได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2006

วีซ่าหมดอายุตั้งแต่ยังไม่ได้เดินทางเลย ความจริงประเทศอินเดียหรือบางประเทศให้วีซ่านับตั้งแต่วันที่ยื่นไปอีกสามเดือนหรือหกเดือนแล้วแต่จะให้ เพราะฉะนั้นเราขอแค่สามเดือนเขาจึงให้เท่านั้น โดยนับตั้งแต่วันที่ขอ

โครมครามของเสียงหัวใจเต้นดังและรู้สึกได้ยินไปโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยฟังของหมอเลยคราวนี้

การยื่นเรื่องขอวีซ่าอินเดียไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่เสียเวลายื่นและรอสองวันต่างหาก และเสียดายวันลาหยุดทำงานที่ไม่เหลือมากมายอะไร

ฝันกลางเดือนหนาวของปีนี้ส่อเค้าร่างไม่สดใส

ลำแสงแรกของปีใหม่ริมทะเลสาบพุชการ์จะยังคงได้เห็นหรือจะได้ยลแสงนั้นริมทะเลที่บ้านเหมือนปีที่แล้วก็ไม่รู้

-3-

เหลือเวลาอีกไม่มากถ้าจะนับ ยังไงก็ยังต้องฝ่าอีกหลายด่าน วีซ่ารอบสอง ตั๋วเครื่องบิน แผนเดินทาง ที่พัก รถไฟในอินเดีย ผู้คน ร้อยแปดพันประการ ที่รอการฝ่าไป

ร่างกายที่ยังออดๆแอดๆ สุขภาพไม่แข็งแรง ยิ่งหัวใจด้วยแล้ว คอยเต้นผิดจังหวะอยู่เรื่อยๆ มีคนแอบกระซิบว่าให้ไปทำประกันสุขภาพระหว่างเดินทางด้วย ไม่ได้ขู่แต่เพื่อความสบายใจ

ผมตั้งใจจะทำประกันให้กับตัวเองก่อนด้วยการออกวิ่งทุกเย็นตั้งแต่นี้ ไกลบ้างใกล้บ้างแล้วแต่วัน อย่างน้อยก็ทำให้หัวใจและร่างกายเราแข็งแรงขึ้น แต่ก็แอบติดต่อบริษัทประกันไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อความสบายใจอย่างคนที่กระซิบบอก